Sakura in Japan 2026 🌸 ไปตามหาฟูลบลูมที่ Sendai-Morioka-Aomori

เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้ไปตามหาซากุระแถวTohoku(ตะวันออกเฉียงเหนือ)มาค่ะ
เนื่องจากความชั่ววูบของสามี(อะเกน)ที่เห็นรูปฟูลบลูมตอนปี2025 เลยกดจองตั๋วเครื่องบินไป

เป็นแพลนที่เน้นดูซากุระล้วนๆจนเอียนดอกไม้กันไปข้างนึง โดยเน้นที่แลนมาร์คหลักๆของโซนนี้


=====
🗺️ แพลนเที่ยว

ภูมิภาคนี้มีทั้งหมด 6 จังหวัด แต่เราไปกันแค่ 3 จังหวัด คือ Miyagi (Sendai), Iwate (Morioka) และ Aomori ค่ะ
เป็น Road trip ทั้งหมด 10 วัน เช่ารถเริ่มต้นจากสนามบินเซนได ขับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงอาโอโมริ และย้อนกลับมาเส้นทางเดิม
ระยะทางประมาณ 1,000 กม.


ความบันเทิงของทริปนี้เริ่มตั้งแต่วางแผนเลยค่ะ เนื่องจากปีนี้ซากุระดันบานไวกว่าปีที่แล้ว และค่อนข้างคลาดเคลื่อนจากเว็บพยากรณ์ที่ใช้อยู่
เลยต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีอัพเดทตาม SNS หรือหน้าเว็บของสถานที่เที่ยวแต่ละที่แทน แล้วปรับเอาหน้างานอีกที

ต่อมาคือทริปนี้มีทั้งเด็กน้อยและผู้สูงวัย เลยต้องจัดแพลนแบบหลวมๆ ตามสภาพเด็กน้อยผู้นั่งรถนานๆไม่ไหว
เด็กพร้อมเดินทางเมื่อไหร่ค่อยออก(ซึ่งก็ปาไปเกือบ10โมงแล้ว) แต่ละวันเลยไปได้แค่ 1-2 ที่เท่านั้น และบางที่ก็จำใจต้องตัดทิ้ง

สำหรับสภาพอากาศ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 14-20 องศา มีแดดบ้าง ฝนบ้างสลับกันไป แต่ที่สำคัญคือลมแรง
ซากุระที่นอกจากจะบานเร็วแล้วเลยร่วงเร็วตามลมไปด้วยค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Day 1 - บินไฟลท์ตี1ครึ่ง ถึงเซนไดประมาณบ่าย2ครึ่ง เข้าโรงแรม
Day 2 - Funaoka Hitome Senbonzakura
Day 3 - Saigyo Modoshi no Matsui park & Fukuurajima
Day 4 - Chusonji Temple & Kitakami Tenshochi
Day 5 - Morioka Castle Ruins & Ishiwarizakura
Day 6 - Hirosaki Castle
Day 7 - Takayama Inari Shrine
Day 8 - ขับรถกลับเซนได แวะ Koiwai Farm ระหว่างทาง
Day 9 - Free day ในเซนได
Day 10 - บินกลับ ไฟลท์4โมงเย็น ถึงไทยเที่ยงคืน

=====
🚗 การเดินทาง

เราเดินทางด้วย EVA ต่อเครื่องที่เถาหยวนแล้วลงที่สนามบินเซนไดเลย จองตั๋วไว้ตั้งแต่กลางปี 2025 ก่อนที่จะมีบินตรงของแอร์เอเชีย
ไฟลท์บินขาละประมาณ 4 ชม. เวลาต่อเครื่อง ขาไป 3 ชม. ขากลับ 1 ชม.ครึ่ง
สนามบินเถาหยวนดีมากจนประทับใจ สะอาด ไม่ได้กว้างมากขนาดต้องวิ่งหอบ แถมมี Kid zone ให้เด็กเล่นรอเวลาด้วยค่ะ



