Alpha Jet เครื่องบินโจมตี ทอ.ไทย
1. จุดกำเนิด Alpha Jet จากยุโรปสู่กองทัพอากาศไทย
Alpha Jet คือผลผลิตอันประณีตจากความร่วมมือระหว่าง ดาสโซ-เบรเกต์ (Dassault-Breguet) แห่งฝรั่งเศส และ ดอร์เนียร์ (Dornier) แห่งเยอรมนี ตัวเครื่องถูกออกแบบให้เป็นเครื่องบินสองที่นั่งที่เป็นได้ทั้งเครื่องบินฝึกขั้นสูง (Advanced Trainer) และเครื่องบินโจมตีเบา (Light Attack) มีจุดเด่นที่โครงสร้างแข็งแกร่ง ทรงตัวดีเยี่ยมในความเร็วต่ำ และซ่อมบำรุงง่าย
ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน กองทัพอากาศเยอรมนี (Luftwaffe) จำเป็นต้องลดกำลังรบตามข้อตกลง NATO ส่งผลให้ Alpha Jet รุ่น A (รุ่นโจมตี) ต้องปลดระวางก่อนกำหนดทั้งที่ชั่วโมงบินยังเหลือเฟือ ในปี พ.ศ. 2542 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง กองทัพอากาศไทยจึงคว้าโอกาสทองจัดหาเครื่องบินมือสองสภาพเยี่ยมนี้มาทั้งหมด 25 เครื่อง (ใช้งาน 20 เครื่อง เป็นอะไหล่ 5 เครื่อง) เข้าประจำการที่ฝูงบิน 231 กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
2. ปริศนาอาวุธที่ขาดหาย และการดัดแปลงด้วยภูมิปัญญาไทย
ความท้าทายสำคัญคือ เยอรมนีส่งมอบเพียงตัวเครื่องและระบบพื้นฐาน แต่ไม่ได้ส่งมอบอาวุธหลักอย่าง ปืนใหญ่อากาศเมาเซอร์ (Mauser) ขนาด 30 มิลลิเมตร มาด้วย ทำให้เครื่องบินโจมตีลำนี้ไร้เขี้ยวเล็บทันทีที่มาถึงไทย
นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง กรมสรรพาวุธทหารอากาศ, กรมช่างอากาศ, กรมสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ และ ศวพ.ทอ. ในการแก้ไขสถานการณ์:
คืนชีพกระเปาะปืน: ดัดแปลงระบบให้สามารถติดตั้งปืนชนิดอื่นที่มีอยู่ในคลัง และปรับซอฟต์แวร์การเล็งยิงใหม่
กระเปาะถ่ายภาพทางอากาศ: ดัดแปลงกระเปาะปืนบางส่วนให้ติดตั้งกล้องคุณภาพสูง เพื่อทำหน้าที่ลาดตระเวนทางอากาศชดเชยอากาศยานที่ขาดแคลน
ปฏิวัติระบบอาวุธสู่มาตรฐานสากล: เปลี่ยนตำบลติดอาวุธใต้ปีก (Pylon) จากมาตรฐานยุโรปเป็นมาตรฐานสหรัฐฯ เพื่อให้ใช้งานร่วมกับ F-16 หรือ F-5 ได้ พร้อมขยายตำบลติดอาวุธจากเดิม 4 จุด เป็น 6 จุด รองรับระเบิดและจรวดได้หลากหลายขึ้น
ติดตั้งจรวดนำวิถี AIM-9 Sidewinder: เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองทางอากาศสู่อากาศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เยอรมนีเคยคิดแต่ไม่ได้ทำ แต่ไทยนำมาสานต่อจนสำเร็จ
3. ยกระดับความปลอดภัย และระบบป้องกันตนเอง
ในการสู้รบสมัยใหม่ อากาศยานที่ไม่มีระบบป้องกันตนเองเปรียบเสมือนเป้านิ่ง กองทัพอากาศไทยจึงได้ติดตั้งนวัตกรรมเพิ่มเติม:
ระบบ Chaff / Flare: กรมสรรพาวุธฯ พัฒนาและติดตั้งระบบเป้าลวงทำลายการตรวจจับของจรวดนำวิถีด้วยความร้อนและเรดาร์ไว้ที่กรวยปลายหาง (Tail Cone) ด้วยฝีมือวิศวกรไทยเอง
เก้าอี้ดีดตัวระดับโลก: เปลี่ยนเก้าอี้ดีดตัวเดิมที่หมดอายุเป็นรุ่น Martin Baker MK 10 L โดยประสานงานผ่านรัฐบาลอังกฤษ (บริษัท QINETIQ) ทำให้ได้ราคาพิเศษเท่ากับกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) สร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับนักบินไทย
4. อัศวินแห่งสายฝน: จากเครื่องบินรบสู่ภารกิจเพื่อปวงชน
นอกเหนือจากหน้าที่ป้องกันประเทศ Alpha Jet ยังสร้างวีรกรมสำคัญในภารกิจ "ฝนหลวงพิเศษ" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากเป็นเครื่องบินสมรรถนะสูงที่สามารถบินขึ้นไปปฏิบัติการในชั้นเมฆเย็นที่ความสูงกว่า 20,000 ฟุต ซึ่งเครื่องบินทำฝนหลวงทั่วไปเข้าไม่ถึง
