JJNY : ปชน.ยันยื่น 6 ร่างที่ครม.ปัดตก│กมธ.คมนาคมสอบเข้มสาเหตุรถไฟชนรถเมล์│แอตต้าแนะแก้วิกฤตสมองไหล│อีโบลาระบาดยังน่ากลัว

ปชน. ยัน ยื่น 6 ร่างกม.ที่ครม.ปัดตก กลับเข้าสภา พริษฐ์ หวัง ส.ว.ให้ร่างแก้ม.256 ผ่านวาระ 1
https://www.matichon.co.th/politics/news_5725417
.

.
‘ปชน.’ ยื่น 6 ร่างกฎหมายกลับเข้าสภาฯ หลัง ครม.ไม่ยืนยันร่างค้างจากสภาชุดก่อน ด้าน ‘พริษฐ์’ เผย จ่อยื่นร่างแก้ม.256 ไม่เกินสัปดาห์หน้า หวัง สว.ให้ผ่านวาระ 1 เหมือนรอบที่แล้ว
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงยืนยันเจตนารมณ์ของพรรคประชาชน ว่า พรรคประชาชนจะมีการยื่นร่างกฎหมายกลับเข้าไปสู่การพิจารณาของสภาฯ อีกครั้ง โดยเป็นร่างกฎหมายค้างมาจากสภาฯ ชุดที่แล้ว และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นชัดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีมติยืนยันจึงทำให้ร่างกฎหมายทั้ง 6 ร่างได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ร่าง พ.ร.บ. โรงงาน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า ร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตกลงไป ซึ่งเราเห็นว่าร่างดังกล่าวควรจะได้ไปต่อ
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า และในคำชี้แจงของรัฐบาลยังไม่สมเหตุสมผล พวกเราจึงมาแถลงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะยื่นร่างดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ อีกครั้ง โดยจะมีร่างที่เรายื่นร่างเดิมกลับไปโดยไม่มีการปรับปรับปรุงเนื้อหา แต่อาจจะมีบางร่างที่มีการปรับปรุงเนื้อหาเล็กน้อยเพิ่มเติมก่อนที่จะยื่นเข้าไป โดยร่างกฎหมายทั้ง 6 ร่าง ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจสังคมการเมือง และมีร่างกฎหมายของภาคประชาชนหลายฉบับที่ได้ผ่านกระบวนการฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว และหวังว่าในการประชุมสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุม 3 วัน จะมีวันสำหรับการพิจารณากฎหมายของ ส.ส. โดยเฉพาะไม่ใช่แค่ของ ครม. ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ทางประธานสภาฯ เคยให้ไว้ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ
.
เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคประชาชนมีการยกร่างแก้ไขสมบูรณ์แล้วหรือยัง และกรณีคูหาเลือกตั้งมีรายละเอียดอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า แม้จะมีการถกเถียงกัน แต่ยืนยันว่าการเปิดคูหาคือเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่าง เนื่องจากเรามองคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อพื้นฐานหลักการประชาธิปไตย และขัดคําวินิจฉัยฉบับก่อนของศาลรัฐธรรมนูญเองด้วยซ้ำ ในการระบุไม่ให้รัฐสภาเลือกผู้ร่างโดยตรง
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การมีคูหาจะเป็นกลไกที่ทําให้เนื้อหาของรัฐรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด และเชื่อว่าจะสามารถออกแบบวิธีการบรรจุการพิจารณาวาระหนึ่งของรัฐสภาได้ ส่วนรายละเอียดนั้นจะมีการยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า ส่วนเงื่อนไขของ ส.ว.นั้น เราไม่มีแนวคิดในการไปเพิ่มอํานาจให้กับ ส.ว. แต่เราปฏิบัติกับ ส.ส.และ ส.ว.เท่าเทียมกัน คราวที่แล้วเรากําหนดแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา
.
เมื่อถามถึงการกําหนดไทม์ไลน์ของพรรคภูมิใจไทย จะถือว่าเป็นการบีบพรรคการเมืองอื่นให้รีบยื่นร่างเข้ามาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การยื่นร่างเป็นเพียงขั้นตอนแรก เราพร้อม แต่ตัวร่างน่าจะเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า เรื่องกรอบเวลาเป็นขั้นตอนของสภาฯ ที่ต้องมีการนัดประชุม ผ่านการกรรมาธิการ วาระสอง วาระสาม
.
