ครั้งหนึ่งโลกเคยเกิดฝนตกติดต่อกันนานถึง 2 ล้านปี! จน "รีเซต" ระบบนิเวศโลกใหม่ทั้งหมด!

กระทู้สนทนา


ครั้งหนึ่งโลกเคยเกิดฝนตกติดต่อกันนานถึง 2 ล้านปี! จน "รีเซต" ระบบนิเวศโลกใหม่ทั้งหมด!... ย้อนกลับไปเมื่อราว 234 ล้านปีก่อน โลกได้เผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่แปลกประหลาดและยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เรียกว่า ปรากฏการณ์ฝนตกในยุคคาร์เนียน (Carnian Pluvial Episode หรือ CPE) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นของยุคไทรแอสซิกตอนปลาย (Late Triassic)
.
เวลานั้น โลกเพิ่งฟื้นตัวจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่รอบที่ 3 (Permian-Triassic mass extinction) มาได้ไม่นานเอง และสภาพแผ่นดินทั้งหมดบนโลกก็ได้รวมตัวกันเป็นมหาทวีปแพนเจีย (Pangea) โดยพื้นที่ลึกเข้าไปใจกลางทวีปนั้นจะมีสภาพแห้งแล้งและร้อนระอุสุดๆเลย
.
แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อภูเขาไฟใต้น้ำขนาดมหึมาในพื้นที่ที่เรียกว่า เขตหินอัคนีขนาดใหญ่แรงเกลเลีย (Wrangellia Large Igneous Province) ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณรัฐอะแลสกาและบริติชโคลัมเบีย ได้เกิดการปะทุอย่างรุนแรงหลายระลอก การปะทุครั้งนี้ได้พ่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) ปริมาณมหาศาลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกพุ่งทะยานขึ้น 3 ถึง 4 องศาเซลเซียส และอาจทะลุไปถึง 7 องศาเซลเซียสในเวลาต่อมาเลยทีเดียว
.
เมื่อโลกร้อนจัด น้ำในมหาสมุทรก็ระเหยกลายเป็นไอมากขึ้น นำไปสู่วัฏจักรน้ำที่รุนแรงสุดเหวี่ยงไปเลย ขณะที่ทะเลทรายที่เคยแห้งแล้งก็กลับต้องเผชิญกับพายุฝนที่ตกกระหน่ำต่อเนื่องยาวนานถึง 1-2 ล้านปี! (หลักฐานนี้ถูกยืนยันในปี 1989 โดยนักธรณีวิทยา ไมเคิล ซิมม์ส (Michael Simms) และ อลาสแตร์ รัฟเฟลล์ (Alastair Ruffell) ที่พบชั้นตะกอนน้ำจืดสีเทาแทรกตัวอยู่ท่ามกลางชั้นหินทรายสีแดงของยุคแห้งแล้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก)
.
ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายคนอาจได้เห็นเหตุการณ์ฝนตกต่อเนื่องยาวนานจนถึงขั้นน้ำท่วมจนมิดโลก แต่สำหรับเหตุการณ์ในอดีตมันไม่ถึงขั้นนั้น อย่างมากคือได้เปลี่ยนพื้นที่ทะเลทรายที่เคยแตกระแหงให้กลายเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง และทำให้เกิดเป็นแม่น้ำสายใหญ่และทะเลสาบขนาดมหึมาทั่วโลก พร้อมกับการชะล้างหน้าดินอย่างรุนแรง
.
และเหตุการณ์นี้ก็พัดพาเอาหายนะทางนิเวศวิทยาครั้งใหญ่มาด้วย เพราะก๊าซจากภูเขาไฟได้ส่งผลทำให้น้ำฝนกลายเป็น ฝนกรด (Acid rain) แล้วไปกัดกร่อนพืชพรรณบนบก ซ้ำร้ายยังทำให้เกิด สภาวะมหาสมุทรเป็นกรดและขาดแคลนออกซิเจน (Ocean acidification and anoxia) เป็นวงกว้าง และกวาดล้างสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เก่าไปมากถึง 33% ของสกุลสัตว์ทะเลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แอมโมนอยด์ (Ammonoids) โคโนดอนต์ (Conodonts) และ ไครนอยด์ (Crinoids) รวมถึงสัตว์กินพืชบนบกอีกมากมายต้องสูญพันธุ์ไป
.
แม้เรื่องราวนี้จะฟังดูเลวร้าย แต่วิกฤตครั้งนี้ก็คือการ "รีเซต" ระบบนิเวศของโลกใหม่ทั้งหมด
.
เมื่อฝนหยุดตกและสภาพอากาศกลับมาสู่ภาวะปกติ ไดโนเสาร์ (Dinosaurs) ที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงสัตว์เลื้อยคลานไซส์เล็กที่พบเห็นได้ยาก ได้ใช้จังหวะที่คู่แข่งทางนิเวศวิทยาล้มหาตายจากไป เข้ายึดครองพื้นที่ ขยายเผ่าพันธุ์ และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ครอบครองโลกได้อย่างรวดเร็ว
.
มากไปกว่านั้น ปรากฏการณ์นี้ยังเป็นจุดกำเนิดและช่วงเวลาการแตกสายพันธุ์ของสัตว์หลายชนิดที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน ทั้งบรรพบุรุษของเต่า จระเข้ สัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงสายพันธุ์ที่สำคัญที่สุดอย่าง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) ตั้งแต่ในยุคแรกเริ่ม
.
ฝนล้านปีในครั้งนั้นเราอาจจะมองว่ามันคือภัยพิบัติ แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็คือเบ้าหลอมวิวัฒนาการที่ได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของเราเช่นกัน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

[แหล่งอ้างอิง]
[1] Marshall, M. (2019). Did a million years of rain jump-start dinosaur evolution? Nature, 576(7785), 26-28.
[2] Bernardi, M., Gianolla, P., Petti, F. M., Mietto, P., & Benton, M. J. (2018). Dinosaur diversification linked with the Carnian Pluvial Episode. Nature Communications, 9(1), 1499.
[3] Dal Corso, J., Bernardi, M., Sun, Y., Song, H., Seyfullah, L. J., Preto, N., ... & Benton, M. J. (2020). Extinction and dawn of the modern world in the Carnian (Late Triassic). Science Advances, 6(38), eaba0099.
[4] Zhang, P., Yang, M., Lu, J., Jiang, Z., Vervoort, P., Zhou, K., ... & Hilton, J. (2024). Four volcanically driven climatic perturbations led to enhanced continental weathering during the Late Triassic Carnian Pluvial Episode. Earth and Planetary Science Letters, 626, 118517.

SCIWAYS
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่