เราเจอน้องที่ทำงานสนิทกันอยู่คนหนึ่งค่ะ เป็นคนนิสัยดีนะคะ แต่เรื่องการทำงานก็อาจจะไม่ได้ดีมากจริง จนน้องโดนคนที่ทำงานบูลลี่ฉ่ำมากจนเราอดสงสารไม่ได้และพยายามหาทางช่วยให้เธออยู่รอดได้ ประเด็นคือน้องเป็นคนหน้าตาสวยมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครๆมาเอาอกเอาใจน้องเหมือนที่สังคมเชื่อกัน พอรู้จักกันมากขึ้น น้องก็เปิดใจว่ามักจะโดนกลั่นแกล้งใส่ร้ายประจำตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ด้วยบุคลิกขี้อายไม่เข้าสังคมของเธอแล้วพออนุมานจากคำเล่าได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่เริ่มกลั่นแกล้งเธอเป็นผู้หญิงที่มาไม่ชอบเธอโดยเธอไม่ได้ไปทำอะไรก่อน ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าหรือเธอโดนหมั่นไส้จากความหน้าตาดี เราก็แอบแซวๆว่าการที่เธอสวยอย่างน้อยคงมีโชคเรื่องความรักบ้างไหม แต่กลายเป็นว่าเธอบอกว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยที่เข้าหาเธอคือไม่จริงใจ คิดร้ายหวังประโยชน์ทางเพศทั้งนั้น ไม่เคยรักเธอจริง เธอเคยแม้แต่เกือบถูกข่มขืนจากอดีตผู้บังคับบัญชาและคนที่ไว้ใจถึงสองครั้งแต่หนีรอดมาได้ และชีวิตที่ผ่านมาก็โดน harassment บ่อยๆ ตั้งแต่คนแปลกหน้ายันคนใกล้ตัว เธอบอกว่าถึงจะกลัวเราคิดว่าเธอหลงตัวเอง(ซึ่งเราไม่)แต่จากการถูกป้อยอบ่อยๆ เธอก็คิดว่าก็คงมีความจริงบ้างว่าเธอสวย ซึ่งไปๆมาๆ นอกจากทำให้รู้สึกปลื้มนิดๆเวลาถูกชม (ซึ่งหลายครั้งก็ไม่แน่ใจว่ามาจากใจไหม) ไอ้การที่ใครต่อใครบอกว่าเธอสวย เหมือนจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก ซึ่งเราฟังๆดูเหมือนจะเป็นภัยที่แรงอยู่เสียด้วยซ้ำไปค่ะ เราก็เลยแอบคิดน่ะค่ะ ว่าหรือการที่เขาบอกว่าพอหน้าตาดีแล้วจะชีวิตดี คนเอาอกเอาใจ ชีวิตสบายกว่าคนอื่นๆ จริงๆคือมันต้องอาศัย charisma ส่วนตัวมากเสียด้วยซ้ำไหมคะ เพราะถ้าบุคลิกติดจะมืดมนหน่อยๆเหมือนน้องคนนี้ ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ privilege อะไรจากความสวยเลย (ซึ่งเธอสวยจริงๆนะคะสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่ในสายตาเรา) แถมดูจะเหมือนรับผลกระทบมากพอควรด้วยค่ะ ทุกท่านมีความเห็นอย่างไรแชร์กันได้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^^
คำที่บอกว่าถ้าหน้าตาดีโลกจะใจดีกับคุณ จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อบุคลิกมีเสน่ห์ร่วมด้วยเท่านั้นไหมคะ