หัวข้อ:
แชร์ความเจ็บใจอุทาหรณ์คนทำงาน: ยอมทิ้ง iPad mini รุ่นท็อปราคา 27,000 บาท เพราะนโยบายศูนย์ที่บีบให้เลือกระหว่าง "เงินหมื่น" กับ "ความลับบริษัท" และ "รูปแม่"
สวัสดี👋 วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงอันแสนเจ็บปวดที่ยังจำมาจนถึงทุกวันนี้ และหวังว่าเรื่องของฉันจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนทำงานทุกคนที่คิดจะฝากชีวิตและข้อมูลสำคัญไว้กับค่ายนี้
เรื่องมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปช่วงปี 2014 ฉันตัดสินใจซื้อ
iPad mini รุ่นความจุเยอะที่สุด (กิ๊กเยอะสุดในตอนนั้น) สั่งผ่าน Apple Store Online ตัวเครื่องส่งตรงมาจากสิงคโปร์ มีการสลักชื่อด้านหลังเครื่องอย่างดี ราคาตอนนั้นสูงถึง 27,000 บาท เพราะฉันตั้งใจจะใช้เก็บข้อมูลสำคัญ ทั้งเอกสารรายงานสมัยเรียน และข้อมูลงานสำคัญของบริษัท
แต่หลังจากใช้งานไปได้แค่ประมาณ 2 ปี (ประมาณปี 2016) อยู่ดีๆ เครื่องก็ดับเปิดไม่ติดเฉยๆ ดื้อๆ
ลองคิดดู... เครื่องสภาพภายนอกยังใหม่กริ๊บ หน้าจอไม่แตก กระจกไม่มีรอย แบตเตอรี่ไม่บวม เครื่องไม่ได้ร้อน หรือตกกระแทกใดๆ ทั้งสิ้น อาการเปิดไม่ติดดื้อๆ แบบนี้ มันคือ "ความบกพร่องของตัว Product" ชัดๆ ไม่ใช่ความผิดของผู้บริโภคเลย
แต่พอฉันหอบเครื่องไปที่ศูนย์บริการที่
สยามสแควร์วัน (Siam Square One) ตรงข้ามสยามเซ็นเตอร์ สิ่งทีได้รับจากระบบของค่ายนี้ทำเอาฉันพูดไม่ออก:
1.
ไม่ซ่อมบอร์ด แต่ขูดรีดเงินหมื่น: ช่างแจ้งว่าบอร์ดเสีย และยื่นข้อเสนอให้ฉัน "จ่ายเงินเพิ่มอีกประมาณ 10,000 บาท" เพื่อแลกเครื่องใหม่กลับไป โดยที่ระบบจะไม่รับผิดชอบเรื่องการกู้ข้อมูลใดๆ ให้เลย ไฟล์ทั้งหมดในเครื่องเก่าคือต้องทิ้ง
2.
ตลกมาก... ถ้าจะให้เทิร์นในกรณีที่เครื่องพังเองแบบนี้ มันควรจะเทิร์นฟรีหรือจ่ายเพิ่มแค่หลักร้อยหลักพันไหม? แต่นี่กลับมาเก็บเงินตั้งหมื่นบาทกับเครื่องที่พังเพราะระบบข้างในของคุณเอง มันยุติธรรมกับผู้บริโภคแล้วเหรอ?
3.
ทางเลือกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก: ในเครื่องนั้นมีข้อมูลความลับและงานของบริษัทอยู่ด้วย หากฉันยอมเทิร์นเครื่อง ข้อมูลบริษัทเก่าและรูปถ่ายของฉันจะต้องทิ้งไว้กับศูนย์ ซึ่งในแง่ความเป็นส่วนตัว (Data Privacy) มันเสี่ยงมาก ฉันเลยตัดสินใจ
ปฏิเสธการเทิร์นเครื่อง แล้วกอดซาก iPad mini กลับบ้าน ยอมเสียเงินเปล่า 27,000 บาท ดีกว่าเอาความลับบริษัทไปเสี่ยง
4.
