JJNY : 5in1 ชัชชาติประกาศเป็นปชช.│กสม.เสียใจเหตุรถไฟชนรถเมล์│กกพ.จี้รื้อสัญญาไฟฟ้า│กัมพูชาป่วน!ทหารไทย│IEAเตือนโลกรับมือ

ชัชชาติ ประกาศเป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว เผยแรงบันดาลใจลง ผู้ว่าฯกทม. สมัย2
https://www.khaosod.co.th/politics/news_10249507
.

.
ชัชชาติ กราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำศาลาว่าการกทม. ประกาศเป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว เตรียมเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เผยแรงบันดาลใจลงผู้ว่าฯกทม.สมัย2
.
เมื่อเวลา 15.27 น. วันที่ 18 พ.ค.2569 ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย คณะผู้บริหารได้สักการะกราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกทม.
.
นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เวลานี้ไม่ได้มีฤกษ์อะไร เพียงแค่ต้องไหว้ก่อน 17.00 น. เพราะหากพ้นตำแหน่งแล้วตนต้องแลกบัตรเข้ามา
.
เมื่อถามว่าขอพรอะไรบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ พร้อมย้ำว่า ไม่ได้มีการขอพรว่าให้ตนกลับมาแต่อย่างใด เพียงแค่ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ หากเรากลับมาแล้วดี ขอ ให้เกิดขึ้น แต่ถ้ากลับมาแล้วเกิดสิ่งไม่ดี ก็อย่าให้เกิดขึ้น
.
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งจนถึงวันนี้มองว่าเร็วมาก ช่วงเวลาที่มีความสุขจะผ่านไปเร็ว
.
สำหรับแรงบันดาลใจที่จะลงสมัยที่ 2 นายชัชชาติ ระบุว่า แรงบันดาลใจมาจากประชาชน การที่ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นคือแรงบันดาลใจ ถ้าประชาชนพอใจถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เราไปต่อ
.
นายชัชชาติ กล่าวว่า สมัยแรกเราแก้ปัญหาเส้นเลือดใหญ่ไปเยอะมาก แต่คนอาจจะไม่ค่อยเห็น ทั้งเรื่องอุโมงค์ เรื่องรถไฟฟ้า ก็ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ทั้งนั้น ทั้งนี้เราต้องทำคู่ขนานกันไปกับการแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยด้วย แต่ต้องพยายามเพิ่ม Productivity (ผลิตภาพ) ให้มากขึ้น
.
รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้แข็งแกร่งขึ้น ให้กทม. ยืนหยัดและเป็นเมืองที่สู้กับเมืองต่างๆทั่วโลกได้ ส่วนด้านเศรษฐกิจก็ต้องเข้มแข็งขึ้นเช่นกันเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
.
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งแรงบันดาลใจการลงสมัครตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 มาจากลูกชาย ที่บอกว่าให้สมัครต่อก่อนหัวเราะ แล้วบอกว่า ต้องเชื่อลูก
.
จากนั้นนายชัชชาติ ได้เดินไปห้องทำงานเพื่อเก็บของที่เหลือ โดยบอกว่า ของในห้องไม่มีอะไรมากเพราะทยอยเก็บออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว โดยใช้เวลา 2 เดือนกว่าจะเก็บหมด ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือและพระที่ได้มาระหว่างทำงาน ก็เก็บมาไว้ในห้องทำงานหมด และยังมีพระที่เป็นของเดิมในห้องทำงานนี้ ไม่ได้ขยับหรือปรับอะไรเพราะคิดว่ามันดีอยู่แล้ว มายังไงก็เป็นอย่างนั้นไม่เคยปรับฮวงจุ้ย
