สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องหนักใจมาเล่าให้ฟัง
เรื่องมันเริ่มที่พี่สาวเราถูกปล่อยข่าวในที่ทำงานว่าเป็นเมียน้อยกับคนในที่ทำงาน ตอนนั้นเรื่องมันใหญ่มากค่ะ พี่เล่าว่าถึงขั้นว่าเมียของผู้ชายคนนั้นโทรมาด่า (ต่อไปจะแทนผู้ชายที่แต่งงานแล้วว่านายD นะคะ) ตั้งแต่นั้นเป็นมาพี่สาวก็ถูกแบนในที่ทำงานค่ะ จากที่เพื่อนในที่ทำงานชวนไปกินข้าวพาไปเที่ยวกันทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ
นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พี่สาวเริ่มเป็นซึ่มเศร้าค่ะ
ตอนนั้นเห็นใจเขามากร้องไห้ทุกวันดูเสียใจมาก เราเองก็เคยเตือนว่าเพื่อนที่ทำงานก็คือเพื่อนที่ทำงานต้องแยกให้เป็น แต่เขาดูเหมือนจะรับความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เขาด่าเรามาว่าเราไม่ได้รู้จักไม่ได้ใกล้ชิดกับพวกเขา เพื่อนในที่ทำงานก็คือเพื่อนเขา เขามีความทรงจำดีๆร่วมกัน
เมื่อเราเห็นว่าพี่สาวอินในความสัมพันธ์นี้มากๆ เลยถ้าไปว่าเธอเป็นเมียน้อยอย่างที่พวกเขานินทาจริงไหม พี่สาวก็บอกว่าไม่ได้เป็น เราเลยถามเขาไปว่าแล้วทำไมไม่ไปอธิบายกับคนอื่นๆละว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาก็ตอบกลับมาว่าเขาไม่ได้ผิด เขาจะไปแก้ตัวแก้ความเข้าใจผิดนี้ทำไม (อ้าว งงมาก)
[แต่มีครั้งหนึ่งพี่สาวเคยบอกว่านายD เคยมาสารภาพรักว่าแอบชอบพี่สาวมา 5 ปีแล้ว ตอนนั้นพี่สาวปฏิเสธไปค่ะ (ซึ่งขอย้ำค่ะว่านายD มีครอบครัวอยู่แล้ว)]
เมื่อพี่สาวเริ่มป่วยหนักขึ้นถึงขั้นต้องไปหาจิตแพทย์+ไม่มีเพื่อนในที่ทำงาน นายDก็เริ่มรุกเข้ามาในชีวิตมากขึ้นค่ะ พาไปหาหมอพาไปกินข้าวคอลกันทุกวัน เราเองก็เอ๊ะใจในความสัมพันธ์นี้นะคะ ค่อยถามตลอดว่าเป็นอะไรกัน ทำไมไปยุ่งกับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว เขาก็ตอบว่าเป็นเพื่อนกัน เขาไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้ว และเขาก็ย้อนถามว่าผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันไม่ได้เหรอ พร้อมยกตัวอย่างที่แม่มีเพื่อนผู้ชายได้ไปกินข้าวกับเพื่อนได้ (แต่แม่ไม่ได้ไปกับเพื่อนผู้ชายสองคนไง...)