อาจจะติดอยู่อย่างนึงคือเวลาเสิร์ฟอาหาร ถึงจะเป็นไฟลท์ดึกมากแบบตี1ครึ่ง พอเครื่องขึ้นปั๊บก็เสิร์ฟอาหารเลยค่ะ
อาหารอร่อยก็จริง แต่กินแบบง่วงๆมึนๆ  

ทั้งวันบินไปและบินกลับ เซนไดลมแรงมาก Turbulence เครื่องสั่นรัวๆ กว่าจะบินลงได้ต้องใช้เวลาพอสมควร

ทั้งทริปเช่ารถ Nissan Serena E-Power แบบ 8 ที่นั่ง ผ่านเว็บออฟฟิเชียล เลือกแบบประกันcoverทั้งหมด+กล้องหน้ารถ+คาร์ซีท+บัตรทางด่วน (ETC)
จริงๆอยากเช่าของ Toyota แต่เช่าล่วงหน้าได้แค่3เดือนเลยเปลี่ยนมาลองของ Nissan บ้าง

ที่เลือก8ที่นั่งเพราะตั้งใจว่าจะพับเบาะแถวหลังลงไว้เก็บกระเป๋าอย่างเดียว ทุกคนจะได้มานั่งรวมกัน แต่พอเห็นรถจริง ปรากฎว่าที่นั่งตรงกลางแคบกว่าที่คิด นั่งไม่สบายแน่ๆ เลยพับเบาะแค่ครึ่งเดียว ใส่กระเป๋าใหญ่ 4 ใบ (30นิ้ว, 26นิ้วx2, 20นิ้ว) กับ carry-on 3 ใบได้สบายๆ แถมระหว่างนั้นก็มีถุงงอกมาเรื่อยๆด้วย

ที่รับรถอยู่ไม่ไกลจากสนามบินค่ะ พอออกมาจากเกทแล้ว ให้เดินมาที่เคาท์เตอร์รถเช่า เกือบทั้งหมดจะมีแค่โทรศัพท์วางไว้ให้เราโทรไปเอง แล้วร้านจะส่งรถมารับอีกที ตอนรับรถพนักงานจะคอยอธิบายเบื้องต้นให้ ถ่ายรูปไว้ยืนยันสภาพรถ ในรถมีใบคำแนะนำกับเบอร์ติดต่อไว้ให้ ตอนคืนรถก็เช็คแค่ว่าไม่ลืมอะไรไว้ก็เรียบร้อย มีรถมาส่งกลับที่สนามบินเหมือนกันค่ะ



=====
🏨 ที่พัก

ครั้งนี้พักที่ Richmond Hotel ทั้งหมดค่ะ เนื่องจากตอนจองมีโปรสมัครสมาชิกได้ลด10% บวกกับราคาดีที่สุดในช่วงที่จอง
ส่วนใหญ่โรงแรมจะอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ ไม่มีที่จอดเป็นของตัวเอง ต้องไปจอดแถวรอบๆแทนแล้วมาปั๊มกับโรงแรมเอา

ห้องขนาดตามมาตรฐาน แอร์แยก สามารถปรับความเย็นเองได้
มีเลาจ์ และเครื่องดื่มบริการตัวเอง Amenities หยิบเองได้ตามสะดวก
อาหารเช้า สามารถซื้อแยกคูปองแยกได้
ราคาต่อคืนประมาณ 10,000-15,000 เยน มีแค่ที่อาโอโมริที่ตกคืนละประมาณ 18,000 เยน

ที่เซนได มีอยู่ 2 สาขาค่ะ คือ Richmond Hote Premier Sendai (ใกล้สถานีเซนได) กับ Richmond Hote Sendai (ห่างออกไปประมาณ10นาที) ซึ่งสาขาหลังนี้เป็น Kid-friendly มีที่จอดของโรงแรม มีplay roomให้เด็กเล่น มีไอติมsoft-serveให้กดกินเองได้ และมีอุปกรณ์สำหรับเด็ก เช่น แพมเพิส สบู่อาบน้ำ ของใช้ต่างๆ ไว้ให้หยิบด้วย

(รูปจากกูเกิ้ล เนื่องจากไม่ได้ถ่ายไว้เอง)

=====
💸ค่าใช้จ่าย ทั้งหมดโดยประมาณ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่