รายการคดีเด็ดมีมาตั้งแต่ช่วงปี 2543 (2000) และอยู่คู่กับช่อง 7 มายาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปีโดยเนื้อหาหลักของรายการก็จะเน้นเรื่องคดีต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคดีชาวบ้านทั่วๆไป เช่น ลักทรัพย์ เล่นพนัน ยาเสพติด และอีกมากมายโดยผู้ที่จะนำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้คนดูได้รู้ก็คือ บรรดาตำรวจผู้เป็นเจ้าของคดี นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องฮาๆที่ไม่ได้เป็นคดีความอย่างเช่น ในโรงพยาบาลระหว่างหมอกับคนไข้ เรื่องราวที่เกิดในที่ว่าการอำเภอหรือตามเทศบาล
แต่ส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดจะเป็นการเล่าที่เน้นความสนุกสนาน เน้นความตลกขบขัน ซึ่งคดีพวกนี้ก็เกิดขึ้นจริงเพียงแต่เมื่อนำขึ้นสู่รายการซึ่งเน้นธีมที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมนั่นจึงทำให้มีการแต่งเติมเสริมเนื้อหาเรื่องราวให้ออกมาในแนวตลกโปกฮา
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่โคตรรายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทยอย่าง คดีเด็ด มีอันต้องยุติการออกอากาศทางช่อง 7 ไปในปี 2566 แม้จะเปลี่ยนมาออกอากาศทางช่อง 3 แต่มันก็ไม่คลาสสิคแบบสมัยที่อยู่ทางช่อง 7 ในช่วงบ่ายวันเสาร์อีกต่อไปแถมล่าสุดคดีเด็ดที่ออกอากาศทางช่อง 3 ก็ถูกยุติการออกอากาศไปแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไม คดีเด็ด ถึงเป็นรายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเมืองไทย สาเหตุก็เป็นเพราะว่านี่คือรายการที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพคับแก้วซึ่งรายการอื่นในเมืองไทยมันเทียบไม่ติด โดยจะขอพูดถึงจุดเด่นที่ทำให้คดีเด็ดเป็นสุดยอดรายการทีวีออกมาเป็นข้อๆดังต่อไปนี้
1.ตัวพิธีกร - ลุงหว่อง พิสิทธิ์ กีรติการกุล
- นี่คือองค์ประกอบชั้นดีที่ทำให้คนดูจดจำได้ ด้วยลักษณะใบหน้าตี๋ๆดูพูดนิ่งๆแต่เวลาพูดออกมา ลุงหว่องแกมักจะมีวลีเด็ดโดนใจและทำคนดูฮาได้เสมอซึ่งวลีอันคมคายของลุงหว่องก็ไม่ต่างอะไรกับ ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ของลุงชวน หลีกภัย
2.นักแสดงคดีเด็ดทุกคน
- นี่คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ เพราะรายการคดีเด็ดจะมีเรื่องสั้นให้ได้ชมกัน โดยจำลองเหตุการณ์ที่ผู้เล่าได้นำมาถ่ายทอดซึ่งนักแสดงเหล่านี้เป็นนักแสดงในสังกัดกันตนา โดยจะมีการแบ่งว่าใครจะแสดงเป็นฝ่ายหน่วยงานราชการ ใครแสดงเป็นประชาชนทั่วไป โดยนักแสดงเหล่านี้อาจเป็นแค่ตัวประกอบในละครทีวี
- แต่เมื่อมาเป็นคดีเด็ด พวกเขาเปรียบได้ดั่งพระเอกนางเอกเป็นดาวเด่นหรือซุปเปอร์ฮีโร่ ซึ่งการแสดงของพวกเขาแทบไม่มีติดขัดและแสดงได้เป็นธรรมชาติแบบสุดๆซึ่งแตกต่างจากไอ้พวกพระเอกนางเอกหน้าศัลยกรรมหลายคนที่พวกมันแสดงได้แข็งเป็นหินและท่อนไม้
3.เพลงประกอบรายการ
- เพลงอินโทรเริ่มต้นของรายการกลายเป็นที่จดจำอย่างมากซึ่งฟังแล้วให้อารมณ์เหมือนสายสืบกำลังตามจับตัวขโมย นอกจากนั้นในช่วงยุคแรกๆจนถึงยุคกลางๆของรายการก็จะมีการนำเพลงแนวร็อคและเมทัลมาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงละครสั้นไปจนถึงช่วงแจกโชคให้กับผู้ชมทางบ้าน