ด้วยความเป็นห่วงเราก็ถามเขาตลอดนะคะว่ายัง โอเคไหม เป็นแค่เพื่อนกันนะ เขาก็ตอบตลอดๆค่ะว่าเป็นแค่เพื่อน
แต่แล้วก็ถึงจุดเปลี่ยนค่ะ วันนึงเพื่อนพี่สาวมาเที่ยวที่บ้าน (ต่อไปจะเรียก นางสาวC นะคะ) แล้วถามถึงความสัมพันธ์ของพี่สาวกับนายDค่ะ เพราะเขาคุยกันตลอดแชทกันตลอด ตอนที่พี่สาวทะเลาะกับเพื่อน พี่สาวก็เอาไปเล่าให้นายDฟัง ซึ่งบ้างอย่างมันก็ไม่ควรไงค่ะ ตอนกลางคืนก็คอลกันทุกคืน (เรื่องนี้เพิ่งทราบจากนางสาวCตอนนั้นค่ะ) เราที่รู้เรื่องนายDกับความมิตรภาพเท่าที่พี่สาวเล่าให้ฟัง ก็ได้แต่บอกไปค่ะว่าเขาเป็นเพื่อนกันแค่นั้น นางสาวCก็รับฟังนะคะแค่ไม่ได้เชื่อเพราะเขาไม่คิดว่ามันเป็นนั้น เขาจึงไปพูดคุยเปิดอกกับพี่สาวค่ะ
คืนนั้นเราไปที่บาร์แห่งหนึ่งกัน ด้วยความที่ฉันถูกสะกิดความรู้สึกจึงถามพี่สาวไปตรงๆ ว่าเป็นอะไรกัน พี่สาวก็ยังคงบอกว่าเป็นเพื่อนค่ะ แต่เป็นเพื่อนที่พิเศษ เราก็เอ๊ะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าไง นางสาวCเลยบอกว่าพวกเขาชอบกัน(แบบชายหญิง) สมองเราตันไปเลยค่ะเพราะเมื่อสองวันก่อนเราเพิ่งถามพี่ไปอีกครั้งว่าเป็นแค่เพื่อนใช่ไหม เขาก็ยืนยันเหมือนทุกครั้งว่าเป็นแค่เพื่อนค่ะ
ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเราโดนตบหน้าค่ะ ว่าสิ่งที่พี่สาวเคยพูดมันเป็นแค่เรื่องโกหก เรารู้สึกรับไม่ได้อย่างมากค่ะ เพราะนายDยังไม่หย่ากับภรรยา เราก็ถามว่าทำไมทำแบบนี้ถ้าพี่สาวกับนายDคบกันเรื่องที่เพื่อนในที่ทำงานพูดกันจะกลายเป็นเรื่องจริงนะ พี่สาวจะกลายเป็นเมียน้อยแบบที่ทุกคนพูดและนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้พี่สาวป่วยไม่ใช่หรือ เธอก็บอกค่ะว่าไม่ได้คบกันตอนนี้ สถานะปัจจุบันของพวกเขาคือเพื่อน และจะคบกันเมื่อนายD หย่ากับภรรยาแล้ว (แต่พวกเขาทำทุกอย่างที่คนคบกันทำกันนะคะ...)
พี่สาวบอกค่ะว่านายDบอกจะหย่ากับภรรยาแล้วมาคบกัน และบอกว่าตอนนี้นายDได้ตีตัวออกห่างจากภรรยาแล้ว (ก็หมายความว่ายังไม่หย่า...) เราก็ถามค่ะว่าทำไมไม่หย่าสักทีถ้าจะเริ่มความสัมพันธ์กันแล้ว พี่สาวโกรธโมโหด่าเราขึ้นมาทันทีค่ะว่าที่เขาไม่หย่ากันเพื่อลูก 2 คนของนายD ถ้าลูกนายD รับไม่ได้ที่พ่อแม่หย่ากันแล้วฆ่าตัวตายตัวเราจะรับผิดชอบไหม (งงมากค่ะ แค่อยากให้มันถูกต้องทำไมฟังไปก็เหมือนโดนโทษว่าถ้าลูกนายD ตายจะเป็นความผิดเรา และเรากำลังปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีให้ตัวพี่สาวเองอยู่ ณ จุดนี้เราผิด?)
เราก็บอกพี่สาวนะคะว่ารับไม่ได้กับความสัมพันธ์นี้ ถ้าพี่คบกับนายDเราตัดความเป็นพี่น้องกัน เพราะสำหรับเรานายD เป็นผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติใครเลยค่ะ ทั้งลูกเขา ภรรยาเขา พี่สาวเราและตัวเขาเอง สำหรับเรานายDเป็นได้แค่คนเห็นแก่ตัว อยากรักษาความสัมพันธ์ที่บ้านเขาไว้ อยากมีความรักครั้งใหม่ แต่ก็ไม่เด็ดขาดพอที่จะหย่า แต่พี่สาวก็ค่อยแต่ปกป้องนายDค่ะ หาเหตุผลให้นายDตลอด
