จีนออกกฎใหม่ เดลิเวอรีไม่มี ‘สติกเกอร์ปิดถุงอาหาร’ ปฏิเสธรับได้ทันที
.
ในวงการส่งอาหารเดลิเวอรี ที่ผ่านมา ผู้บริโภคแทบไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาหารต้องผ่านอะไรมาบ้างระหว่างทาง หรือถูกเปิดก่อนถึงมือลูกค้าหรือไม่ แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป จีนเตรียมใช้มาตรการใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอาหารเดลิเวอรี
.
สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน (State Administration for Market Regulation) ประกาศใช้ข้อกำหนดใหม่ กำหนดให้ร้านอาหารทุกแห่งต้องติด “สติกเกอร์ปิดถุงอาหาร” แบบใช้ครั้งเดียว ก่อนจัดส่งและต้องเป็นแบบที่ไม่สามารถปิดกลับได้หลังแกะออก ขณะที่เทปกาวทั่วไปหรือวิธีปิดกล่องแบบเดิมจะไม่ถือว่าผ่านมาตรฐานอีกต่อไป
.
ภายใต้มาตรการใหม่นี้ ผู้บริโภคในจีนจะมีสิทธิปฏิเสธรับอาหารได้ทันที หากพบว่าอาหารเดลิเวอรีไม่มีการติดสติกเกอร์ สติกเกอร์ชำรุด หรือมีร่องรอยถูกเปิดก่อนส่งถึงมือ รวมถึงสามารถร้องเรียนผ่านระบบ 12315 ซึ่งเป็นสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคของจีนได้โดยตรง
.
สิ่งที่ทำให้กฎใหม่นี้ถูกจับตามอง คือการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ระหว่างร้านอาหาร ผู้จัดส่ง และผู้บริโภค เพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของอาหารเดลิเวอรี
.
ภายใต้กฎใหม่นี้ ร้านอาหารต้องติดสติกเกอร์ในจุดที่มองเห็นชัดและไม่สามารถปิดกลับได้หลังแกะออก ไรเดอร์ต้องตรวจสอบสภาพสติกเกอร์ทันทีเมื่อรับอาหาร หากพบความผิดปกติสามารถปฏิเสธรับงานได้ ส่วน ผู้บริโภคต้องตรวจสอบสติกเกอร์ก่อนรับอาหาร กลายเป็นระบบความรับผิดชอบร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย
.
หลายพื้นที่ในจีนเริ่มปฏิบัติตามแนวทางนี้แล้ว มีการแจกสติกเกอร์ฟรี การจัดทำคู่มือมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการ และมาตรการอุดหนุนเพื่อลดต้นทุนให้ร้านค้ารายย่อย โดยราคาสติกเกอร์แบบใช้ครั้งเดียวอยู่ที่ 0.015-0.03 หยวนต่อชิ้น (ราว 7-14 สตางค์) ส่วนแบบสั่งผลิตเฉพาะมีราคา 0.05-0.1 หยวน (ราว 24-48 สตางค์) เท่านั้น
.
ขณะเดียวกัน สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน ยังเดินหน้าเข้มงวดกับปัญหาร้านผี โดยก่อนหน้านี้ได้สั่งปรับแพลตฟอร์มรายใหญ่รวม 3.59 พันล้านหยวน (ราว 1.71 หมื่นล้านบาท) จากปัญหาการปล่อยให้ร้านผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบและการตรวจสอบที่หละหลวม ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารออนไลน์ควบคู่กับกฎใหม่
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ความปลอดภัยอาหาร #สติกเกอร์ปิดกล่องอาหาร #กฎใหม่จีน
.
https://www.facebook.com/share/p/18VFKmg3nT/
🙅 จีนออกกฎใหม่ เดลิเวอรีไม่มี ‘สติกเกอร์ปิดถุงอาหาร’ ปฏิเสธรับได้ทันที
.
ในวงการส่งอาหารเดลิเวอรี ที่ผ่านมา ผู้บริโภคแทบไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาหารต้องผ่านอะไรมาบ้างระหว่างทาง หรือถูกเปิดก่อนถึงมือลูกค้าหรือไม่ แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป จีนเตรียมใช้มาตรการใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอาหารเดลิเวอรี
.
สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน (State Administration for Market Regulation) ประกาศใช้ข้อกำหนดใหม่ กำหนดให้ร้านอาหารทุกแห่งต้องติด “สติกเกอร์ปิดถุงอาหาร” แบบใช้ครั้งเดียว ก่อนจัดส่งและต้องเป็นแบบที่ไม่สามารถปิดกลับได้หลังแกะออก ขณะที่เทปกาวทั่วไปหรือวิธีปิดกล่องแบบเดิมจะไม่ถือว่าผ่านมาตรฐานอีกต่อไป
.
ภายใต้มาตรการใหม่นี้ ผู้บริโภคในจีนจะมีสิทธิปฏิเสธรับอาหารได้ทันที หากพบว่าอาหารเดลิเวอรีไม่มีการติดสติกเกอร์ สติกเกอร์ชำรุด หรือมีร่องรอยถูกเปิดก่อนส่งถึงมือ รวมถึงสามารถร้องเรียนผ่านระบบ 12315 ซึ่งเป็นสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคของจีนได้โดยตรง
.
สิ่งที่ทำให้กฎใหม่นี้ถูกจับตามอง คือการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ระหว่างร้านอาหาร ผู้จัดส่ง และผู้บริโภค เพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของอาหารเดลิเวอรี
.
ภายใต้กฎใหม่นี้ ร้านอาหารต้องติดสติกเกอร์ในจุดที่มองเห็นชัดและไม่สามารถปิดกลับได้หลังแกะออก ไรเดอร์ต้องตรวจสอบสภาพสติกเกอร์ทันทีเมื่อรับอาหาร หากพบความผิดปกติสามารถปฏิเสธรับงานได้ ส่วน ผู้บริโภคต้องตรวจสอบสติกเกอร์ก่อนรับอาหาร กลายเป็นระบบความรับผิดชอบร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย
.
หลายพื้นที่ในจีนเริ่มปฏิบัติตามแนวทางนี้แล้ว มีการแจกสติกเกอร์ฟรี การจัดทำคู่มือมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการ และมาตรการอุดหนุนเพื่อลดต้นทุนให้ร้านค้ารายย่อย โดยราคาสติกเกอร์แบบใช้ครั้งเดียวอยู่ที่ 0.015-0.03 หยวนต่อชิ้น (ราว 7-14 สตางค์) ส่วนแบบสั่งผลิตเฉพาะมีราคา 0.05-0.1 หยวน (ราว 24-48 สตางค์) เท่านั้น
.
ขณะเดียวกัน สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน ยังเดินหน้าเข้มงวดกับปัญหาร้านผี โดยก่อนหน้านี้ได้สั่งปรับแพลตฟอร์มรายใหญ่รวม 3.59 พันล้านหยวน (ราว 1.71 หมื่นล้านบาท) จากปัญหาการปล่อยให้ร้านผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบและการตรวจสอบที่หละหลวม ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารออนไลน์ควบคู่กับกฎใหม่
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ความปลอดภัยอาหาร #สติกเกอร์ปิดกล่องอาหาร #กฎใหม่จีน
.
https://www.facebook.com/share/p/18VFKmg3nT/