ถอดบทเรียน รถไฟชนรถเมล์ ประเทศไทย 2569

รถเมล์ และรถไฟ คือ หน้าตาของประเทศ เป็นปัจจัยชี้ ว่าเราคือประเทศโลกที่ 1 / 2  หรือ 3
1. รถเมล์และรถไฟไทย เจริญช้ามาก
อยากเห็นการปฏิรูปจริงจัง รถไฟบางขบวน และรถเมล์บางคัน โทรมมากจริงๆ  แทบจะเป็นเศษเหล็กวิ่งได้
รวมถึงการออก-มาถึง ที่ไม่ตรงเวลา ทั้งที่มีบทบาทต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
อย่าบอกว่าไม่มีเงิน ถ้ารัฐลดการจ่ายเรื่องที่ไม่จำเป็น ก็จะเหลืองบประมาณไว้ทำสิ่งสำคัญ
ให้เห็นผลงานเป็นรูปธรรมได้

2. ควรมีการอบรมเจ้าหน้าที่ รวมถึงใช้กฏ กติกา ที่เคร่งครัด เพราะอันตรายถึงต้องแลกด้วยชีวิต
อาจถึงเวลาแล้ว ที่รัฐคุมเฉพาะระบบราง ระบบจราจร แล้วปล่อยให้เอกชนดูแลการบริการบนรถไฟ
และจัดหาขบวนรถไฟ ขึ้นอยู่กับการทำสัญญาให้รัดกุม

3. การซ่อมบำรุง ไม้ค้ำ ควรได้รับการตรวจสภาพเสมอ อะไรที่เก่า เจ้าหน้าที่ก็ควรสังเกตและทำรายงาน
และถ้าระดับหัวหน้ายังนิ่งเฉย ควรมีจุดให้เจ้าหน้าที่ร้องเรียนได้ ว่าไม่ดำเนินการ อาจเสี่ยงอันตราย
เจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรเน้นบทบาทริเริ่ม ป้องกันอันตราย ก่อนเหตุเกิด ไม่ต้องรอให้เกิดแล้วจึงรู้ปัญหา
ซึ่งอยู่ที่การฝึกอบรมให้ใส่ใจตรวจตรา วิเคราะห์สถานการณ์ในขอบเขตงานที่ตนรับผิดชอบ

4. การจราจร ในจุดสุ่มเสี่ยง น่าจะต้องมีตำรวจร่วมดูแลด้วย
คนคุมไม้ค้ำ น่าจะให้เขามีนกหวีด  หรือ เครื่องมือ ที่สามารถห้ามการจราจรบนถนนได้เวลาคับขัน
ไม่แน่ใจ รถไฟสมัยใหม่ ควรจะชะลอได้ โดยเฉพาะเมื่อแล่นในเมือง

5. ควรบังคับใช้ กม จราจร อย่างจริงจังในโซนที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
เมื่อเริ่มที่รถไฟเคยหยุดให้รถยนต์ ทางรถยนต์ก็ชิน ว่ารถไฟหยุดได้ ถนนเป็นของรถยนต์
จริงๆ รถไฟ ต้องชัด ว่า ต้องมีระบบกั้นถนนได้จริง และรถไฟมาต้องให้ผ่านก่อน
หากรถไฟไทยได้รับการปรับปรุง ทั้งความตรงต่อเวลา และตัวรถ ที่สะท้อนคุณภาพชีวิตที่ดีผู้โดยสาร
ความสง่างามของรถไฟ จะะเป็นสิ่งที่รถยนต์ต้องเกรงใจ

อุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะทำให้คนไทย เห็นความสำคัญ ของ ความเคร่งครัดต่อ กฏ ระเบียบ
และการป้องกันก่อนเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่