ใครเป็นผู้ว่า กทม. มีใครวิธีแก้ปัญหาจราจร โดยใช้ระบบ One-way บ้าง โดยบนทางด่วน เป็น 2-way

กระทู้คำถาม
ใครเป็นผู้ว่า กทม. มีใครวิธีแก้ปัญหาจราจร โดยใช้ระบบ One-way บ้าง โดยบนทางด่วน เป็น 2-way

การเปลี่ยนระบบจราจรในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้เป็น ระบบเดินรถทางเดียวมหาภาค (Macro One-Way Couplets)
เพื่อยกเลิกสัญญาณไฟจราจร (No Red Lights) ควบคู่กับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างเด็ดขาดตามหลักวิศวกรรมจราจร
สามารถวางแผนและจัดการโครงข่ายถนนตามแนวคิดของ Google Maps ได้ดังนี้

ส่วนที่ 1: การออกแบบโครงข่ายเดินรถทางเดียว (Macro One-Way Network)
หลักการสำคัญคือ "ยกเลิกการเลี้ยวขวาตัดกระแสจราจรหลัก" ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ต้องมีไฟแดง
โดยการจับคู่ถนนขนานหลักให้เป็นถนนเดินรถทางเดียวขนาดใหญ่ (Super Couplets) และใช้การเลี้ยวซ้ายร่วมกับ
ระบบทางลอด/ทางยกระดับในการเชื่อมต่อ
1. คู่ขนานแนวเหนือ-ใต้: พหลโยธิน - วิภาวดีรังสิต - ราชปรารถ
ถนนพหลโยธิน (มุ่งหน้าใต้ทิศทางเดียว): เริ่มตั้งแต่วิภาวดีรังสิต (ห้าแยกลาดพร้าว) ผ่านกำแพงเพชร สะพานควาย สนามเป้า เข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (6-8 เลน เดินรถทางใต้ทั้งหมด)
ถนนวิภาวดีรังสิต (มุ่งหน้าเหนือทิศทางเดียว): จากดินแดง มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปห้าแยกลาดพร้าวและดอนเมือง (เป็นซูเปอร์ไฮเวย์ขึ้นเหนือเต็มรูปแบบ)
ถนนราชปรารภ และ ถนนพญาไท:
ให้ ถนนพญาไท เป็นเส้นทางมุ่งหน้าใต้ (จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปปทุมวัน/พระราม 4)
ให้ ถนนราชปรารภ เป็นเส้นทางมุ่งหน้าเหนือ (จากประตูน้ำ/เพชรบุรี ผ่านดินแดง เข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยฯ หรือตัดออกวิภาวดีรังสิต)
2. คู่ขนานแนวตะวันออก-ตะวันตก: เพชรบุรี - ศรีอยุธยา - สุขุมวิท - พระราม 4
ถนนศรีอยุธยา ต่อเนื่อง ถนนเพชรบุรี (มุ่งหน้าตะวันออกทิศทางเดียว): เดินรถจากลานพระบรมรูปทรงม้า ผ่านแยกพญาไท แยกราชปรารภ มุ่งหน้าไปทางประตูน้ำ อโศก-เพชรบุรี จนถึงพัฒนาการ
ถนนสุขุมวิท และ ถนนพระราม 4 (มุ่งหน้าตะวันตกทิศทางเดียว):
ปรับ ถนนสุขุมวิท (ช่วงอโศก ถึงเพลินจิต/พระราม 1) ให้มุ่งหน้าตะวันตกเข้าสู่ใจกลางเมือง
หรือใช้ ถนนพระราม 4 เป็นแกนหลักในการรับรถจากทิศตะวันออก (คลองเตย/พระขโนง) มุ่งหน้าเข้าสู่หัวลำโพง เพื่อวนลูปกลับขึ้นเหนือ
3. เส้นทางเชื่อมต่อตัวลูป (Connectors): กำแพงเพชร - ดินแดง - รัชดาภิเษก
ถนนกำแพงเพชร: ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อม One-Way จากพหลโยธินตัดออกวิภาวดีรังสิต (ตะวันตกไปตะวัน東) เพื่อให้รถที่มาจากพหลโยธินสามารถวนกลับขึ้นเหนือผ่านวิภาวดีฯ ได้โดยไม่มีจุดตัดไฟแดง
ถนนดินแดง: จัดระบบให้รับรถจากอนุสาวรีย์ชัยฯ และราชปรารภ มุ่งหน้าออกไปทางวิภาวดีรังสิตและรัชดาภิเษกทิศทางเดียว
ถนนรัชดาภิเษก (ช่วงลาดพร้าว - พระราม 4): เนื่องจากเป็นถนนวงแหวน ให้คงการเดินรถสองทาง แต่ยกเลิกสัญญาณไฟแดงตามทางแยกทั้งหมด โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบ "Michigan Left" (P-Turn/U-Turn ต่างระดับ) รถที่ต้องการเลี้ยวขวาที่แยกสุทธิสาร ห้วยขวาง หรืออโศก-เพชรบุรี จะต้องเลี้ยวซ้ายแล้วไปกลับรถใต้สะพานหรือทางลอดที่จัดไว้โดยเฉพาะ