ตั้งแต่นั้นเราก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ตลอดค่ะ เราบอกเสมอนะคะว่าเรารับไม่ได้และถ้าเขาคบกันเราตัดความเป็นพี่น้องกัน พี่สาวก็โกรธเราค่ะ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเราไม่เข้าใจ รับในตัวผู้ชายคนนั้นไม่ได้ ทั้งๆที่แม่รับได้เพื่อนเขารับได้คนอื่นๆรับได้ (แหม่ เขารับกันได้จริงๆหรือคะ ทุกคนแค่อยากลอยตัวเหนือปัญหากันมากกว่า เพราะมันไม่ได้เดือดร้อนนี่ค่ะ คงคิดกันว่าถ้าพังพี่ก็คงทำตัวเอง)
ความจริงแม่ก็พูดนะคะว่าพี่สาวมีดีทุกอย่าง ทั้งสวยทั้งสาวมีการศึกษาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ถ้าจะเลือกให้ชีวิตมีปัญหาก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาให้ได้ พูดง่ายๆก็คือแม่ปล่อยมือแล้วค่ะ แม่บอกโตแล้ว (นั้นก็แปลว่าแม่เองก็ไม่ได้เห็นด้วยแค่ไม่ออกความเห็นมากกว่า)
พี่สาวกับเราทะเลาะเรื่องนี้กันบ่อยมากค่ะ และตัวเราเองก็ไม่เข้าใจในตัวพี่สาวมากๆ สำหรับเราพี่สาวดีมากๆค่ะครบเครื่องแบบที่ผู้หญิงหนึ่งจะอยากเป็น แต่เธอกับเลือกคงามสัมพันธ์ที่มาพร้อมปัญหา นายD เองก็ไม่ได้มีดีอะไรนะคะ เป็นผู้ชายที่ชอบอ้างว่าจะหย่ากับภรรยา มีลูกสาว2คน ไม่ได้หน้าตาดี ไม่ได้มีเงินทอง อายุก็ใกล้จะ 50 แล้ว จากการที่เรานั่งคิด นายD ก็คงเป็นหมาวัดที่อยากกินหงส์ฟ้า เป็นผู้ชายธรรมดาที่คาดหวังผู้หญิงอายุ29 ที่ไม่เรียกร้องไม่ขอเงินเขาใช้ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา เราก็ถามพี่ว่าทำไมไปรู้สึกกับคนแบบนี้ พี่สาวก็พูดได้แค่ว่าเขาคือความสบายใจค่ะ
เรารู้สึกต่อต้านมาตลอดค่ะ พูดเสมอว่าเราตัดกันถ้าพี่เลือกคนนี้ รู้ไหมคะว่าครั้งล่าสุดเป็นไง พี่เราขึ้นไปบนห้องแล้วกรีดแขนเอามาให้เราดูค่ะ บอกว่าเขาลงโทษตัวเองแล้วเรายกโทษได้ไหม เราตกใจมาค่ะ แต่ตอนนั้นก็คิดว่าต้องนิ่งไว้
เราบอกเขาไปค่ะว่ากรีดแขนไม่ใช่ทางแก้ ทางแก้คือเลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นและนั้นไม่ใช่สิ่งที่พี่สาวอยากทำ เขายิ้มค่ะหลอนมาก5555555
เราก็เลยบอกเขาว่าถ้าเขาอายุ 40 เราจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่เขาอายุ 29 ชีวิตยังอีกยาวไกล ยังสามารถเจอคนที่ดีคนที่พร้อมที่พอดีกับพี่ได้มากกว่าผู้ชายที่ไม่ยอมหย่าคนนี้ แต่พูดยังไงเขาก็ไม่ยอมค่ะ เอาแต่พูดว่าอีก5ปีพวกเขาจะคบกัน เราได้แต่อึ้งค่ะว่านายDเอาอะไรมาฝังหัวพี่เราได้ขนาดนี้
