JJNY : ศิริกัญญาอัดกลับลำ│ศิริกัญญาชี้ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกไม่คุ้ม│นันทนา เดือดรถไฟชนรถเมล์│ดร.โจชูนโยบาย กรุงเทพฯ โปร่งใส

กระทู้ข่าว
ศิริกัญญา อัด รัฐบาล กลับลำ 180 องศา ส่ง ปกรณ์ เคลียร์เอกชนแก้เกม อนุทิน พลั้งปากขู่ฟ้องปิดปาก หวั่นฉุดภาพลักษณ์ ชวดสมาชิก OECD
https://www.matichon.co.th/politics/news_5724198
.

.
‘ศิริกัญญา’ อัด ‘รัฐบาล’ กลับลำ 180 องศา ส่ง ‘ปกรณ์’ เคลียร์เอกชนแก้เกม ‘อนุทิน’ พลั้งปากขู่ฟ้องปิดปาก หวั่นฉุดภาพลักษณ์ ชวดสมาชิก OECD แซะ ตั้งกรรมการกี่ชุดก็เหลว  
.
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าหารือ พร้อมกับชี้แจงว่าจะไม่มีการฟ้องปิดปากภาคเอกชน ว่า เป็นการกลับลำแบบ 180 องศา เนื่องจากต้องแก้ไขปัญหาคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ไม่รู้ว่าพลั้งปากหรือไม่ เพราะพูดหลายครั้งว่าให้เอาหลักฐานมาด้วย ไม่เช่นนั้นจะถูกฟ้องกลับได้
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า นายปกรณ์เพิ่งจะพบกับตัวแทนจาก OECD ที่มาเยี่ยมประเทศไทยเพื่อตรวจระเบียบกระบวนการต่างๆ ซึ่งคงจะดูไม่ดี แน่ๆ หาก OECD ทราบว่า ประเทศที่กำลังจะสมัครเข้าเป็นสมาชิก ใช้กฎหมายในเชิงขู่ฟ้องเพื่อปิดปากประชาชนที่ออกมาแฉเรื่องคอร์รัปชัน ถือว่าเป็นการแก้เกม ที่นายกรัฐมนตรีทำผิดพลาด แต่ที่สำคัญ หลังจากพูดคุยกับ กกร. แล้ว รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประสานงานเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งนับไม่ถูกแล้วว่าเป็นคณะกรรมการชุดที่เท่าไหร่
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่มีปัญหาหรือต้องการซื้อเวลาเพื่อไขบางอย่าง เอาเข้าจริง เรื่องการคอร์รัปชัน มีการถอดบทเรียน ทางแก้ไขปัญหา ร้อยแปดพันประการไปแล้ว โดยที่ไม่ต้องมีกรรมการ ขึ้นมาแก้ไข เพียงแค่รัฐบาล เอาจริง เอาจังกับเรื่องนี้ สามารถทุบโต๊ะ สั่งการทำระบบ มากกว่าเน้นไปที่หาคนดีมาบริหารบ้านเมือง ซึ่งการมีระบบนี้ ทำให้คนดี ที่อยากจะโกงก็โกงไม่ได้ พรรคประชาชนได้นำเสนอ ไปหลายเรื่อง ทั้งการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณเพื่อความโปร่งใส ลดใบอนุญาต ที่ไม่จำเป็น รวมถึงใช้เทคโนโลยี เพื่อลดดุลยพินิจของข้าราชการ
.
เมื่อถามว่า เชื่อมั่นต่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังเชื่อไม่ได้ว่าสุดท้ายจะโปร่งใสจริงหรือไม่ เหมือนก้าวผิดออกจากประตูไปแล้ว ก็คงต้องรื้อฟื้น ทบทวนความสัมพันธ์ กันใหม่กับภาคเอกชนเช่นเดียวกัน ต้องดูว่า ท้ายที่สุดจะสามารถประสานกันได้จริงหรือไม่ เพราะตามรายชื่อ นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานคณะกรรมการอีกแล้ว ซึ่งไม่น่าจะเป็นคณะกรรมการที่ฟังก์ชันได้จริง นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานหลายโต๊ะเหลือเกิน
.