- โดยกลุ่มเพลงดังกล่าวก็จะเป็นซาวด์ดนตรีของวงเมทัลระดับตำนานของทางอเมริกาทั้ง Korn / Rob Zombie / Slayer นอกจากนั้นก็ยังมีการนำเพลงไทยอีกหลายเพลงมาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ แต่ในยุคหลังมาเจอปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้ต้องใช้เพลงที่แต่งขึ้นมาเองในการมาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ
4.เสียงบรรยาย
- นี่คืออีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชมด้วยเสียงบรรยายอันเป็นเอกลักษณ์ ในช่วงละครสั้นทำให้สร้างความครื้นเครงได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในช่วงหลังที่รายการเอาภาพจริงคนจริงมานำเสนอ เสียงบรรยายที่คุ้นเคยก็ไม่หายไปไหนและยังสร้างความตลกให้กับผู้ชมได้อย่างมาก
โดยถ้าดูจากจุดเด่นแล้วก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม คดีเด็ด ถึงกลายเป็นรายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเมืองไทยจนครองใจผู้ชมทุกเพศทุกวัยทั่วสารทิศของประเทศไทยและทุกวันนี้ก็ยังไม่มีรายการทีวีของไทยรายการไหนที่จะมาเทียบรัศมีความดังความยิ่งใหญ่ความสุดยอดของรายการคดีเด็ดไปได้
เพราะถ้ารายการคดีเด็ดเขาไม่ยิ่งใหญ่จริงคงไม่อยู่มายาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปีเรียกได้ว่า ถ้าใครมีลูกตอนที่คดีเด็ดออกอากาศตอนแรกก็จะเห็นลูกตั้งแต่เป็นเด็กทารกแบเบาะลากยาวมาจนถึงลูกเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยและเตรียมที่จะหางานทำกันแล้ว
คดีเด็ด คือ รายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเมืองไทยแบบที่ไร้ข้อโต้แย้ง
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคดีชาวบ้านทั่วๆไป เช่น ลักทรัพย์ เล่นพนัน ยาเสพติด และอีกมากมายโดยผู้ที่จะนำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้คนดูได้รู้ก็คือ บรรดาตำรวจผู้เป็นเจ้าของคดี นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องฮาๆที่ไม่ได้เป็นคดีความอย่างเช่น ในโรงพยาบาลระหว่างหมอกับคนไข้ เรื่องราวที่เกิดในที่ว่าการอำเภอหรือตามเทศบาล
แต่ส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดจะเป็นการเล่าที่เน้นความสนุกสนาน เน้นความตลกขบขัน ซึ่งคดีพวกนี้ก็เกิดขึ้นจริงเพียงแต่เมื่อนำขึ้นสู่รายการซึ่งเน้นธีมที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมนั่นจึงทำให้มีการแต่งเติมเสริมเนื้อหาเรื่องราวให้ออกมาในแนวตลกโปกฮา
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่โคตรรายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทยอย่าง คดีเด็ด มีอันต้องยุติการออกอากาศทางช่อง 7 ไปในปี 2566 แม้จะเปลี่ยนมาออกอากาศทางช่อง 3 แต่มันก็ไม่คลาสสิคแบบสมัยที่อยู่ทางช่อง 7 ในช่วงบ่ายวันเสาร์อีกต่อไปแถมล่าสุดคดีเด็ดที่ออกอากาศทางช่อง 3 ก็ถูกยุติการออกอากาศไปแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไม คดีเด็ด ถึงเป็นรายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเมืองไทย สาเหตุก็เป็นเพราะว่านี่คือรายการที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพคับแก้วซึ่งรายการอื่นในเมืองไทยมันเทียบไม่ติด โดยจะขอพูดถึงจุดเด่นที่ทำให้คดีเด็ดเป็นสุดยอดรายการทีวีออกมาเป็นข้อๆดังต่อไปนี้