ส่วนที่ 2: การจัดการทางแยกสำคัญ: อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ ดินแดง
เมื่อถนนสายหลักกลายเป็น One-Way การบริหารจัดการวงเวียนจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง:
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (Free-Flow Sorting Hub):
รถจาก ถนนราชปรารภ/ราชวิถี (ฝั่งดินแดง) จะไหลเข้าสู่วงเวียนเพื่อบังคับเลี้ยวซ้ายลง ถนนพญาไท (มุ่งหน้าใต้) หรือเบี่ยงขวาเพื่อวนไปลง ถนนราชวิถี (ฝั่งโรงพยาบาลวิถี)
รถจาก ถนนพหลโยธิน (มุ่งหน้าใต้) จะไหลเข้าสู่วงเวียนเพื่อกระจายออกไปทางพญาไท หรือวนไปดินแดง โดยไม่มีกระแสจราจรจากฝั่งพญาไทสวนขึ้นมาตัดหน้า การจราจรในวงเวียนจะไหลตามเข็มนาฬิกาแบบต่อเนื่อง (Continuous Weaving) ไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณไฟแดงกักรถในวงเวียนอีกต่อไป
แยกดินแดง และ สามเหลี่ยมดินแดง: ปรับระบบให้เป็นทางแยกต่างระดับสมบูรณ์แบบ (Grade-Separated Interchanges) โดยกระแสรถจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่มุ่งหน้าไปดินแดง สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วิภาวดีเหนือ (One-Way) ได้ทันที ส่วนรถที่จะไปรัชดาภิเษกให้ใช้ทางยกระดับข้ามแยกเพื่อไม่ให้เกิดจุดตัดบนพื้นราบ

ส่วนที่ 3: การแก้ปัญหารถไฟชนรถเมล์/รถยนต์ค้างกลางแยก (Railway Grade Crossing Solutions)
จุดตัดทางรถไฟสายตะวันออกที่ตัดผ่านถนนราชปรารภ, ถนนพญาไท, และถนนเพชรบุรี (ช่วงอโศก) มักเกิดปัญหารถติดสะสมจนท้ายแถวกักอยู่บนรางรถไฟ เมื่อไม้กั้นลงมาจึงเกิดอุบัติเหตุรุนแรง การแก้ไขเชิงระบบและวิศวกรรมควบคุมทำได้ดังนี้:
1. การติดตั้งระบบสัญญาณไฟกักรถล่วงหน้า (Train-Preemption & Pre-Signals)
Pre-Signal ก่อนถึงทางรถไฟ: ต้องติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพิ่มอีกหนึ่งชุด "ก่อนถึง" ทางรถไฟประมาณ 30-50 เมตร (ห้ามไม่ให้รถขับเข้าไปเหยียบพื้นที่รางหากฝั่งตรงข้ามไม่มีที่ว่าง)
2. ระบบเคลียร์ทางเดินรถอัตโนมัติ (Flushing Phase)
เมื่อระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟแจ้งเตือนว่ามีรถไฟกำลังจะมาถึงในอีก 3 นาที สัญญาณไฟจราจรของถนนฝั่งตรงข้ามทางรถไฟ (ฝั่งที่มุ่งหน้าออกจากราง) ทั้งหมดจะถูกบังคับให้เป็น "สีเขียวต่อเนื่อง" (Flushing Phase) เพื่อเร่งระบายรถเมล์และรถยนต์ที่ติดค้างอยู่บนรางและท้ายรางให้ออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ไม้กั้นรถไฟจะปิดล้อมรอบพื้นที่

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่