ช่วงนี้กระแสรถ EV ที่กำลังทำยอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ และหลายค่ายได้เดินสายการผลิตในประเทศไทยแล้ว หลายคนอาจเคยได้ยินมาแล้วเรื่อง Local Content 40% และหลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยิน วันนี้ผมจะขอเล่าให้ฟังเรื่องเกี่ยวกับ Local Content ครับว่าเป็นข้อบังคับอย่างไรสำหรับการที่ค่ายรถ EV ของจีนจะมาตั้งโรงงานในประเทศไทย
กติกา Local Content
Local Content คือ สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ มันคือเกณฑ์ทางกฎหมายและภาษีที่ถูกคุมด้วย "กติกา 2 ข้อ" ซึ่งมีเงื่อนไขที่โหดและตรงไปตรงมามาก คือ
1. ขายในไทยเพื่อรับเงินอุดหนุน (เกณฑ์ BOI / สรรพสามิต)
"ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 40% และต้องเป็นพิกัดไทยล้วนๆ อาเซียนก็ไม่นับ!"
สำหรับค่ายรถที่ต้องการส่วนลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 2% และต้องการรับเม็ดเงินอุดหนุน (ตามมาตรการ EV 3.0 และ 3.5) บอร์ด BOI ได้วางกฎเหล็กไว้ว่า
- เกณฑ์บังคับ 40% รถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่ประกอบในประเทศ ต้องมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 (40%) ของราคารถหน้าโรงงาน
- ต้องผลิตในไทยล้วนๆ (Thailand-Only) ยอด 40% นี้ คิดเฉพาะชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น! ต่อให้เป็นชิ้นส่วนที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย จะถูกนับมูลค่าเป็น 0% ทันที ไม่สามารถนำมาถมให้เต็มเกณฑ์ได้ แน่นอนว่าชิ้นส่วนจากจีนที่ยกกล่องมาจะไม่ถูกนับเป็น Local Content
- กฎแบตเตอรี่ปี 2026 ในปี 2026 นี้ ได้ล็อคช่องโหว่ของเกณฑ์เดิม โดย ค่ายรถสามารถนำมูลค่า "เซลล์แบตเตอรี่นำเข้าจากจีน" มารวมเป็นยอด Local Content ได้ไม่เกิน 10% เท่านั้น (จากเดิมที่เคยปล่อยให้นับได้สูง) ทำให้ค่ายรถต่างๆ ถูกบังคับทางอ้อมให้ต้องวิ่งหาชิ้นส่วนอื่นในไทยมาเติมให้เต็มเกณฑ์ 40%
2. ผลิตในไทยเพื่อส่งออก (เกณฑ์ RVC 40% ของอาเซียน)
"ส่งออกภาษี 0% ชิ้นส่วนจากจีนตัดทิ้งทันที"
ถ้าค่ายรถต้องการใช้โรงงานในไทยผลิตเพื่อส่งออกไปขายในกลุ่มประเทศอาเซียน (เช่น เวียดนาม, อินโดนีเซีย) โดยใช้สิทธิ์ภาษีนำเข้า 0% ตามข้อตกลง ATIGA จะมีเกณฑ์เรียกว่า Regional Value Content (RVC) ที่ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 40%
- กติกาข้อนี้ชิ้นส่วนจากจีนก็นับเป็น 0% เช่นกัน ชิ้นส่วนที่มาจากประเทศจีนทั้งหมดจะไม่ถูกนำมานับรวมในกติกา RVC นี้ แต่จุดแตกต่างคือ จะยอมให้นับชิ้นส่วนที่มาจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนรวมกันได้
แล้วตกลงผลิตชิ้นส่วนอะไรในประเทศบ้าง?