เมื่อวานเราไปเห็นแชทค่ะ นางสาวCยุย่งให้พี่สาวตัดขาดกับเรา เพราะไม่เข้าใจในความสุขของพี่สาว พี่สาวเองก็ตอบกลับไปว่าเลือกจะตัดเราออกจากชีวิต เราอึ้งมากค่ะไม่เข้าใจว่านางสาวCเป็นเพื่อนแบบไหนทำไม่ไม่เตือนเพื่อนในเรื่องที่ผิด แถมยังยุย่งให้พี่ตัดน้อง พี่สาวเองตอนที่เราบอกตัดขาดก็ไม่เคยยอมนะคะร้องห่มร้องไห้ตลอด บอกเราสำคัญที่1 แต่ตอนนี้ดูเหมือนเราจะไม่สำคัญซะแล้วละคะ55555
เราไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะเหนื่อยใจมาก ถามใครก็บอกให้ปล่อยไปถ้าเขาจะทำชีวิตพังมันก็เป็นเพราะเขาทำตัวเอง (และแน่นอนค่ะว่าทุกบอกว่าพฤติกรรมนี้=เมียน้อย5555555)
เราควรทำไงดีคะ
หนักใจมาก พี่สาวเหมือนหลอกตัวเองว่าไม่ใช่เมียน้อย แต่คิดตามยังไงเราก็ว่าใช่ เตือนยังไงก็ไม่ฟังเลย
เรื่องมันเริ่มที่พี่สาวเราถูกปล่อยข่าวในที่ทำงานว่าเป็นเมียน้อยกับคนในที่ทำงาน ตอนนั้นเรื่องมันใหญ่มากค่ะ พี่เล่าว่าถึงขั้นว่าเมียของผู้ชายคนนั้นโทรมาด่า (ต่อไปจะแทนผู้ชายที่แต่งงานแล้วว่านายD นะคะ) ตั้งแต่นั้นเป็นมาพี่สาวก็ถูกแบนในที่ทำงานค่ะ จากที่เพื่อนในที่ทำงานชวนไปกินข้าวพาไปเที่ยวกันทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ
นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พี่สาวเริ่มเป็นซึ่มเศร้าค่ะ
ตอนนั้นเห็นใจเขามากร้องไห้ทุกวันดูเสียใจมาก เราเองก็เคยเตือนว่าเพื่อนที่ทำงานก็คือเพื่อนที่ทำงานต้องแยกให้เป็น แต่เขาดูเหมือนจะรับความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เขาด่าเรามาว่าเราไม่ได้รู้จักไม่ได้ใกล้ชิดกับพวกเขา เพื่อนในที่ทำงานก็คือเพื่อนเขา เขามีความทรงจำดีๆร่วมกัน
เมื่อเราเห็นว่าพี่สาวอินในความสัมพันธ์นี้มากๆ เลยถ้าไปว่าเธอเป็นเมียน้อยอย่างที่พวกเขานินทาจริงไหม พี่สาวก็บอกว่าไม่ได้เป็น เราเลยถามเขาไปว่าแล้วทำไมไม่ไปอธิบายกับคนอื่นๆละว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาก็ตอบกลับมาว่าเขาไม่ได้ผิด เขาจะไปแก้ตัวแก้ความเข้าใจผิดนี้ทำไม (อ้าว งงมาก)
[แต่มีครั้งหนึ่งพี่สาวเคยบอกว่านายD เคยมาสารภาพรักว่าแอบชอบพี่สาวมา 5 ปีแล้ว ตอนนั้นพี่สาวปฏิเสธไปค่ะ (ซึ่งขอย้ำค่ะว่านายD มีครอบครัวอยู่แล้ว)]
เมื่อพี่สาวเริ่มป่วยหนักขึ้นถึงขั้นต้องไปหาจิตแพทย์+ไม่มีเพื่อนในที่ทำงาน นายDก็เริ่มรุกเข้ามาในชีวิตมากขึ้นค่ะ พาไปหาหมอพาไปกินข้าวคอลกันทุกวัน เราเองก็เอ๊ะใจในความสัมพันธ์นี้นะคะ ค่อยถามตลอดว่าเป็นอะไรกัน ทำไมไปยุ่งกับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว เขาก็ตอบว่าเป็นเพื่อนกัน เขาไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้ว และเขาก็ย้อนถามว่าผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันไม่ได้เหรอ พร้อมยกตัวอย่างที่แม่มีเพื่อนผู้ชายได้ไปกินข้าวกับเพื่อนได้ (แต่แม่ไม่ได้ไปกับเพื่อนผู้ชายสองคนไง...)