“พอยุ่งมากๆ จะนั่งเป็นประธานจริงๆ ก็น้อยมากๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประชุมอย่างมากก็ปีละ 1 ครั้ง ดังนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงการเอาจริง เอาจังในการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งพรรคประชาชน จะผนึกกำลังภาคเอกชน ในการต่อต้านคอรัปชันอย่างเป็นระบบให้เกิดขึ้นได้จริง” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
เมื่อถามว่า จะเชิญภาคเอกชนเขาให้ข้อมูลกับพรรคเพื่อนำไปตรวจสอบรัฐบาลต่อหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จะมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้พร้อมกับอีกหลายเรื่อง ตอนนี้เริ่มดำเนินการแล้ว มีคนที่เคยอยู่ภาคเอกชน มาร่วมงามกับพรรคประชาชน เช่น น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ
.
เมื่อถามถึง กรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกอาการไม่พอใจผู้สื่อข่าว หลังถูกถามเรื่องการคอร์รัปชันในกรมควบคุมมลพิษ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตนเข้าใจเจตนาของนายสุชาติที่ต้องการปกป้องข้าราชการ และกรมควบคุมมลพิษ ก็เป็นกรมที่มีโอกาสเสี่ยงค่อนข้างน้อยในการเรียกรับผลประโยชน์
.
อย่างไรก็ตาม ด้วยท่าทีของคนระดับรัฐมนตรีควรจะน้อมรับข้อวิพากษ์ วิจารณ์ และนำไปแก้ไข ปิดช่องว่าง ช่องโหว่ ที่จะทำให้เกิดโอกาส เรียกรับผลประโยชน์ มากกว่าจะทำตัวเแป็นศัตรูกับภาคเอกชน ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล และสื่อมวลชน ซึ่งไม่ควรเจออะไรแบบนี้ น่าจะทำให้บรรยากาศ การทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ของประเทศนี้เกิดขึ้นได้จริง” น.ส.ศิริกัญญา
.

.
ศิริกัญญา ชี้ ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกไม่คุ้ม ‘รัฐบาล’ ไม่มีเงินถุงเงินถัง แนะเปิดทางเอกชนลงทุน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5724125
.
‘ศิริกัญญา’ เห็นพ้อง ‘ศุภมาส’ ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกไม่คุ้มค่า ชี้ วัดผลได้ยาก ซัด ‘รัฐบาล’ ไม่มีเงินถุงเงินถัง เก็บตังไว้ทำอย่างอื่น เหน็บ รีบพูดคนไทยได้ดูฟรี ทำต่อรองราคาไม่ได้ แนะ เปิดทางเอกชนลงทุน-ประเมินความเสี่ยงเอง เตือน พลาดแล้วอย่าพลาดอีก
 .
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลอาจไม่ได้ลิขสิทธิ์บอลโลก ว่า ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าถอนแล้ว ก็ยังงงๆ อยู่เพราะตอนแรกบอกว่าจะไม่ใช้เงินของรัฐบาลเลย แต่รอบนี้กลับมาบอกว่าถอนแล้ว จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่ถอนนั้นคือถอนอะไร แต่เราคงต้องติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องที่บอกว่าจะไม่ใช้เงินรัฐบาล สุดท้ายแล้วจะไปใช้กองทุน USO (Universal Service Obligation) หรือกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กสทช.) มาใช้ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้หรือไม่ ก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะรัฐบาลพูดไม่คงเส้นคงวาในแต่ละรอบ เป็นเรื่องที่เราคิดว่าไหนๆ ก็ไม่ได้อยู่ในรายการ Must Have อีกต่อไปแล้ว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ควรจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ และให้เอกชนเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงและกำไรจากการที่จะซื้อลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ด้วยตัวเอง รวมถึงการต่อรองค่าลิขสิทธิ์ด้วย เพราะหากรีบพูดว่าคนไทยจะได้ดูฟรีแน่นอน รัฐบาลรับเรื่องนี้แล้วอำนาจการต่อรองมันลดลงจริงๆ จาก 1,300 ล้านบาทก็ต่อรองลงมาไม่ได้เลย ถือเป็นบทเรียนและต้องติดตามกันต่อไปว่าจะใช้เงินจากใครมาซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกในครั้งนี้
.
