[CR] คู่มือเอาตัวรอดขั้นเทพ! เมื่อ "ออฟฟิศ" กลายเป็น "ลานประหารด้วยเสียงเมาท์" มาดูวิธีรับมือฉบับ ตัวมัม-คนโสด-คนมีคู่ (

แกรรร! เคยปะ? เดินไปชงกาแฟแป๊บเดียว กลับมาได้ยินเสียงซุบซิบแว่วมาว่า "คนนั้นอะนะ..." พอสบตาปุ๊บ ทุกคนเงียบกริบสลายตัวเร็วกว่าหน่วยซีลกู้ภัยซะอีก!
      บอกเลยว่าสมาคมนักวิทยุชุมชนแห่งชาติ (หรือแผนกจัดซื้อและบุคคลนั่นแหละ) ทำงานกันตื่นตัวตลอด 24 ชั่วโมงยิ่งกว่าเซเว่นฯ เสียอีกค่ะ วันนี้ตัวแม่ผู้มีชั่วโมงบินสูงในฐานะเจ้าหน้าที่ทัศนศึกษาเรื่องดราม่าออฟฟิศ จะขอพาทุกคนมาส่องวิธีกู้ชีพและสยบวงนินทาในที่ทำงาน แบ่งตามสเตตัสชีวิตกันแบบเน้น ๆ ไปดูกันเลยแกรรร!



1. ฝั่งผู้ชายโสด: สกิลแกล้งเด๋อ สยบข่าวลือ "แอบกิ๊กเด็กฝึกงาน"
     หนุ่มโสดในออฟฟิศเนี่ย บอกเลยว่าเป็น "อาหารจานโปรด" ของพี่ ๆ ป้า ๆ แผนกบัญชีและจัดซื้อเลยค่ะแก! ขยับตัวนิดนึงก็โดนจับตา วันไหนแต่งตัวหล่อฉีดน้ำหอมมาทำงานหน่อย ก็โดนเมาท์ว่า "มีเดทชัวร์" วันไหนไปคุยงานกับน้องฝึกงานเกิน 3 ประโยค พรุ่งนี้ข่าวลือแพร่สะพัดไปถึงยามหน้าตึกว่า "เตรียมแต่งงานสายฟ้าแลบ" แล้วค่ะ! ขำแห้งเลยทีเดียว

วิถีการรับมือฉบับชายโสดขั้นสุดยอด:

      เทคนิคแกล้ง "เด๋อ" (Buffering): เวลาเดินผ่านวงเมาท์แล้วมีคนทักเรื่องเรา ให้ทำหน้าเหมือนระบบปฏิบัติการค้างไป 5 วินาที แล้วตอบว่า "อ๋อเหรอครับ...พี่ยังไม่ตื่นดีเลยครับ พอดีเมื่อคืนตีป้อมดึก" ปิดจ๊อบตัดบทด้วยเรื่องเกมทันที!

      เบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่อง "หวย" หรือ "คริปโต": เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรสยบข่าวลือเรื่องส่วนตัวได้ดีไปกว่าการเปิดพอร์ตคริปโตสีแดงเดือดให้ป้า ๆ ดู แล้วพูดว่า "พี่ครับ ช่วยซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีหน่อยครับ ตอนนี้หมดตัวแล้ว"

      สร้างภาพลักษณ์คนรักงาน (ที่ดูน่าสงสาร): ทำตัวให้ยุ่งจนไม่มีเวลามีชีวิตส่วนตัว หอบโน้ตบุ๊กเดินไปเดินมาจนหัวฟู ฟีลเหมือนคนวิญญาณออกจากร่างตลอดเวลา วงเมาท์จะเปลี่ยนจาก "เขากิ๊กกับใคร" เป็น "มันจะตายคาโต๊ะทำงานวันไหน" แทนค่ะ!

คำคมหนุ่มโสดออฟฟิศ: "ผมไม่ได้โสดเพราะไม่มีใครเอาครับ ผมแค่แกล้งโสดเพื่อช่วยให้ป้าข้างแผนกมีหัวข้อสนทนาแก้เหงาในแต่ละวันเฉย ๆ"


2. ฝั่งผู้หญิงโสด: วิถี "ตัวมัม" ดึงซีนนินทาให้กลายเป็นแคมเปญ PR ส่วนตัว

      สำหรับสาวโสดสะพรั่งในออฟฟิศ ขอบอกเลยว่าการถูกนินทามันคือเครื่องพิสูจน์ความสวยค่ะ! วันไหนแต่งตัวสวยมาทำงานปุ๊บ สปอตไลต์ส่องทันที "อุ๊ย วันนี้แต่งตัวจัดเต็ม มีนัดกับใครน้า?" หรือวันไหนเหนื่อยจนขี้เกียจแต่งหน้า หน้าสดไร้คิ้วมาทำงาน ก็โดนทักว่า "อ่อมมากแก อกหักรึเปล่า?" ชีวิตต้องเหนื่อยกับการวิเคราะห์ของเพื่อนร่วมงานตลอดเวลา ฟีลเหมือนมีปาปารัสซี่ตามติดชีวิตดาราฮอลลีวูดเลยค่ะ

วิถีการรับมือฉบับตัวมัม ตัวมารดา:

       รับบทนักการตลาด ดึงซีนมาทำ PR ตัวเอง: ในเมื่อเมาท์กันนักใช่ไหมคะ? เราสถาปนาตัวเองเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ไปเลยค่ะ! (แบบอีจูน นางเอกรักนี้มงลง) เดินผ่านวงเมาท์แล้วพูดเสียงดังฟังชัดพร้อมรอยยิ้มจึ้ง ๆ ว่า "อุ๊ย พี่ ๆ คุยเรื่องหนูอยู่เหรอคะ? วันนี้หนูใช้ลิปสติกเบอร์นี้เลยนะพี่ ทาแล้วปังมาก ชี้เป้าพิกัดให้เอาไหมคะ?" ยิงมุกโฆษณาใส่หน้าไปเลย ทลายกำแพงนินทาด้วยความมั่นหน้า 100%!