ศวพ.ทอ. ได้พัฒนา กระเปาะและกระสุนซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Silver Iodide) ยิงเข้าสู่ใจกลางกลุ่มเมฆเพื่อกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ และในวันที่ 22 กันยายน 2551 กองทัพอากาศได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องบิน Alpha Jet แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อใช้ในโครงการพระราชดำริ บรรเทาภัยแล้งและยับยั้งความเสียหายจากลูกเห็บให้กับพสกนิกรไทย
5. ก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ: ALPHA JET TH
เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไปอีก 15–20 ปี กองทัพอากาศไทยได้ดำเนินโครงการปรับปรุงขีดความสามารถครั้งใหญ่ หรือ MLU (Mid-Life Upgrade) ในปี พ.ศ. 2562 จนกลายสภาพเป็น ALPHA JET TH ด้วยการยกเครื่องระบบสมองกลและเอวิโอนิกส์ (Avionics) ใหม่ทั้งหมด:
Digital Glass Cockpit: เปลี่ยนหน้าปัดเข็มอนาล็อกเดิมเป็นแผงหน้าปัดดิจิทัลและคันบังคับการบินแบบใหม่
ระบบนำร่องความแม่นยำสูง: ติดตั้งระบบนำร่องด้วยความเฉื่อย (Inertial Navigation), เลเซอร์-ไจโร (Laser-Gyro) และระบบ GPS
ระบบจอภาพ HUD: ติดตั้งจอศูนย์เล็งอาวุธหัวกลับ (Head-Up Display) ที่ห้องนักบินด้านหน้า และจอ HUD Repeater พร้อมเครื่องบันทึกวิดีโอที่ห้องหลัง
การอัปเกรดทำให้ Alpha Jet TH มีความแม่นยำในการใช้อาวุธสูงกว่าต้นฉบับจากเยอรมนีหลายเท่าตัว โดยที่ประเทศประหยัดงบประมาณจากการจัดหาเครื่องบินใหม่ไปได้อย่างมาก
Alpha Jet เครื่องบินโจมตี ทอ.ไทย
1. จุดกำเนิด Alpha Jet จากยุโรปสู่กองทัพอากาศไทย
Alpha Jet คือผลผลิตอันประณีตจากความร่วมมือระหว่าง ดาสโซ-เบรเกต์ (Dassault-Breguet) แห่งฝรั่งเศส และ ดอร์เนียร์ (Dornier) แห่งเยอรมนี ตัวเครื่องถูกออกแบบให้เป็นเครื่องบินสองที่นั่งที่เป็นได้ทั้งเครื่องบินฝึกขั้นสูง (Advanced Trainer) และเครื่องบินโจมตีเบา (Light Attack) มีจุดเด่นที่โครงสร้างแข็งแกร่ง ทรงตัวดีเยี่ยมในความเร็วต่ำ และซ่อมบำรุงง่าย
ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน กองทัพอากาศเยอรมนี (Luftwaffe) จำเป็นต้องลดกำลังรบตามข้อตกลง NATO ส่งผลให้ Alpha Jet รุ่น A (รุ่นโจมตี) ต้องปลดระวางก่อนกำหนดทั้งที่ชั่วโมงบินยังเหลือเฟือ ในปี พ.ศ. 2542 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง กองทัพอากาศไทยจึงคว้าโอกาสทองจัดหาเครื่องบินมือสองสภาพเยี่ยมนี้มาทั้งหมด 25 เครื่อง (ใช้งาน 20 เครื่อง เป็นอะไหล่ 5 เครื่อง) เข้าประจำการที่ฝูงบิน 231 กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
2. ปริศนาอาวุธที่ขาดหาย และการดัดแปลงด้วยภูมิปัญญาไทย
ความท้าทายสำคัญคือ เยอรมนีส่งมอบเพียงตัวเครื่องและระบบพื้นฐาน แต่ไม่ได้ส่งมอบอาวุธหลักอย่าง ปืนใหญ่อากาศเมาเซอร์ (Mauser) ขนาด 30 มิลลิเมตร มาด้วย ทำให้เครื่องบินโจมตีลำนี้ไร้เขี้ยวเล็บทันทีที่มาถึงไทย
นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง กรมสรรพาวุธทหารอากาศ, กรมช่างอากาศ, กรมสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ และ ศวพ.ทอ. ในการแก้ไขสถานการณ์:
คืนชีพกระเปาะปืน: ดัดแปลงระบบให้สามารถติดตั้งปืนชนิดอื่นที่มีอยู่ในคลัง และปรับซอฟต์แวร์การเล็งยิงใหม่