เมื่อกติกาบีบว่าถ้าจะขายในไทยต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ "ไทยล้วนๆ" ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 40% ค่ายรถ EV จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และนำเข้าตามนี้ครับ
1. กลุ่มชิ้นส่วนที่ผลิตไทยทั้งหมด (ไทยคุมเบ็ดเสร็จ)
กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเยอะ ขนส่งข้ามประเทศยาก และประเทศไทยมี Supplier มีความแข็งแกร่ง สามารถผลิตชิ้นส่วนได้อย่างมีปรสิทธิภาพ
- งานโครงสร้างและตัวถังหลัก งานปั๊มโลหะขึ้นรูป คานนิรภัย โครงรถหลัก ผลิตโดยยักษ์ใหญ่ในไทยอย่างกลุ่ม Thai Summit Group และ AAPICO Hitech
- ชิ้นส่วนตกแต่งและสิ้นเปลือง: เบาะนั่งรถยนต์ทั้งชุด กระจกนิรภัยรอบคัน และยางรถยนต์ ผลิตโดย Summit Auto Seats, AGC Automotive, Bridgestone และ Michelin
2. กลุ่มชิ้นส่วนประเภท "ประกอบในไทย"
- แบตเตอรี่แพ็ค ค่ายรถ EV หลายค่ายจะตั้งไลน์ประกอบแบตเตอรี่ในไทย โดยนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่มาประกอบเข้ากับกล่องแพ็ค ในไทย เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การผลิตขั้นต่ำของ BOI
- ชุดสายไฟและระบบไฟ ผลิตโดย Supplier ที่อยู่ในไทยอยู่แล้วอย่าง Yazaki และ Sumitomo รวมถึงบริษัทในเครือของค่ายรถเอง
3. กลุ่มชิ้นส่วนที่ไทย "ต้องนำเข้า 100%"
กลุ่มนี้ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ จึงต้องนำเข้าจากจีนทั้งหมด แต่เป็นกลุ่มที่เป็นหัวใจของรถ EV เลย
- เซลล์แบตเตอรี่
- Inverter และระบบ BMS
- ชิปประมวลผลต่างๆ และระบบ ADAS
จากที่ผมเล่าให้ฟังมา ถึงแม้เราจะมีกลไกภาษีและเกณฑ์ 40% ของฝั่งไทยบีบบังคับให้พวกเขาต้องควักเงินซื้อชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ผลิตในพิกัดไทยจริงๆ แต่ถ้าสังเกตดู ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยจะเป็นกลุ่มชิ้นส่วนที่ไม่มีความซับซ้อนในการผลิต (Low-tech) เช่น งานปั๊มเหล็ก ยาง กระจก และสายไฟ แต่ชิ้นส่วน High-tech ที่มีมูลค่าสูงและเป็นตัวกำหนดกำไรในระยะยาว ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากจีนเกือบทั้งหมด ในไทยยังไม่มี Supplier สัญชาติไทยแท้ๆ ที่ผลิตได้
โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยไม่ใช่การไปกดดันขอขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องตัวเอง แต่อยู่ที่ว่า Supplier ของไทยจะสามารถผันตัวจากช่างเครื่องกล ขึ้นไปเรียนรู้วิธีประกอบและคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ หรือภาครัฐจะมีนโยบายอะไรที่ดึงดูดและบังคับให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วน High-tech ยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทยได้จริง ๆ
Local Content 40%! กฎเหล็กบังคับค่ายรถ EV ให้ต้องใช้ชิ้นส่วนในไทยจริงหรือไม่?
กติกา Local Content
Local Content คือ สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ มันคือเกณฑ์ทางกฎหมายและภาษีที่ถูกคุมด้วย "กติกา 2 ข้อ" ซึ่งมีเงื่อนไขที่โหดและตรงไปตรงมามาก คือ
1. ขายในไทยเพื่อรับเงินอุดหนุน (เกณฑ์ BOI / สรรพสามิต)
"ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 40% และต้องเป็นพิกัดไทยล้วนๆ อาเซียนก็ไม่นับ!"
สำหรับค่ายรถที่ต้องการส่วนลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 2% และต้องการรับเม็ดเงินอุดหนุน (ตามมาตรการ EV 3.0 และ 3.5) บอร์ด BOI ได้วางกฎเหล็กไว้ว่า
- เกณฑ์บังคับ 40% รถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่ประกอบในประเทศ ต้องมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 (40%) ของราคารถหน้าโรงงาน
- ต้องผลิตในไทยล้วนๆ (Thailand-Only) ยอด 40% นี้ คิดเฉพาะชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น! ต่อให้เป็นชิ้นส่วนที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย จะถูกนับมูลค่าเป็น 0% ทันที ไม่สามารถนำมาถมให้เต็มเกณฑ์ได้ แน่นอนว่าชิ้นส่วนจากจีนที่ยกกล่องมาจะไม่ถูกนับเป็น Local Content
- กฎแบตเตอรี่ปี 2026 ในปี 2026 นี้ ได้ล็อคช่องโหว่ของเกณฑ์เดิม โดย ค่ายรถสามารถนำมูลค่า "เซลล์แบตเตอรี่นำเข้าจากจีน" มารวมเป็นยอด Local Content ได้ไม่เกิน 10% เท่านั้น (จากเดิมที่เคยปล่อยให้นับได้สูง) ทำให้ค่ายรถต่างๆ ถูกบังคับทางอ้อมให้ต้องวิ่งหาชิ้นส่วนอื่นในไทยมาเติมให้เต็มเกณฑ์ 40%
2. ผลิตในไทยเพื่อส่งออก (เกณฑ์ RVC 40% ของอาเซียน)
"ส่งออกภาษี 0% ชิ้นส่วนจากจีนตัดทิ้งทันที"
ถ้าค่ายรถต้องการใช้โรงงานในไทยผลิตเพื่อส่งออกไปขายในกลุ่มประเทศอาเซียน (เช่น เวียดนาม, อินโดนีเซีย) โดยใช้สิทธิ์ภาษีนำเข้า 0% ตามข้อตกลง ATIGA จะมีเกณฑ์เรียกว่า Regional Value Content (RVC) ที่ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 40%
- กติกาข้อนี้ชิ้นส่วนจากจีนก็นับเป็น 0% เช่นกัน ชิ้นส่วนที่มาจากประเทศจีนทั้งหมดจะไม่ถูกนำมานับรวมในกติกา RVC นี้ แต่จุดแตกต่างคือ จะยอมให้นับชิ้นส่วนที่มาจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนรวมกันได้
แล้วตกลงผลิตชิ้นส่วนอะไรในประเทศบ้าง?