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ในวาระหนึ่ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งหากยังจํากันได้เนื้อหาร่างพรรคประชาชนปลายปี 2568 วาระที่หนึ่งนั้น ก็มีความสอดคล้องกับหลักการที่เราพูดไว้ และไม่เห็นเหตุผลอันใดที่ ส.ว.จะลงมติแตกต่างจากคราวก่อน
.

.
กมธ.คมนาคม สอบเข้ม สาเหตุรถไฟชนรถเมล์ ศุภณัฐ บอก ข้อมูลยังกลับไปกลับมา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5725423
.
กมธ.คมนาคม เรียก หน่วยงานเกี่ยวข้อง สอบเข้ม สาเหตุรถไฟชนรถเมล์ “ศุภณัฐ”บอก ต้องหาข้อเท็จจริงร่วมกัน เนื่องจากข้อมูลยังกลับไปกลับมา 
.
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมกมธ.ว่า จะมีการประชุมเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทางบริเวณแยกอโศก-ดินแดง โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาครบทุกหน่วย ทั้งอธิบดีกรมการขนส่งทางราง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท)ประธานกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร
.
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า โดยที่ประชุมจะต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ทั้งหมด ซึ่งล่าสุดมีข่าวออกมาว่า พนักงานขับรถไฟอยู่บนรถและอยู่บริเวณด้านหน้า จึงต้องหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร รวมถึงระบบการทำงานของสัญญาณรถไฟมีมาตรฐานความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ และนอกจากธงแดงแล้วยังมีระบบอื่นๆ อีกหรือไม่ ที่ทำให้คนขับรถรู้ก่อนล่วงหน้าว่ามีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า จากนั้นค่อยมาขยายในประเด็นภาพรวม ทั้งปัญหาจราจร หรือปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่รอบ ๆ นั้น ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
.
ข้อเท็จจริงที่ยังกลับไปกลับมาอยู่ในตอนนี้ คือ ระยะทางในการเบรกตั้งแต่ 200 เมตร – 2 กิโลเมตร ที่ต้องหาข้อเท็จจริงร่วมกัน ซึ่งน่าเสียดายที่ครั้งนี้ไม่ได้เชิญสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) มาร่วมประชุมด้วย แต่หากมีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกันเพิ่มเติมคงต้องเชิญมาให้ข้อมูลภายหลัง นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบบุคลากรของการรถไฟฯ ”นายศุภณัฐ กล่าว
.
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สหภาพฯมีหนังสือแถลงการณ์ออกมาอยู่แล้ว ก็จะนำมาเปิดในห้องประชุม เพื่อดูว่าหน่วยงานจะชี้แจงรายละเอียดอย่างไร ฟังได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเชื่อว่าอธิบดีกรมการขนส่งทางกลางที่มาในวันนี้ จะสามารถชี้แจงรายละเอียดให้ทราบได้อย่างครบถ้วน เพราะเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว หากประเด็นไม่จบแล้วยังมีแล้วยังมีประเด็นประเด็นเพิ่มเติม ก็สามารถสามารถนัดมาใหม่อีกได้
.

.
แอตต้า แนะรัฐแก้วิกฤตสมองไหล หัวกะทิรุ่นใหม่หนีทำงานต่างประเทศ เหตุไทยไร้อุตฯแห่งอนาคต.
https://www.matichon.co.th/economy/news_5725447
.
แอตต้า แนะรัฐแก้วิกฤตสมองไหล หัวกะทิรุ่นใหม่หนีทำงานต่างประเทศ เหตุไทยไร้อุตฯแห่งอนาคต
.
วันที่ 20 พ.ค.69 นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังสูญเสีย “คนที่สำคัญที่สุด” โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2569 มีโอกาสร่วมคณะหลักสูตร ววน.1/2 ไปศึกษาดูงานที่ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), PTTGC และ GISTDA ซึ่งเป็น 3 หน่วยงาน ที่สะท้อนภาพ “อนาคตประเทศไทย” ได้ชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยตลอด 2 วัน ที่ได้เห็น ได้พูดคุย และได้แลกเปลี่ยนกับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และบุคลากรระดับสูงของประเทศ ทำให้รู้สึกทั้ง “ภูมิใจ” และ “กังวล” ไปพร้อมกัน เป็นความภูมิใจ เพราะประเทศไทยมีบุคลากรที่เก่งมากกว่าที่สังคมรับรู้ แต่กังวล เพราะประเทศไทยอาจยังไม่มี “พื้นที่รองรับ” ให้คนเก่งเหล่านี้เติบโตได้มากพอ
.
