จบปัญญาภิวัฒน์ แต่มาฝึก Microsoft Office ขั้นพื้นฐานตอนทำงาน แบบนี้ปกติไหม
เราเรียนที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ตั้งแต่ระดับ ปวช. จนจบปริญญาตรี ที่ศูนย์การเรียนแห่งหนึ่ง โดยเริ่มเรียนตั้งแต่ปี 2551 ในยุคนั้นศูนย์การเรียนมีคอมทั้งหมด 5 ตัว ไม่มีห้องสมุดให้ใช้ (แต่ในใบค่าเทอมมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าคอมแล้วก็ค่าห้องสมุด)
การเรียนในยุคนั้นเป็นการเรียนผ่านจอทีวี ไม่มีอาจารย์ยืนสอนหน้าห้อง มีแค่เจ้าหน้าที่ศูนย์การเรียนคอยดูแล ซึ่งพวกเราก็เรียกว่า “อาจารย์”
การเรียนยุคนั้นมหัศจรรย์มาก คือเราออกมาเข้าห้องน้ำแค่ 5 นาที

เรียนจบไป 1 บทเรียน ขนาดนั่งฟังอาจารย์สอนจะตั้งใจ ยังฟังไม่ทันเลย คือสอนไวมาก
สิ่งที่เรารู้สึกแปลกมาตลอดคือ ระบบการเรียนตอนนั้นเหมือนแค่ขอให้มาเรียน ส่งงานให้ครบ แล้วก็เรียนจบ ต่อให้บางคนหลับ เล่น หรือคุยกันเสียงดังในห้องก็ไม่ค่อยมีอะไร
ที่หนักกว่านั้นคือ เราตั้งใจเรียนมากนะ แต่เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องจริง ๆ เพราะเรียนผ่านจอทีวี สมัยนั้นยังไม่มีระบบเปิดไมค์ถามสดเหมือนยุคนี้ เต็มที่ก็พิมพ์ถามผ่านคอมส่วนกลาง
แล้วทั้งศูนย์การเรียนมีคอมให้ใช้แค่ประมาณ 5 เครื่อง ทั้งที่มีวิชาคอมพิวเตอร์ให้เรียน แต่เป็นการ “จดใส่สมุดแล้วสอบ” มากกว่า เพราะคอมแทบไม่ได้ใช้จริง
คนที่ได้เกรดดี ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนเรียนเก่งในห้อง แต่เป็นคนที่ฝึกงานได้เกรด A หรือทำโครงงานบูรณาการได้ดีมากกว่า บางคนเรียนไม่เก่ง นอนหลับทุกคาบเรียน แต่ไปอยู่กลุ่มที่ทำโครงงานดี เลยได้เกรด 4 ทุกวิชา
ตอนนั้นเราไม่มีคอมที่บ้าน ไม่เล่นเกม ไม่ได้คลุกกับเทคโนโลยีจริงจัง เพิ่งมาซื้อคอมตอนเรียนปี 3 เพื่อทำวิจัย แต่สุดท้ายก็ต้องให้เพื่อนช่วย เพราะเราใช้คอมไม่ค่อยเป็น
หลังเรียนจบ เราก็ทำงานร้านสะดวกซื้อ ไต่จากผู้ช่วยผู้จัดการจนเป็นผู้จัดการร้าน ชีวิตตอนนั้นแข่งขันอยู่แต่ในระบบเดิม แข่งกับเด็กที่มาจากสายเดียวกัน แข่งกับพนักงานร้านสะดวกซื้อด้วยกัน
จนวันหนึ่งเราเริ่มอยากรู้ศักยภาพตัวเอง ว่าถ้าออกมาทำงานบริษัทข้างนอกองค์กรจะทำได้ไหม หรือว่ามหาวิทยาลัยเราจบมาแล้วทำงานได้แต่ในองค์กร
พอได้เข้ามาทำงานออฟฟิศจริง ๆ เราช็อกมาก เพราะเราแทบใช้ Word, Excel, PowerPoint ไม่เป็นเลย ต้องมานั่งฝึกใหม่หมด ทั้งที่จบปริญญาตรีมาแล้ว
เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยต้องแข่งขันกับคนที่จบจุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล หรือคนที่เรียนต่างประเทศ
ตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ต้องให้เพื่อนร่วมงานคอยสอนคอมพื้นฐาน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภาระ ทำให้คนอื่นกลับบ้านช้า ต้องมานั่งแบกงานเรา จนเขามีปัญหาครอบครัวเพราะว่าเอาเวลามาสอนงานเรา บางคนขับรถมอเตอร์ไซค์วูบกลางทางเพราะว่าไม่มีเวลานอน เขายอมเสียสละเวลาส่วนตัวมาสอนคอมพิวเตอร์เรา
บางทีเราก็ถามตัวเองว่า
“ที่ผ่านมาเราเรียนอะไรมากันแน่”
ที่มาตั้งกระทู้นี้ไม่ได้จะด่าสถาบันนะ เพราะเราก็ได้ประสบการณ์ชีวิตและการทำงานจากที่นี่เยอะ
แต่อยากถามคนที่เรียนยุคเดียวกันประมาณปี 2551–2557 หรือคนจากมหาลัยอื่นก็ได้ครับ
สิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้มัน “ปกติ” ไหม บางทีตัวเราอาจจะหัวช้าสถาบันสอนแต่เราไม่เป็น หรือ ตัวเราอาจจะไม่ปกติเป็นเด็กพิเศษก็ได้นะ หรือ เพราะว่าสถาบันมันไม่สอน
สิ่งที่เราพูดมาจากอาจารย์หรือผู้บริหารทุกท่านมาอ่านกระทู้นี้ ข้าพเจ้าขออภัยด้วยนะ ตัวข้าพเจ้าเองอาจจะเป็นคนเดียวในบรรดาศิษย์เก่าปัญญาภิวัฒน์ทั้งหมดก็ได้นะ ที่มีมุมมองแบบนี้ คิดแบบนี้ และรู้สึกแบบนี้
มีใครจบปริญญาตรีมาแล้วต้องมานั่งเริ่มฝึก Microsoft Office ใหม่ตอนทำงานจริงเหมือนเราบ้างไหม หรือเราเป็นคนเดียว แบบนี้คือเรื่องปกติไหม
เรียนจบปัญญาภิวัฒน์ แต่มาเริ่มฝึก Microsoft Office ตอนทำงาน แบบนี้ปกติไหม
เราเรียนที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ตั้งแต่ระดับ ปวช. จนจบปริญญาตรี ที่ศูนย์การเรียนแห่งหนึ่ง โดยเริ่มเรียนตั้งแต่ปี 2551 ในยุคนั้นศูนย์การเรียนมีคอมทั้งหมด 5 ตัว ไม่มีห้องสมุดให้ใช้ (แต่ในใบค่าเทอมมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าคอมแล้วก็ค่าห้องสมุด)
การเรียนในยุคนั้นเป็นการเรียนผ่านจอทีวี ไม่มีอาจารย์ยืนสอนหน้าห้อง มีแค่เจ้าหน้าที่ศูนย์การเรียนคอยดูแล ซึ่งพวกเราก็เรียกว่า “อาจารย์”
การเรียนยุคนั้นมหัศจรรย์มาก คือเราออกมาเข้าห้องน้ำแค่ 5 นาที
สิ่งที่เรารู้สึกแปลกมาตลอดคือ ระบบการเรียนตอนนั้นเหมือนแค่ขอให้มาเรียน ส่งงานให้ครบ แล้วก็เรียนจบ ต่อให้บางคนหลับ เล่น หรือคุยกันเสียงดังในห้องก็ไม่ค่อยมีอะไร
ที่หนักกว่านั้นคือ เราตั้งใจเรียนมากนะ แต่เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องจริง ๆ เพราะเรียนผ่านจอทีวี สมัยนั้นยังไม่มีระบบเปิดไมค์ถามสดเหมือนยุคนี้ เต็มที่ก็พิมพ์ถามผ่านคอมส่วนกลาง
แล้วทั้งศูนย์การเรียนมีคอมให้ใช้แค่ประมาณ 5 เครื่อง ทั้งที่มีวิชาคอมพิวเตอร์ให้เรียน แต่เป็นการ “จดใส่สมุดแล้วสอบ” มากกว่า เพราะคอมแทบไม่ได้ใช้จริง