ด้วยความเป็นห่วงเราก็ถามเขาตลอดนะคะว่ายัง โอเคไหม เป็นแค่เพื่อนกันนะ เขาก็ตอบตลอดๆค่ะว่าเป็นแค่เพื่อน
แต่แล้วก็ถึงจุดเปลี่ยนค่ะ วันนึงเพื่อนพี่สาวมาเที่ยวที่บ้าน (ต่อไปจะเรียก นางสาวC นะคะ) แล้วถามถึงความสัมพันธ์ของพี่สาวกับนายDค่ะ เพราะเขาคุยกันตลอดแชทกันตลอด ตอนที่พี่สาวทะเลาะกับเพื่อน พี่สาวก็เอาไปเล่าให้นายDฟัง ซึ่งบ้างอย่างมันก็ไม่ควรไงค่ะ ตอนกลางคืนก็คอลกันทุกคืน (เรื่องนี้เพิ่งทราบจากนางสาวCตอนนั้นค่ะ) เราที่รู้เรื่องนายDกับความมิตรภาพเท่าที่พี่สาวเล่าให้ฟัง ก็ได้แต่บอกไปค่ะว่าเขาเป็นเพื่อนกันแค่นั้น นางสาวCก็รับฟังนะคะแค่ไม่ได้เชื่อเพราะเขาไม่คิดว่ามันเป็นนั้น เขาจึงไปพูดคุยเปิดอกกับพี่สาวค่ะ
คืนนั้นเราไปที่บาร์แห่งหนึ่งกัน ด้วยความที่ฉันถูกสะกิดความรู้สึกจึงถามพี่สาวไปตรงๆ ว่าเป็นอะไรกัน พี่สาวก็ยังคงบอกว่าเป็นเพื่อนค่ะ แต่เป็นเพื่อนที่พิเศษ เราก็เอ๊ะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าไง นางสาวCเลยบอกว่าพวกเขาชอบกัน(แบบชายหญิง) สมองเราตันไปเลยค่ะเพราะเมื่อสองวันก่อนเราเพิ่งถามพี่ไปอีกครั้งว่าเป็นแค่เพื่อนใช่ไหม เขาก็ยืนยันเหมือนทุกครั้งว่าเป็นแค่เพื่อนค่ะ
ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเราโดนตบหน้าค่ะ ว่าสิ่งที่พี่สาวเคยพูดมันเป็นแค่เรื่องโกหก เรารู้สึกรับไม่ได้อย่างมากค่ะ เพราะนายDยังไม่หย่ากับภรรยา เราก็ถามว่าทำไมทำแบบนี้ถ้าพี่สาวกับนายDคบกันเรื่องที่เพื่อนในที่ทำงานพูดกันจะกลายเป็นเรื่องจริงนะ พี่สาวจะกลายเป็นเมียน้อยแบบที่ทุกคนพูดและนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้พี่สาวป่วยไม่ใช่หรือ เธอก็บอกค่ะว่าไม่ได้คบกันตอนนี้ สถานะปัจจุบันของพวกเขาคือเพื่อน และจะคบกันเมื่อนายD หย่ากับภรรยาแล้ว (แต่พวกเขาทำทุกอย่างที่คนคบกันทำกันนะคะ...)
พี่สาวบอกค่ะว่านายDบอกจะหย่ากับภรรยาแล้วมาคบกัน และบอกว่าตอนนี้นายDได้ตีตัวออกห่างจากภรรยาแล้ว (ก็หมายความว่ายังไม่หย่า...) เราก็ถามค่ะว่าทำไมไม่หย่าสักทีถ้าจะเริ่มความสัมพันธ์กันแล้ว พี่สาวโกรธโมโหด่าเราขึ้นมาทันทีค่ะว่าที่เขาไม่หย่ากันเพื่อลูก 2 คนของนายD ถ้าลูกนายD รับไม่ได้ที่พ่อแม่หย่ากันแล้วฆ่าตัวตายตัวเราจะรับผิดชอบไหม (งงมากค่ะ แค่อยากให้มันถูกต้องทำไมฟังไปก็เหมือนโดนโทษว่าถ้าลูกนายD ตายจะเป็นความผิดเรา และเรากำลังปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีให้ตัวพี่สาวเองอยู่ ณ จุดนี้เราผิด?)
เราก็บอกพี่สาวนะคะว่ารับไม่ได้กับความสัมพันธ์นี้ ถ้าพี่คบกับนายDเราตัดความเป็นพี่น้องกัน เพราะสำหรับเรานายD เป็นผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติใครเลยค่ะ ทั้งลูกเขา ภรรยาเขา พี่สาวเราและตัวเขาเอง สำหรับเรานายDเป็นได้แค่คนเห็นแก่ตัว อยากรักษาความสัมพันธ์ที่บ้านเขาไว้ อยากมีความรักครั้งใหม่ แต่ก็ไม่เด็ดขาดพอที่จะหย่า แต่พี่สาวก็ค่อยแต่ปกป้องนายDค่ะ หาเหตุผลให้นายDตลอด