เมื่อกติกาบีบว่าถ้าจะขายในไทยต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ "ไทยล้วนๆ" ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 40% ค่ายรถ EV จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และนำเข้าตามนี้ครับ
1. กลุ่มชิ้นส่วนที่ผลิตไทยทั้งหมด (ไทยคุมเบ็ดเสร็จ)
กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเยอะ ขนส่งข้ามประเทศยาก และประเทศไทยมี Supplier มีความแข็งแกร่ง สามารถผลิตชิ้นส่วนได้อย่างมีปรสิทธิภาพ
- งานโครงสร้างและตัวถังหลัก งานปั๊มโลหะขึ้นรูป คานนิรภัย โครงรถหลัก ผลิตโดยยักษ์ใหญ่ในไทยอย่างกลุ่ม Thai Summit Group และ AAPICO Hitech
- ชิ้นส่วนตกแต่งและสิ้นเปลือง: เบาะนั่งรถยนต์ทั้งชุด กระจกนิรภัยรอบคัน และยางรถยนต์ ผลิตโดย Summit Auto Seats, AGC Automotive, Bridgestone และ Michelin
2. กลุ่มชิ้นส่วนประเภท "ประกอบในไทย"
- แบตเตอรี่แพ็ค ค่ายรถ EV หลายค่ายจะตั้งไลน์ประกอบแบตเตอรี่ในไทย โดยนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่มาประกอบเข้ากับกล่องแพ็ค ในไทย เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การผลิตขั้นต่ำของ BOI
- ชุดสายไฟและระบบไฟ ผลิตโดย Supplier ที่อยู่ในไทยอยู่แล้วอย่าง Yazaki และ Sumitomo รวมถึงบริษัทในเครือของค่ายรถเอง
3. กลุ่มชิ้นส่วนที่ไทย "ต้องนำเข้า 100%"
กลุ่มนี้ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ จึงต้องนำเข้าจากจีนทั้งหมด แต่เป็นกลุ่มที่เป็นหัวใจของรถ EV เลย
- เซลล์แบตเตอรี่
- Inverter และระบบ BMS
- ชิปประมวลผลต่างๆ และระบบ ADAS
จากที่ผมเล่าให้ฟังมา ถึงแม้เราจะมีกลไกภาษีและเกณฑ์ 40% ของฝั่งไทยบีบบังคับให้พวกเขาต้องควักเงินซื้อชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ผลิตในพิกัดไทยจริงๆ แต่ถ้าสังเกตดู ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยจะเป็นกลุ่มชิ้นส่วนที่ไม่มีความซับซ้อนในการผลิต (Low-tech) เช่น งานปั๊มเหล็ก ยาง กระจก และสายไฟ แต่ชิ้นส่วน High-tech ที่มีมูลค่าสูงและเป็นตัวกำหนดกำไรในระยะยาว ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากจีนเกือบทั้งหมด ในไทยยังไม่มี Supplier สัญชาติไทยแท้ๆ ที่ผลิตได้
โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยไม่ใช่การไปกดดันขอขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องตัวเอง แต่อยู่ที่ว่า Supplier ของไทยจะสามารถผันตัวจากช่างเครื่องกล ขึ้นไปเรียนรู้วิธีประกอบและคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ หรือภาครัฐจะมีนโยบายอะไรที่ดึงดูดและบังคับให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วน High-tech ยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทยได้จริง ๆ