เรื่องงานตัดใจได้ แต่เรื่องรูปเจ็บที่สุด: รูปถ่ายสำคัญสมัยเรียน ทำงาน และรูปของแม่ 🤍 ที่ต้องติดล็อกอยู่ในซากเครื่องนั้นมาจนถึงวันนี้โดยที่ฉันเอาออกมาไม่ได้เลย (และฉันเลือกที่จะไม่ไปจ้างร้านตู้ข้างนอกกู้ด้วย เพราะยอมตัดใจดีกว่าเสี่ยงเรื่องข้อมูลงานบริษัทหลุด)
สิ่งที่อยากขยี้และเตือนภัยทุกคน:
•
ระบบนิเวศที่มัดมือชก: ค่ายนี้เขาออกแบบระบบมาให้ถ้าเครื่องคุณพังและติดล็อก iCloud คุณจะแทบไม่มีทางดึงไฟล์ออกไปค่ายอื่นได้เลย ถ้าอยากได้ข้อมูลคืนในคราวหลัง คุณจะถูก "บังคับ" ให้ต้องซื้อเครื่องของเขาซ้ำๆ ในราคาที่แพงกว่าชาวบ้านตลอดไป
•
เงิน 27,000 บาท ใช้ได้แค่ 2 ปี: ราคาเครื่องไม่ใช่ถูกๆ แต่พังง่ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมบริการหลังบ้านเน้นสลับเครื่องเอาเงินหมื่นมากกว่าจะเห็นใจผู้บริโภคที่ต้องการข้อมูลคืน
เหตุการณ์นี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว (จนตอนนี้ปี 2026) ซาก iPad mini เครื่องนั้นยังตั้งอยู่ที่บ้าน และเป็นอนุสรณ์เตือนใจความเจ็บปวดว่า เข็ดเขี้ยวกับระบบปิดของค่ายนี้ที่ไม่ได้ตอบโจทย์คนทำงานจริง แต่เน้นผูกขาดข้อมูลและมัดมือชกผู้บริโภค
ความบกพร่องของ Product ศูนย์ Apple ยังจะรีดเงินหมื่นแลกซาก iPad กับรูปแม่และงานในเครื่อง
สวัสดี👋 วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงอันแสนเจ็บปวดที่ยังจำมาจนถึงทุกวันนี้ และหวังว่าเรื่องของฉันจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนทำงานทุกคนที่คิดจะฝากชีวิตและข้อมูลสำคัญไว้กับค่ายนี้
เรื่องมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปช่วงปี 2014 ฉันตัดสินใจซื้อ iPad mini รุ่นความจุเยอะที่สุด (กิ๊กเยอะสุดในตอนนั้น) สั่งผ่าน Apple Store Online ตัวเครื่องส่งตรงมาจากสิงคโปร์ มีการสลักชื่อด้านหลังเครื่องอย่างดี ราคาตอนนั้นสูงถึง 27,000 บาท เพราะฉันตั้งใจจะใช้เก็บข้อมูลสำคัญ ทั้งเอกสารรายงานสมัยเรียน และข้อมูลงานสำคัญของบริษัท
แต่หลังจากใช้งานไปได้แค่ประมาณ 2 ปี (ประมาณปี 2016) อยู่ดีๆ เครื่องก็ดับเปิดไม่ติดเฉยๆ ดื้อๆ
ลองคิดดู... เครื่องสภาพภายนอกยังใหม่กริ๊บ หน้าจอไม่แตก กระจกไม่มีรอย แบตเตอรี่ไม่บวม เครื่องไม่ได้ร้อน หรือตกกระแทกใดๆ ทั้งสิ้น อาการเปิดไม่ติดดื้อๆ แบบนี้ มันคือ "ความบกพร่องของตัว Product" ชัดๆ ไม่ใช่ความผิดของผู้บริโภคเลย