กระเปาะถ่ายภาพทางอากาศ: ดัดแปลงกระเปาะปืนบางส่วนให้ติดตั้งกล้องคุณภาพสูง เพื่อทำหน้าที่ลาดตระเวนทางอากาศชดเชยอากาศยานที่ขาดแคลน
ปฏิวัติระบบอาวุธสู่มาตรฐานสากล: เปลี่ยนตำบลติดอาวุธใต้ปีก (Pylon) จากมาตรฐานยุโรปเป็นมาตรฐานสหรัฐฯ เพื่อให้ใช้งานร่วมกับ F-16 หรือ F-5 ได้ พร้อมขยายตำบลติดอาวุธจากเดิม 4 จุด เป็น 6 จุด รองรับระเบิดและจรวดได้หลากหลายขึ้น
ติดตั้งจรวดนำวิถี AIM-9 Sidewinder: เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองทางอากาศสู่อากาศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เยอรมนีเคยคิดแต่ไม่ได้ทำ แต่ไทยนำมาสานต่อจนสำเร็จ
3. ยกระดับความปลอดภัย และระบบป้องกันตนเอง
ในการสู้รบสมัยใหม่ อากาศยานที่ไม่มีระบบป้องกันตนเองเปรียบเสมือนเป้านิ่ง กองทัพอากาศไทยจึงได้ติดตั้งนวัตกรรมเพิ่มเติม:
ระบบ Chaff / Flare: กรมสรรพาวุธฯ พัฒนาและติดตั้งระบบเป้าลวงทำลายการตรวจจับของจรวดนำวิถีด้วยความร้อนและเรดาร์ไว้ที่กรวยปลายหาง (Tail Cone) ด้วยฝีมือวิศวกรไทยเอง
เก้าอี้ดีดตัวระดับโลก: เปลี่ยนเก้าอี้ดีดตัวเดิมที่หมดอายุเป็นรุ่น Martin Baker MK 10 L โดยประสานงานผ่านรัฐบาลอังกฤษ (บริษัท QINETIQ) ทำให้ได้ราคาพิเศษเท่ากับกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) สร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับนักบินไทย
4. อัศวินแห่งสายฝน: จากเครื่องบินรบสู่ภารกิจเพื่อปวงชน
นอกเหนือจากหน้าที่ป้องกันประเทศ Alpha Jet ยังสร้างวีรกรมสำคัญในภารกิจ "ฝนหลวงพิเศษ" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากเป็นเครื่องบินสมรรถนะสูงที่สามารถบินขึ้นไปปฏิบัติการในชั้นเมฆเย็นที่ความสูงกว่า 20,000 ฟุต ซึ่งเครื่องบินทำฝนหลวงทั่วไปเข้าไม่ถึง
ศวพ.ทอ. ได้พัฒนา กระเปาะและกระสุนซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Silver Iodide) ยิงเข้าสู่ใจกลางกลุ่มเมฆเพื่อกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ และในวันที่ 22 กันยายน 2551 กองทัพอากาศได้น้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องบิน Alpha Jet แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อใช้ในโครงการพระราชดำริ บรรเทาภัยแล้งและยับยั้งความเสียหายจากลูกเห็บให้กับพสกนิกรไทย
5. ก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ: ALPHA JET TH
เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไปอีก 15–20 ปี กองทัพอากาศไทยได้ดำเนินโครงการปรับปรุงขีดความสามารถครั้งใหญ่ หรือ MLU (Mid-Life Upgrade) ในปี พ.ศ. 2562 จนกลายสภาพเป็น ALPHA JET TH ด้วยการยกเครื่องระบบสมองกลและเอวิโอนิกส์ (Avionics) ใหม่ทั้งหมด:
Digital Glass Cockpit: เปลี่ยนหน้าปัดเข็มอนาล็อกเดิมเป็นแผงหน้าปัดดิจิทัลและคันบังคับการบินแบบใหม่
ระบบนำร่องความแม่นยำสูง: ติดตั้งระบบนำร่องด้วยความเฉื่อย (Inertial Navigation), เลเซอร์-ไจโร (Laser-Gyro) และระบบ GPS
ระบบจอภาพ HUD: ติดตั้งจอศูนย์เล็งอาวุธหัวกลับ (Head-Up Display) ที่ห้องนักบินด้านหน้า และจอ HUD Repeater พร้อมเครื่องบันทึกวิดีโอที่ห้องหลัง
การอัปเกรดทำให้ Alpha Jet TH มีความแม่นยำในการใช้อาวุธสูงกว่าต้นฉบับจากเยอรมนีหลายเท่าตัว โดยที่ประเทศประหยัดงบประมาณจากการจัดหาเครื่องบินใหม่ไปได้อย่างมาก