สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน! กลับมาเจอกับผมอีกแล้วครับ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นเหมือนผมใช่ไหมครับ? เช้ามาก็คิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี กลางวันก็ไม่รู้จะสั่งอะไร เย็นยิ่งไปกันใหญ่ เดินวนรอบตลาดนัดหาของกินเป็นชั่วโมง สุดท้ายได้แต่ของเดิมๆ แถมยังเปลืองเงินอีกต่างหาก ไหนจะเวลาที่เสียไปกับการคิด การตัดสินใจแต่ละมื้อ มันเยอะมากจริงๆ นะครับ
ชีวิตมันเร่งรีบ จะหาอะไรกินแต่ละมื้อก็ต้องคิดแล้วคิดอีก บางทีเลิกงานมาเหนื่อยๆ อยากจะเข้าครัวทำอะไรกินง่ายๆ แต่พอเปิดตู้เย็นดู... อ้าว! ไม่มีอะไรเลย ต้องออกไปซื้อใหม่ หมดเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง บางวันก็ยอมแพ้ สั่งอาหารเดลิเวอรี่เอา จบ! แต่บิลตอนสิ้นเดือนนี่สิครับ ทำเอาเหงื่อตกเลยทีเดียว
ผมเคยเป็นแบบนั้นมานานมากครับ จนกระทั่งวันนึงเพื่อนที่ทำงานมาเล่าให้ฟังเรื่อง "การวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า" ตอนแรกผมก็แบบ "โอ๊ยยย ยุ่งยากไปเปล่า?" แต่พอได้ลองทำตามเท่านั้นแหละครับ ชีวิตดีขึ้นเยอะมากจริงๆ จนอยากจะเอาเคล็ดลับนี้มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปใช้กันดูครับ
ทำไมเราถึงควรวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า?
จริงๆ แล้วประโยชน์ของมันมีเยอะมากครับ ที่เห็นชัดๆ เลยคือ
ประหยัดเงิน เราจะซื้อของเท่าที่จำเป็นเท่านั้นครับ ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบที่ใช้ไม่หมดจนเน่าเสีย แถมยังเลี่ยงการสั่งอาหารนอกบ้านบ่อยๆ ได้ด้วย
ประหยัดเวลา ลดเวลาคิดว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ ลดเวลาเลือกซื้อของ ลดเวลาทำอาหาร (เพราะเตรียมวัตถุดิบไว้แล้ว)
สุขภาพดีขึ้น เราสามารถเลือกเมนูที่มีประโยชน์ ควบคุมสารอาหารและปริมาณได้ง่ายขึ้นครับ
ลดความเครียด ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องมื้ออาหารอีกต่อไป ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
มาดูกันครับว่าผมทำยังไงบ้างกับ "แผนมื้ออาหารชีวิตไม่พัง" ฉบับของผม
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเป้าหมายและรวบรวมไอเดีย (จะกินอะไรดีนะ?)
ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ ให้ลองคิดดูว่าในสัปดาห์หน้าเราอยากกินอะไรบ้าง? เน้นความหลากหลายของอาหารและสารอาหารครับ จะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรืออาหารคลีนก็ได้หมดเลยครับ
ลองนึกถึงเมนูโปรดของคุณ
เปิด Pinterest หรือ YouTube หาแรงบันดาลใจ
ถามคนในครอบครัวว่าอยากกินอะไรบ้าง
พยายามเลือกเมนูที่ใช้วัตถุดิบคล้ายๆ กันบ้าง จะได้ซื้อของทีเดียวครับ
พอได้ไอเดียคร่าวๆ แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนต่อไปครับ
ขั้นตอนที่ 2 เช็คตู้เย็น ตู้กับข้าว และชั้นเก็บของ (อะไรที่บ้านมีอยู่แล้ว?)