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นความก้าวหน้าของ GISTDA ที่วันนี้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศได้ในระดับที่น่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การสร้าง การควบคุม และการบริหารจัดการดาวเทียมด้วยบุคลากรของคนไทยเอง ซึ่งถือว่า ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะในโลกยุคใหม่ “อวกาศ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ความมั่นคง การเกษตร การจัดการภัยพิบัติ การคมนาคม โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และระบบข้อมูลของประเทศ
.
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็น คือ ประเทศไทยมี “เมล็ดพันธุ์” ที่ดีมาก แต่คำถามสำคัญคือ เรามี “ระบบนิเวศ” ดีพอให้เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เติบโตในประเทศไทยหรือไม่ บุคลากรจำนวนมาก โดยเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก เมื่อได้รับทุนไปศึกษาต่อในประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐ หรือยุโรป มักได้รับข้อเสนอให้ทำงานต่อทันที เพราะประเทศเหล่านั้นมีทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต เครื่องมือวิจัย และโอกาสเติบโตที่สูงกว่า ผลลัพธ์คือ ประเทศไทยสูญเสียบุคลากรระดับหัวกะทิอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่เพราะคนเหล่านั้นไม่รักประเทศไทย แต่เพราะประเทศยังไม่สามารถสร้าง “อนาคต” ที่ชัดเจนพอให้กลับมาได้
.
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของการให้ทุน แต่คือเรื่องของการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตประเทศไทยต้องเลิกคิดเพียงว่า จะดึงคนเก่งกลับมาอย่างไร แต่ต้องคิดใหม่ว่า ทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีงานระดับโลกพอให้คนเก่งอยากกลับมา โดยข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ จึงควรเริ่มจากการสร้าง “National Strategic Talent Ecosystem” ของประเทศไทยอย่างจริงจัง นโยบายที่ถูกต้องคือ Talent + Mission + Market + Funding + Career Path เพราะหากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง คนเก่งจะกลับมาได้ไม่นาน หรืออาจไม่กลับเลย
.
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า Talent คือ การมีบุคลากรที่มีศักยภาพระดับสูง Mission คือ การมีภารกิจระดับชาติที่ท้าทายและมีความหมายให้เขาได้สร้างอนาคตประเทศ Market คือ การมีตลาดรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนไทย Funding คือ ระบบทุนวิจัยและเงินสนับสนุนที่ต่อเนื่องจริงจัง และ Career Path คือ เส้นทางการเติบโตในวิชาชีพที่แข่งขันได้ในระดับสากล รัฐบาลควรมีการกำหนดอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคตอย่างชัดเจน เช่น Space Technology, AI, Robotics, Biotechnology, Clean Energy และ Advanced Materials พร้อมสร้างพื้นที่เศรษฐกิจและระบบสนับสนุนสำหรับบุคลากรกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
.
หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างหน่วยงานวิจัย แต่คือการสร้างตลาดให้เทคโนโลยีของคนไทย ภาครัฐต้องกลายเป็น First Buyer ของนวัตกรรมไทย ไม่ใช่เพียง First Supporter กระทรวงต่างๆ ควรมีการใช้งานข้อมูลดาวเทียม ระบบเอไอ และเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความต้องการ (ดีมานด์) ภายในประเทศให้เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกัน ประเทศไทยควรจัดตั้ง Thailand Strategic Talent Program เพื่อรองรับนักวิจัยและบุคลากรระดับสูงของประเทศ โดยให้ทั้งทุนวิจัย เงินสนับสนุน ทีมงาน เครื่องมือ และเส้นทางการเติบโตในอาชีพที่แข่งขันได้ในระดับสากล เพราะคนเก่งระดับโลก ไม่ได้ต้องการเพียงเงินเดือนสูง แต่ต้องการโอกาสในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่” นายอดิษฐ์ กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่