       ตลบหลังด้วยความเอ็นดู: เวลาเจอคนเอาเรื่องเราไปซุบซิบ ให้แกล้งซื้อขนมโตเกียวหรือชานมไข่มุกไปฝากถึงโต๊ะ แล้วพูดเสียงหวาน ๆ ว่า "หนูเห็นพี่ทำงานเหนื่อย ๆ เลยเอาขนมมาฝากค่ะ" รับรองพี่เขาจะรู้สึกบาปในใจจนแทบกลืนขนมไม่ลงไปสามวันเจ็ดวัน!

             ใช้ความนิ่งสยบทุกข่าวลือ: ยิ้มอ่อน ๆ แล้วสบตาคนเมาท์นิ่ง ๆ ฟีลนางพญาผู้ไม่สะทกสะท้าน ยิ่งพวกเมาท์เห็นเรานิ่งและชีวิตดี๊ดี ขยันทำงาน ได้โบนัสฉ่ำ ๆ พวกเขาก็จะยิ่งรู้สึกอ่อมไปเองค่ะ

สูตรลับสยบปากหอยปากปู:
ห้ามทำหน้าโกรธ (เพราะจะถือว่าพวกเขาชนะ)
ห้ามแก้ตัวยาว (ยิ่งแก้ตัวยิ่งฟีลเหมือนแก้ผ้าให้เขาดู)
ตอบประโยคเดียวสั้น ๆ แล้วเดินจากไปเก๋ ๆ เช่น "อ๋อเหรอคะ...ยินดีด้วยค่ะ"


3. ฝั่งคนมีคู่: อดีตนักล่าดราม่า สู่ตำแหน่ง "ผู้สังเกตการณ์ในที่มืด"

        ปิดท้ายด้วยฝั่งคนมีคู่คบกันมานานจนความโรแมนติกกลายเป็นความสัมพันธ์แบบ "หุ้นส่วนชีวิต" ไปแล้ว แกรรร...พวกนี้คือ "กลุ่มชนชั้นสูง" ของวงการเมาท์มอยในออฟฟิศค่ะ! เพราะชีวิตส่วนตัวไม่มีอะไรให้เมาท์แล้ว (นอกจากบ่นสามีลืมตากผ้า หรือเมียบ่นเรื่องลืมล้างจาน)
พวกเขาก็เลยผันตัวมาเป็น "ผู้ชมแถวหน้า" คอยถือถังป๊อปคอร์นดูดราม่าของหนุ่มสาวโสดพ่นไฟใส่กันอย่างเงียบสงบในมุมมืดของห้องแพนทรี

วิถีการรับมือ (และร่วมแจม) ฉบับคนมีคู่:
         รับบท "ศาลรัฐธรรมนูญออฟฟิศ" (ผู้ไกล่เกลี่ย): ด้วยความที่ผ่านโลกมาเยอะและมีคู่แล้ว เวลาคนเมาท์กันเรื่องหนุ่มสาวโสดคู่ไหน ทรงนี้จะนั่งจิบกาแฟสตาบัคส์แก้วโปรด พยักหน้าเบา ๆ แล้วตบประโยควิเคราะห์แบบผู้รู้แจ้งเห็นจริงว่า "ก็นะ...เด็กมันเพิ่งเข้ามาทำงาน เลือดมันร้อน ปล่อย ๆ ไปเหอะแก"
       ใช้ข่าวเมาท์เป็นยาคลายเครียดจากการเถียงกับแฟน: ข่าวเมาท์ในออฟฟิศถือเป็นความบันเทิงระดับพรีเมียมของคนมีคู่ค่ะ! เพราะเรื่องนินทาของชาวบ้านจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาชีวิตจริงของเราได้อย่างดีเยี่ยม เมาท์เสร็จกลับบ้านไปเปิดประเด็นคุยกับแฟนต่อได้ยาวถึงเที่ยงคืน
        เนียนจอยวงเพื่อเช็กสิทธิพิเศษ: บางทีคนมีคู่ก็ไปนั่งเนียนร่วมวงนินทา เพราะอยากรู้ว่ามีส่วนลดพาร์ตเนอร์แต่งงาน หรือประกันสุขภาพกลุ่มสำหรับครอบครัวลดราคาตอนไหนเฉย ๆ ค่ะ!
        สัจธรรมคนมีคู่ในออฟฟิศ: "เรื่องเมาท์ชาวบ้านน่ะเหรอคะ? ก็สนุกดีค่ะ ดีกว่ากลับบ้านไปนั่งเคลียร์ปัญหาเรื่องใครลืมเทขยะเยอะเลยค่ะแกรรร!"



เป็นยังไงกันบ้างคะแกรรร? ออฟฟิศใครมี "วงสมาคมเมาท์มอยแห่งชาติ" ที่พีคกว่านี้บ้างไหม? หรือใครมีวิธีรับมือสไตล์สยบข่าวลือแบบแซ่บ ๆ ที่เคยใช้แล้วได้ผลจริงจนวงแตกกระเจิงมาแล้ว...
เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ข้างล่างนี้หน่อยเร็ว! ตัวแม่รอปูเสื่อนั่งรออ่านอยู่นะคะ มาสร้างมิตรภาพแห่งรอยยิ้มและการเอาตัวรอดร่วมกันค่ะ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่