แต่พอฉันหอบเครื่องไปที่ศูนย์บริการที่ สยามสแควร์วัน (Siam Square One) ตรงข้ามสยามเซ็นเตอร์ สิ่งทีได้รับจากระบบของค่ายนี้ทำเอาฉันพูดไม่ออก:
1.ไม่ซ่อมบอร์ด แต่ขูดรีดเงินหมื่น: ช่างแจ้งว่าบอร์ดเสีย และยื่นข้อเสนอให้ฉัน "จ่ายเงินเพิ่มอีกประมาณ 10,000 บาท" เพื่อแลกเครื่องใหม่กลับไป โดยที่ระบบจะไม่รับผิดชอบเรื่องการกู้ข้อมูลใดๆ ให้เลย ไฟล์ทั้งหมดในเครื่องเก่าคือต้องทิ้ง
2. ตลกมาก... ถ้าจะให้เทิร์นในกรณีที่เครื่องพังเองแบบนี้ มันควรจะเทิร์นฟรีหรือจ่ายเพิ่มแค่หลักร้อยหลักพันไหม? แต่นี่กลับมาเก็บเงินตั้งหมื่นบาทกับเครื่องที่พังเพราะระบบข้างในของคุณเอง มันยุติธรรมกับผู้บริโภคแล้วเหรอ?
3.ทางเลือกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก: ในเครื่องนั้นมีข้อมูลความลับและงานของบริษัทอยู่ด้วย หากฉันยอมเทิร์นเครื่อง ข้อมูลบริษัทเก่าและรูปถ่ายของฉันจะต้องทิ้งไว้กับศูนย์ ซึ่งในแง่ความเป็นส่วนตัว (Data Privacy) มันเสี่ยงมาก ฉันเลยตัดสินใจ ปฏิเสธการเทิร์นเครื่อง แล้วกอดซาก iPad mini กลับบ้าน ยอมเสียเงินเปล่า 27,000 บาท ดีกว่าเอาความลับบริษัทไปเสี่ยง
4.เรื่องงานตัดใจได้ แต่เรื่องรูปเจ็บที่สุด: รูปถ่ายสำคัญสมัยเรียน ทำงาน และรูปของแม่ 🤍 ที่ต้องติดล็อกอยู่ในซากเครื่องนั้นมาจนถึงวันนี้โดยที่ฉันเอาออกมาไม่ได้เลย (และฉันเลือกที่จะไม่ไปจ้างร้านตู้ข้างนอกกู้ด้วย เพราะยอมตัดใจดีกว่าเสี่ยงเรื่องข้อมูลงานบริษัทหลุด)
สิ่งที่อยากขยี้และเตือนภัยทุกคน:
• ระบบนิเวศที่มัดมือชก: ค่ายนี้เขาออกแบบระบบมาให้ถ้าเครื่องคุณพังและติดล็อก iCloud คุณจะแทบไม่มีทางดึงไฟล์ออกไปค่ายอื่นได้เลย ถ้าอยากได้ข้อมูลคืนในคราวหลัง คุณจะถูก "บังคับ" ให้ต้องซื้อเครื่องของเขาซ้ำๆ ในราคาที่แพงกว่าชาวบ้านตลอดไป
• เงิน 27,000 บาท ใช้ได้แค่ 2 ปี: ราคาเครื่องไม่ใช่ถูกๆ แต่พังง่ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมบริการหลังบ้านเน้นสลับเครื่องเอาเงินหมื่นมากกว่าจะเห็นใจผู้บริโภคที่ต้องการข้อมูลคืน
เหตุการณ์นี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว (จนตอนนี้ปี 2026) ซาก iPad mini เครื่องนั้นยังตั้งอยู่ที่บ้าน และเป็นอนุสรณ์เตือนใจความเจ็บปวดว่า เข็ดเขี้ยวกับระบบปิดของค่ายนี้ที่ไม่ได้ตอบโจทย์คนทำงานจริง แต่เน้นผูกขาดข้อมูลและมัดมือชกผู้บริโภค