.
นายชัชชาติ เผยความในใจที่นั่งทำงานในห้องนี้ตลอด 4 ปีว่า ก็ดี แต่วันนี้ว่าต้องเก็บของออกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะมันก็ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่เป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน จนถึงเป็นรมว.คมนาคมที่ผ่านมา ทุกอย่างเกิดขึ้นกระทันหัน ความรู้สึกก็เป็นแบบนี้ พอถึงเวลาไปก็หิ้วกระเป๋ากลับ
.
แต่ตลอดการทำงานในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ไม่ค่อยได้นั่งทำงานในห้องนี้ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่อีกห้องที่ได้เจอกับทีมงาน สะดวกต่อการสอบถามข้อมูลและสั่งงาน ส่วนอุปกรณ์ต่างๆได้คืนให้กับราชการไปหมดแล้ว แม้กระทั่ง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กที่ต้องซื้อใหม่ และเปลี่ยนถ่ายข้อมูลเข้ามาไว้ในเครื่องส่วนตัว
.
ทั้งนี้ ในวันนี้มีกำหนดการเดินทางบินไปหาลูกชายคืนนี้ก็ต้องทำงานต่อและและนี่เพิ่งเป็นการเริ่มต้น ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เป็นการเดินทางครั้งใหม่ พร้อมกล่าวด้วยว่า ชีวิต ไม่ได้เป็นสินค้าจึงไม่มีวันสิ้นสุด หมดวาระผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องนับ 1 ต่อ ไม่มีวันสิ้นสุด ก็ต้องคิดถึงอนาคตต่อ สุดท้ายก็ต้องทำงาน ทำงาน ทำงาน
.
หลังจากลาออกไปต่างประเทศ ได้เจอกับลูกชายก็จะใช้เวลาพักผ่อน จะได้มีเวลาไปวิ่งออกกำลังกายเพราะบ้านเมืองเขาสวย เพราะช่วง 3-4 เดือน เรื่องในประเทศวุ่นวาย แล้วเจอกันอีกทีวันที่ 28 พ.ค.นี้ ในการรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.
.
จากนั้นเวลา 17.00 น.นายชัชชาติเดินทางออกจากศาลาว่าการกทม. ท่ามกลางข้าราชบางส่วนที่มารอส่ง ก่อนจะระบุว่า เป็นวันปกติของการทำงานที่ต้องมีวันสุดท้าย จากไปด้วยความสุข ที่ผ่านมาเป็น 4 ปีที่สนุก เวลาผ่านไปเร็วมากเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เชื่อว่าหากเราทำงานด้วยความสนุก ความหวัง เวลาก็จะผ่านไปเร็ว
.
หวังว่าสิ่งที่ทำไปคงจะมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไม่มากก็น้อย อะไรที่ทำแล้วไม่ถูกใจก็ต้องขอโทษ ไม่ได้มีความคิดที่จะทำให้ใครเดือดร้อน แต่อยากให้เมืองดีขึ้น พัฒนาดีขึ้น ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกัน เดินหน้าต่อไป
.
ตอนนี้เป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว ขออนุญาตลาไปงานรับปริญญาแสนดี และจะกลับมาลุยต่อ
.
ภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายชัชชาติ และนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ได้ใช้บริการจักรยานในโครงการ Bike Sharing เพื่อปั่นไปขึ้นรถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด โดยระบุว่า “ตอนนี้ไม่มีรถหลวงแล้ว ไว้เจอกันอีกนะ“ ก่อนหันมาโบกมือให้กับศาลาว่าการ กทม. แล้วบอกว่า “ไปก่อน”
.

