ความยุติธรรม “เหมาเข่ง” 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ โศกนาฏกรรมที่เปิดโปง “ทั้งระบบ”

ความยุติธรรม “เหมาเข่ง” 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

ความยุติธรรม “เหมาเข่ง” 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ โศกนาฏกรรมที่เปิดโปง “ทั้งระบบ”
หนึ่งปีผ่านไปหลังเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม แม้โครงสร้างที่พังทลายถูกรื้อถอนหายไปจากที่ตั้งเดิม
แต่คำถามที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นยังคงเงียบงัน ไร้คำตอบ
 

สำหรับ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรมจากความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นภาพสะท้อนความ
ล้มเหลวเชิงโครงสร้างของรัฐไทย
 


[img]https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04ayyiVzCHaGsKr4wTYkvhQGkJYSxE38.jpg[/img]


“นี่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนไทยโกรธมาก เพราะมีการสูญเสีย และเป็นเรื่องที่น่าอับอาย” 
ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนอธิบายว่า สำนักงาน
การตรวจเงินแผ่นดินคือองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น อาคารขององค์กรนี้
ควรต้องได้มาตรฐานสูงสุด ทั้งด้านการออกแบบ ความแข็งแรง และความปลอดภัย
 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง เมื่ออาคารของผู้ตรวจสอบกลับพังลงมาเสียเอง ความเสียหายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่โครง
สร้างอาคาร หากแต่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อทั้งระบบ จนสังคมต้องตั้งคำถามว่า ราชการไทยล้มเหลวได้ถึงเพียงนี้แล้วหรือ
...
 


[img]https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04ayyiVzCHaGsKr4wTnwMWz3rTu9qqEa.jpg[/img]



ความเงียบที่ยืดเยื้อกว่าหนึ่งปี

 

สิ่งที่น่ากังวลในสายตาของเขา ไม่ใช่เพียงสาเหตุของการถล่ม แต่คือ “การไม่มีคำตอบ” แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งปีเต็ม “จนถึงวันนี้
รายงานสอบสวนข้อเท็จจริงฉบับเต็มยังไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ”  เมื่อรัฐไม่เปิดข้อมูล ประชาชนก็ไม่อาจรับรู้ข้อเท็จจริง
และเมื่อไม่รู้ ความเชื่อมั่นก็ย่อมไม่เกิด
 

สำหรับ ดร.มานะ การเปิดเผยข้อมูลไม่ใช่แค่เรื่องของความโปร่งใส แต่คือเงื่อนไขของการคลี่คลายปัญหา “ถ้าเปิดข้อมูลออกมา
คนในวิชาชีพ ทั้งวิศวกร สถาปนิก นักวิชาการ จะเข้ามาช่วยกันวิเคราะห์ได้” ความคลุมเครือที่ยืดเยื้อ ไม่เพียงบั่นทอนความเชื่อมั่น
ของสังคม แต่ยังสร้างภาระให้กับผู้ที่อาจไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
 


[img]https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04ayyiVzCHaGsKr4wTUU72SqZxfvbC52.jpg[/img]



ความยุติธรรมที่ถูกตั้งคำถาม


หลังเหตุการณ์ มีการดำเนินคดีแยกออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตั้งแต่คดีนอมินี คดีความผิดด้านการออกแบบและก่อสร้าง ไปจนถึง
คดีฮั้วประมูลที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องจำนวนมาก คำถามสำคัญคือ กระบวนการเหล่านี้รัดกุมเพียงพอหรือไม่ หรือเป็นเพียง
การดำเนินคดีแบบเหมาเข่ง
 

คำว่า “เหมาเข่ง” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนผู้ต้องหา แต่หมายถึงความกังวลว่าการตั้งข้อหาอาจไม่ได้แยกแยะความรับ
ผิดชอบอย่างละเอียดเพียงพอ
 

“ถ้าเป็นแบบนั้น คดีอาจไม่แข็งแรงพอที่จะเอาคนผิดมาลงโทษได้จริง” ในขณะเดียวกัน คนที่ไม่ผิดก็อาจต้องสูญเสียทั้งชื่อเสียง
และเสรีภาพ
 

โดยเฉพาะในคดีฮั้วประมูล เขาตั้งข้อสังเกตว่า การมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องถึง 72 ราย เป็นไปได้มากน้อยเพียงใดเขายังชี้ว่า
แม้รายชื่อจะครอบคลุมผู้บริหารของ สตง. แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าครอบคลุมไปถึง “คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน” หรือไม่
 

แม้เขายอมรับว่า คดีลักษณะนี้ต้องใช้เวลา โดยเฉพาะที่อยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. ซึ่งอาจยืดเยื้อ 3-5 ปี แต่สิ่งที่สังคมคาด
หวังคือความรวดเร็วที่ไม่ทิ้งความเป็นธรรม
 


[img]https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04ayyiVzCHaGsKr4wTB4qq3RW7YxzpCz.jpg[/img]


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่