ตั้งแต่นั้นเราก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ตลอดค่ะ เราบอกเสมอนะคะว่าเรารับไม่ได้และถ้าเขาคบกันเราตัดความเป็นพี่น้องกัน พี่สาวก็โกรธเราค่ะ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเราไม่เข้าใจ รับในตัวผู้ชายคนนั้นไม่ได้ ทั้งๆที่แม่รับได้เพื่อนเขารับได้คนอื่นๆรับได้ (แหม่ เขารับกันได้จริงๆหรือคะ ทุกคนแค่อยากลอยตัวเหนือปัญหากันมากกว่า เพราะมันไม่ได้เดือดร้อนนี่ค่ะ คงคิดกันว่าถ้าพังพี่ก็คงทำตัวเอง)
ความจริงแม่ก็พูดนะคะว่าพี่สาวมีดีทุกอย่าง ทั้งสวยทั้งสาวมีการศึกษาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ถ้าจะเลือกให้ชีวิตมีปัญหาก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาให้ได้ พูดง่ายๆก็คือแม่ปล่อยมือแล้วค่ะ แม่บอกโตแล้ว (นั้นก็แปลว่าแม่เองก็ไม่ได้เห็นด้วยแค่ไม่ออกความเห็นมากกว่า)
พี่สาวกับเราทะเลาะเรื่องนี้กันบ่อยมากค่ะ และตัวเราเองก็ไม่เข้าใจในตัวพี่สาวมากๆ สำหรับเราพี่สาวดีมากๆค่ะครบเครื่องแบบที่ผู้หญิงหนึ่งจะอยากเป็น แต่เธอกับเลือกคงามสัมพันธ์ที่มาพร้อมปัญหา นายD เองก็ไม่ได้มีดีอะไรนะคะ เป็นผู้ชายที่ชอบอ้างว่าจะหย่ากับภรรยา มีลูกสาว2คน ไม่ได้หน้าตาดี ไม่ได้มีเงินทอง อายุก็ใกล้จะ 50 แล้ว จากการที่เรานั่งคิด นายD ก็คงเป็นหมาวัดที่อยากกินหงส์ฟ้า เป็นผู้ชายธรรมดาที่คาดหวังผู้หญิงอายุ29 ที่ไม่เรียกร้องไม่ขอเงินเขาใช้ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา เราก็ถามพี่ว่าทำไมไปรู้สึกกับคนแบบนี้ พี่สาวก็พูดได้แค่ว่าเขาคือความสบายใจค่ะ
เรารู้สึกต่อต้านมาตลอดค่ะ พูดเสมอว่าเราตัดกันถ้าพี่เลือกคนนี้ รู้ไหมคะว่าครั้งล่าสุดเป็นไง พี่เราขึ้นไปบนห้องแล้วกรีดแขนเอามาให้เราดูค่ะ บอกว่าเขาลงโทษตัวเองแล้วเรายกโทษได้ไหม เราตกใจมาค่ะ แต่ตอนนั้นก็คิดว่าต้องนิ่งไว้
เราบอกเขาไปค่ะว่ากรีดแขนไม่ใช่ทางแก้ ทางแก้คือเลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นและนั้นไม่ใช่สิ่งที่พี่สาวอยากทำ เขายิ้มค่ะหลอนมาก5555555
เราก็เลยบอกเขาว่าถ้าเขาอายุ 40 เราจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่เขาอายุ 29 ชีวิตยังอีกยาวไกล ยังสามารถเจอคนที่ดีคนที่พร้อมที่พอดีกับพี่ได้มากกว่าผู้ชายที่ไม่ยอมหย่าคนนี้ แต่พูดยังไงเขาก็ไม่ยอมค่ะ เอาแต่พูดว่าอีก5ปีพวกเขาจะคบกัน เราได้แต่อึ้งค่ะว่านายDเอาอะไรมาฝังหัวพี่เราได้ขนาดนี้
เมื่อวานเราไปเห็นแชทค่ะ นางสาวCยุย่งให้พี่สาวตัดขาดกับเรา เพราะไม่เข้าใจในความสุขของพี่สาว พี่สาวเองก็ตอบกลับไปว่าเลือกจะตัดเราออกจากชีวิต เราอึ้งมากค่ะไม่เข้าใจว่านางสาวCเป็นเพื่อนแบบไหนทำไม่ไม่เตือนเพื่อนในเรื่องที่ผิด แถมยังยุย่งให้พี่ตัดน้อง พี่สาวเองตอนที่เราบอกตัดขาดก็ไม่เคยยอมนะคะร้องห่มร้องไห้ตลอด บอกเราสำคัญที่1 แต่ตอนนี้ดูเหมือนเราจะไม่สำคัญซะแล้วละคะ55555
เราไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะเหนื่อยใจมาก ถามใครก็บอกให้ปล่อยไปถ้าเขาจะทำชีวิตพังมันก็เป็นเพราะเขาทำตัวเอง (และแน่นอนค่ะว่าทุกบอกว่าพฤติกรรมนี้=เมียน้อย5555555)
เราควรทำไงดีคะ