.
กสม.เสียใจ เหตุรถไฟชนรถเมล์ ร้องรัฐฯ เยียวยา-วางมาตรการป้องกัน
.
กสม. 18 พ.ค.-คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจ กรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถประจำทาง ถนนอโศก-ดินแดง พร้อมเรียกร้องรัฐบาล สอบสวนหาสาเหตุ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และวางมาตรการป้องกัน
.
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน จากเหตุรถไฟสินค้าชนรถประจำทางบริเวณทางตัดใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา สิทธิในชีวิตและความปลอดภัยในร่างกายเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องอย่างจริงจัง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในระบบคมนาคมสาธารณะ สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานความปลอดภัยยังคงบกพร่องในหลายด้าน
.
กสม. จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนี้
1. สอบสวนหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ อย่างโปร่งใส
2. เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
3. วางมาตรการป้องกัน ครอบคลุมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุ แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน และการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นระบบ ประชาชนทุกคนมีสิทธิเดินทางอย่างปลอดภัย และนั่นคือความรับผิดชอบที่รัฐจะละเลยไม่ได้.-สำนักข่าวไทย
.

.
กกพ.จี้รัฐรื้อสัญญาไฟฟ้า หลังประชาชนต้องทนแบกค่าไฟเกินจริง 17 สตางค์ เอกชนรวยได้ผลตอบแทนหมื่นล้าน
https://www.dailynews.co.th/news/5872017/
.
กกพ.จี้รัฐรื้อสัญญาไฟฟ้า หลังประชาชนต้องทนแบกค่าไฟเกินจริง 13-17 สตางค์ เอกชนรวยได้ผลตอบแทนหลายหมื่นล้าน
.
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนว่า กกพ.พร้อมสนับสนุนข้อมูลและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นแนวทางที่ลดค่าไฟฟ้าได้อย่างแท้จริง และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย ซึ่งมีบางนโยบายส่งผลให้ประชาชนแบกรับค่าไฟฟ้าเกินจริง ประมาณหน่วยละ 13-17 สตางค์ หรืออาจทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนในระดับสูง มีมูลค่ารวมในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี
.
มีอยู่ประเด็นหนึ่งก่อนหน้านี้ กกพ. เคยนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้พิจารณาปรับปรุงราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม โครงการพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (แอดเดอร์) และ มาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบคงที่ในระยะยาว (เอฟไอที) ซึ่งเป็นสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ต้นทุนการผลิตและราคารับซื้อไฟฟ้าในอดีตไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่ต้นทุนลดลงมากหลายเท่าตัว แต่ยังรับซื้อในราคาเดิม ส่งผลให้ประชาชนแบกรับค่าไฟฟ้าเกินจริง ประมาณหน่วยละ 13-17 สตางค์ หรืออาจทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนในระดับสูง โดยมีมูลค่ารวมในระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตไฟฟ้าในแต่ละปี
.
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับข้อเสนอของ กกพ. ไปพิจารณา แต่ยังมีประเด็นข้อกฎหมายและเงื่อนไขสัญญาที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กกพ. จึงเห็นควรให้พิจารณาตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 65(1) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และมาตรา 65(4) ที่กำหนดให้อัตราค่าไฟฟ้าต้องเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้พลังงานและผู้ประกอบการ
.
ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ เงื่อนไขในสัญญาขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้หรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่า เงื่อนไขในสัญญาไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายจะต้องพิจารณาว่าควรยึดตามเงื่อนไขในสัญญา หรือหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
.
ทั้งนี้คณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมีรมว.พลังงานเป็นรองประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญด้านพลังงาน กฎหมาย เศรษฐกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานร่วมเป็นกรรมการด้วย
.
สำหรับอำนาจหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการฯ ได้แก่ การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเงื่อนไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและหลักความเป็นธรรม โดยเฉพาะในส่วนค่าความพร้อมจ่าย และค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และช่วยดูแลภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับในระยะยาว.
.

.
กัมพูชา ป่วน ! ทหารไทยขุดปิดทางน้ำคลองน้ำใส
.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ทหารกัมพูชายังป่วนไม่เลิก ล่าสุดมีคลิปทหารกัมพูชา เข้ามาป่วนประท้วงทหารไทยขุดปิดทางน้ำคลองน้ำใส ทั้งที่อยู่ในดินแดนของไทย
.
นี่เป็นคลิปขณะที่ทหารกัมพูชา เข้ามาประท้วง ระหว่างที่ทหารไทยกำลังขุดปิดทางน้ำ คลองน้ำใส อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว และวางแนวรั้วลวดหนาม ซึ่งเป็นจุดที่กัมพูชาแอบลักลอบขุดคลองน้ำใส หวังเปลี่ยนเส้นทางน้ำ เพื่อเปลี่ยนเส้นเขตแดน โดยมุ่งหมายยึดเอาดินแดนไทย โดยทหารไทยก็พยายามชี้แจงกับฝ่ายกัมพูชาเป็นการขุดในดินแดนฝั่งไทย เพื่อปิดทางน้ำ ให้ทางน้ำไหลกลับสู่ที่เดิม
.
ซึ่งก่อนหน้านี้ พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 เคยกล่าวยืนยันว่า พื้นที่คลองน้ำใส อยู่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย
.
ส่วนคลิปนี้ เป็นคลิปขณะที่ทหารกัมพูชาที่ลาดตระเวนประมาณ 10 นาย ได้ลากลวดหนามหีบเพลงเข้ามาในป่าด้วย เชื่อว่าต้องการนำมารั้วลวดหนามมากั้นเขตอธิปไตยของตนตามใจชอบ คล้ายจะเลียนแบบทหารไทย จะสังเกตเห็นว่า ลวดหนามที่นำเข้าป่าสภาพใหม่เอี่ยมเหมือนเพิ่งจะสั่งซื้อได้ไม่นาน
.
ปิดท้ายด้วยคลิปนี้ ที่ทหารกัมพูชา สีหน้ายิ้มแย้มเดินมาจับมือกับทหารไทย บริเวณแนวชายแดน พร้อมบอกว่าเป็นพี่น้องกัน แต่ทหารไทยกลับสังเกตเห็นว่า พกระเบิดไว้กระเป๋ากางเกงมาด้วย หลังคลิปเผยแพร่ออกไป มีคนก็เข้ามาแสดงความเห็นว่า กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่