คนที่ได้เกรดดี ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนเรียนเก่งในห้อง แต่เป็นคนที่ฝึกงานได้เกรด A หรือทำโครงงานบูรณาการได้ดีมากกว่า บางคนเรียนไม่เก่ง นอนหลับทุกคาบเรียน แต่ไปอยู่กลุ่มที่ทำโครงงานดี เลยได้เกรด 4 ทุกวิชา
ตอนนั้นเราไม่มีคอมที่บ้าน ไม่เล่นเกม ไม่ได้คลุกกับเทคโนโลยีจริงจัง เพิ่งมาซื้อคอมตอนเรียนปี 3 เพื่อทำวิจัย แต่สุดท้ายก็ต้องให้เพื่อนช่วย เพราะเราใช้คอมไม่ค่อยเป็น
หลังเรียนจบ เราก็ทำงานร้านสะดวกซื้อ ไต่จากผู้ช่วยผู้จัดการจนเป็นผู้จัดการร้าน ชีวิตตอนนั้นแข่งขันอยู่แต่ในระบบเดิม แข่งกับเด็กที่มาจากสายเดียวกัน แข่งกับพนักงานร้านสะดวกซื้อด้วยกัน
จนวันหนึ่งเราเริ่มอยากรู้ศักยภาพตัวเอง ว่าถ้าออกมาทำงานบริษัทข้างนอกองค์กรจะทำได้ไหม หรือว่ามหาวิทยาลัยเราจบมาแล้วทำงานได้แต่ในองค์กร
พอได้เข้ามาทำงานออฟฟิศจริง ๆ เราช็อกมาก เพราะเราแทบใช้ Word, Excel, PowerPoint ไม่เป็นเลย ต้องมานั่งฝึกใหม่หมด ทั้งที่จบปริญญาตรีมาแล้ว
เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยต้องแข่งขันกับคนที่จบจุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล หรือคนที่เรียนต่างประเทศ
ตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ต้องให้เพื่อนร่วมงานคอยสอนคอมพื้นฐาน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภาระ ทำให้คนอื่นกลับบ้านช้า ต้องมานั่งแบกงานเรา จนเขามีปัญหาครอบครัวเพราะว่าเอาเวลามาสอนงานเรา บางคนขับรถมอเตอร์ไซค์วูบกลางทางเพราะว่าไม่มีเวลานอน เขายอมเสียสละเวลาส่วนตัวมาสอนคอมพิวเตอร์เรา
บางทีเราก็ถามตัวเองว่า
“ที่ผ่านมาเราเรียนอะไรมากันแน่”
ที่มาตั้งกระทู้นี้ไม่ได้จะด่าสถาบันนะ เพราะเราก็ได้ประสบการณ์ชีวิตและการทำงานจากที่นี่เยอะ
แต่อยากถามคนที่เรียนยุคเดียวกันประมาณปี 2551–2557 หรือคนจากมหาลัยอื่นก็ได้ครับ
สิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้มัน “ปกติ” ไหม บางทีตัวเราอาจจะหัวช้าสถาบันสอนแต่เราไม่เป็น หรือ ตัวเราอาจจะไม่ปกติเป็นเด็กพิเศษก็ได้นะ หรือ เพราะว่าสถาบันมันไม่สอน
สิ่งที่เราพูดมาจากอาจารย์หรือผู้บริหารทุกท่านมาอ่านกระทู้นี้ ข้าพเจ้าขออภัยด้วยนะ ตัวข้าพเจ้าเองอาจจะเป็นคนเดียวในบรรดาศิษย์เก่าปัญญาภิวัฒน์ทั้งหมดก็ได้นะ ที่มีมุมมองแบบนี้ คิดแบบนี้ และรู้สึกแบบนี้
มีใครจบปริญญาตรีมาแล้วต้องมานั่งเริ่มฝึก Microsoft Office ใหม่ตอนทำงานจริงเหมือนเราบ้างไหม หรือเราเป็นคนเดียว แบบนี้คือเรื่องปกติไหม