1.ตัวพิธีกร - ลุงหว่อง พิสิทธิ์ กีรติการกุล
- นี่คือองค์ประกอบชั้นดีที่ทำให้คนดูจดจำได้ ด้วยลักษณะใบหน้าตี๋ๆดูพูดนิ่งๆแต่เวลาพูดออกมา ลุงหว่องแกมักจะมีวลีเด็ดโดนใจและทำคนดูฮาได้เสมอซึ่งวลีอันคมคายของลุงหว่องก็ไม่ต่างอะไรกับ ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ของลุงชวน หลีกภัย
2.นักแสดงคดีเด็ดทุกคน
- นี่คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ เพราะรายการคดีเด็ดจะมีเรื่องสั้นให้ได้ชมกัน โดยจำลองเหตุการณ์ที่ผู้เล่าได้นำมาถ่ายทอดซึ่งนักแสดงเหล่านี้เป็นนักแสดงในสังกัดกันตนา โดยจะมีการแบ่งว่าใครจะแสดงเป็นฝ่ายหน่วยงานราชการ ใครแสดงเป็นประชาชนทั่วไป โดยนักแสดงเหล่านี้อาจเป็นแค่ตัวประกอบในละครทีวี
- แต่เมื่อมาเป็นคดีเด็ด พวกเขาเปรียบได้ดั่งพระเอกนางเอกเป็นดาวเด่นหรือซุปเปอร์ฮีโร่ ซึ่งการแสดงของพวกเขาแทบไม่มีติดขัดและแสดงได้เป็นธรรมชาติแบบสุดๆซึ่งแตกต่างจากไอ้พวกพระเอกนางเอกหน้าศัลยกรรมหลายคนที่พวกมันแสดงได้แข็งเป็นหินและท่อนไม้
3.เพลงประกอบรายการ
- เพลงอินโทรเริ่มต้นของรายการกลายเป็นที่จดจำอย่างมากซึ่งฟังแล้วให้อารมณ์เหมือนสายสืบกำลังตามจับตัวขโมย นอกจากนั้นในช่วงยุคแรกๆจนถึงยุคกลางๆของรายการก็จะมีการนำเพลงแนวร็อคและเมทัลมาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงละครสั้นไปจนถึงช่วงแจกโชคให้กับผู้ชมทางบ้าน
- โดยกลุ่มเพลงดังกล่าวก็จะเป็นซาวด์ดนตรีของวงเมทัลระดับตำนานของทางอเมริกาทั้ง Korn / Rob Zombie / Slayer นอกจากนั้นก็ยังมีการนำเพลงไทยอีกหลายเพลงมาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ แต่ในยุคหลังมาเจอปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้ต้องใช้เพลงที่แต่งขึ้นมาเองในการมาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ
4.เสียงบรรยาย
- นี่คืออีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชมด้วยเสียงบรรยายอันเป็นเอกลักษณ์ ในช่วงละครสั้นทำให้สร้างความครื้นเครงได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในช่วงหลังที่รายการเอาภาพจริงคนจริงมานำเสนอ เสียงบรรยายที่คุ้นเคยก็ไม่หายไปไหนและยังสร้างความตลกให้กับผู้ชมได้อย่างมาก
โดยถ้าดูจากจุดเด่นแล้วก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม คดีเด็ด ถึงกลายเป็นรายการทีวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเมืองไทยจนครองใจผู้ชมทุกเพศทุกวัยทั่วสารทิศของประเทศไทยและทุกวันนี้ก็ยังไม่มีรายการทีวีของไทยรายการไหนที่จะมาเทียบรัศมีความดังความยิ่งใหญ่ความสุดยอดของรายการคดีเด็ดไปได้
เพราะถ้ารายการคดีเด็ดเขาไม่ยิ่งใหญ่จริงคงไม่อยู่มายาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปีเรียกได้ว่า ถ้าใครมีลูกตอนที่คดีเด็ดออกอากาศตอนแรกก็จะเห็นลูกตั้งแต่เป็นเด็กทารกแบเบาะลากยาวมาจนถึงลูกเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยและเตรียมที่จะหางานทำกันแล้ว