เมื่อถามถึง กรณีที่น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงค่าลิขสิทธิ์บอลโลกแพงไม่คุ้มค่า และอาจต้องให้เอกชนเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์ เป็นแผนที่ถูกหรือไม่เพราะมีการบอกว่าจะนำเงินไปใช้อย่างอื่น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ ก็ถูกอยู่แล้ว เพราะความคุ้มค่าของเรื่องนี้ค่อนข้างประเมินได้ยาก เนื่องจากประโยชน์ที่จะได้รับคือความสุขของประชาชนที่ได้ดูฟุตบอลหรือการเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยากเล่นกีฬา ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะประเมินได้ยากว่าคุ้มหรือไม่คุ้มอย่างไร
.
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลอาจจะไม่มีเงินถุงเงินถังในขณะนี้ ก็ควรเก็บเงินเก็บสตางค์เอาไว้ดีกว่า หากจะใช้กองทุนของ กสทช. หรือกองทุน USO ก็ควรที่จะใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์มากกว่า และฝากถึง กสทช. ทุกท่าน ให้ตัดสินใจเรื่องนี้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของ USO เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนที่มีรายได้น้อย หรือคนพิการให้เข้าถึงสื่อต่าง ๆ ไม่ได้เอามาใช้ในเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกแต่อย่างใด พลาดไปแล้วอย่าพลาดอีก” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
.

.
นันทนา เดือดรถไฟชนรถเมล์ สะท้อนรบ.ล้มเหลว จี้แก้ระบบราง-จุดตัด พัฒนารถไฟเป็นขนส่งหลัก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5724119
.
‘นันทนา’ ชี้โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์กลางกรุงสะท้อนความล้มเหลวรัฐ ละเลยระบบราง-บังคับใช้กฎหมาย ซัดเป็นถ้าประเทศญี่ปุ่น-ประเทศในยุโรป รัฐมนตรีคมนาคมลาออกแล้ว แต่ของไทยไม่เห็นมีใครรับผิดชอบ เก่งแต่แสดงวิสัยทัศน์
.
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ และเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ถ้าดูผิวเผินสังคมจะวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องความไม่มีวินัยของพวกเราคนไทย ไม่ใส่ใจกฎจราจร จอดรถทับบนทางรถไฟได้อย่างไร ยิ่งไปตรวจพบว่าคนขับรถไฟปัสสาวะสีม่วง ไม่มีใบอนุญาตขับรถและไม่ได้นั่งควบคุมอยู่ที่คนขับ พากันประณามถามหาจิตสำนึกของพนักงานขับรถไฟคนนี้ แทบทุกปัญหาในประเทศไทยเรามักจะโทษไปที่เรื่องสันดานคนไทย
.
ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนหนึ่งปีผู้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2 หมื่นราย ปัญหาฝุ่น การรุกป่าทำลายสิ่งแวดล้อม ลักวิ่งชิงปล้น แม้กระทั่งการซื้อเสียง การจ่ายสินบน ถ้าเรามองว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากสันดาน จิตสำนึกของคนไทย จะไม่ง่ายไปหรือ ถ้าโทษไปที่ดีเอ็นเอของคนไทยก็แก้อะไรไม่ได้ ไม่ต้องเปิดการอภิปรายกันในวันนี้ เพราะอย่างไรสันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้อยู่แล้ว อย่าให้เขามาหลอกให้เราเป็นแพะรับบาป ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาล ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่นหรือหลายประเทศในยุโรปเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะได้เห็นรัฐมนตรีคมนาคมออกมาประกาศความรับผิดชอบพร้อมลาออกแล้ว แต่ประเทศไทยถูกหลอกว่าเป็นเรื่องของความไม่เอาไหนของประชาชน ไม่ว่าความเสียหายจะใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรี ปลัด อธิบดีคนไหนออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างเก่งก็จะออกมาแสดงวิสัยทัศน์ เช่น จะขุดอุโมงค์ลอดใต้แยกอโศก โดยไม่รู้เลยว่าใต้ถนนอโศกมีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ข้างล่างแล้ว ถ้าขุดลึกลงไปกว่านั้นก็เจอนรกแล้ว บางท่านเสนอให้รถไฟไปหยุดที่ชานกรุงเทพฯ ขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถเมล์มาขึ้นรถไฟฟ้า จบที่มอเตอร์ไซค์ อันนี้ไม่ใช่แลนด์บริดจ์” น.ส.นันทนากล่าว
.
น.ส.นันทนากล่าวว่า ทำไมตนถึงมองว่าเรื่องปัญหานี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบเต็มๆ เพราะการที่คนที่จะปฏิบัติตามระเบียบ ท่านคิดว่าอยู่ที่จิตสำนึกหรืออยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย การที่คนขับรถกันอย่างไม่มีวินัย ท่านจะตำหนิใครถ้าไม่ใช่รัฐบาล คนจำนวนมากไม่รู้กฎจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริง และรัฐบาลเคยใส่ใจที่จะกวดขันให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อีกมิติหนึ่งที่สำคัญในการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวคือความล้มเหลวของรัฐบาลไทยในการบริหารระบบผังเมืองและการขนส่ง เรื่องการเดินรถ หลังจากทำรางรถไฟเมื่อ 133 ปีที่แล้ว ก็ไม่มีรัฐบาลไหนจริงจังที่จะพัฒนาระบบรางรถไฟเลย รัฐบาลส่วนใหญ่ชอบสร้างถนน ผลคือขณะที่เมืองเจริญขึ้นเรื่อยๆ ทางรถไฟที่สร้างไว้ก็ใช้กันจนทุกวันนี้ ความเจริญของเมืองกับเส้นทางรถไฟจึงไม่ไปด้วยกัน รถไฟจึงกลายเป็นระบบสังคมสงเคราะห์ คือเก็บไว้ให้คนจนใช้ และไม่ได้มีการพัฒนา ทำให้เห็นว่าเส้นทางรถไฟตัดกับเส้นทางของรถยนต์บนผิวระนาบ
.
น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า รัฐบาลจะต้องคิดใหม่ว่าประเทศไทยต้องหันมาพัฒนาระบบรถไฟ ต้องคิดว่ารถไฟเป็นระบบขนส่งให้ปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่คิดแต่ว่ารถไฟเป็นของโบราณ แต่ต้องคิดว่าทำรถไฟให้เป็นพาหนะเดินทางของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนจนหรือนักท่องเที่ยว และท่านต้องลงทุนแก้ไขปัญหาเรื่องจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ท่านจะทำทางยกระดับ หรือทางลอดก็ต้องพิจารณา อย่าให้เป็นอย่างเช่นในปัจจุบันที่พบกับโศกนาฏกรรม และอย่าไปคิดว่าระบบรถไฟล้าสมัย เราต้องพัฒนาระบบนี้ขึ้นมา ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพัฒนารถไฟทำให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศไทย ขอให้พูดและทำ อย่าสักแต่พูด โดยปล่อยให้เป็นอีกอุบัติเหตุหนึ่งที่เราแค่เสียใจ แต่ไม่ทำอะไรเลย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่