ก่อนจะลิสต์รายการของที่ต้องซื้อใหม่ ให้คุณเปิดตู้เย็น เปิดตู้กับข้าวดูครับ ว่ามีวัตถุดิบอะไรอยู่แล้วบ้าง เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง หรือของแห้งต่างๆ ที่กำลังจะหมดอายุ หรือที่ยังใช้ไม่หมด
ขั้นตอนนี้ช่วยให้เราไม่ซื้อของซ้ำซ้อน และยังช่วยเคลียร์ของในตู้เย็นให้ได้ใช้ประโยชน์ก่อนที่จะเสียทิ้งไปครับ นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังลดขยะอาหารด้วยครับ เจ๋งไหมล่ะครับ
ขั้นตอนที่ 3 สร้างเมนูประจำสัปดาห์ (เขียนลงไปเลย!)
เอาล่ะครับ เมื่อเรามีไอเดียเมนูแล้ว และรู้ว่ามีอะไรอยู่ในครัวบ้าง ก็ถึงเวลาลงมือเขียนแผนจริงๆ จังๆ ครับ
สร้างตาราง อาจจะใช้กระดาษ ปฏิทิน หรือแอปพลิเคชันก็ได้ครับ
ระบุแต่ละมื้อ เขียนลงไปเลยครับว่า วันจันทร์เช้า กลางวัน เย็น จะกินอะไร วันอังคารกินอะไร ไปจนครบทั้ง 7 วัน
ยืดหยุ่นบ้าง อย่าให้ตึงเป๊ะจนเกินไปครับ อาจจะเผื่อวันสำหรับกินนอกบ้านบ้าง หรือมีเมนูง่ายๆ สำรองไว้ในวันที่เหนื่อยๆ
คำนึงถึงวัตถุดิบ พยายามเลือกเมนูที่ใช้วัตถุดิบร่วมกันได้ เพื่อความสะดวกและประหยัดครับ
ขั้นตอนที่ 4 ทำลิสต์ของที่ต้องซื้อ (ห้ามขาด ห้ามเกิน!)
เมื่อได้เมนูครบแล้ว ให้เอาเมนูทั้งหมดมาดูครับ แล้วลิสต์รายการวัตถุดิบที่ต้องซื้อเพิ่มเติมอย่างละเอียดครับ
แยกหมวดหมู่ แยกของเป็นหมวดๆ เช่น ผักสด เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เครื่องปรุง ของแห้ง นมไข่ขนมปัง จะช่วยให้ตอนไปซูเปอร์มาร์เก็ตเดินได้ง่ายขึ้นครับ
ระบุปริมาณ ถ้าเป็นไปได้ ให้ระบุปริมาณคร่าวๆ ด้วย เช่น แครอท 1 หัว, อกไก่ 500 กรัม จะได้ไม่ซื้อมากเกินไป
ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนออกไปซื้อ ให้ตรวจสอบลิสต์กับเมนูและของในตู้เย็นอีกรอบ เพื่อความชัวร์ครับ
ขั้นตอนที่ 5 วันช้อปปิ้ง (ไปซูเปอร์มาร์เก็ตกัน!)
วันนี้แหละครับ วันแห่งการล่า! เมื่อไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ยึดลิสต์เป็นหลักครับ ห้ามวอกแวก ห้ามหลุดเด็ดขาด!
ไปตอนท้องอิ่ม ข้อนี้สำคัญมากครับ! ถ้าคุณไปช้อปตอนหิว โอกาสที่จะหยิบของนอกลิสต์เข้ามาในตะกร้านั้นสูงมากครับ
เดินตามหมวดหมู่ ซื้อของตามหมวดหมู่ที่คุณลิสต์ไว้ จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและไม่พลาดของที่ต้องการครับ
เปรียบเทียบราคา ถ้ามีเวลา ลองเปรียบเทียบราคาของบางอย่าง เพื่อให้ได้ของที่คุ้มค่าที่สุดครับ
ขั้นตอนที่ 6 เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้า (Meal Prep ตัวช่วยชีวิต!)
ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญเลยครับที่จะช่วยประหยัดเวลาการทำอาหารของคุณไปได้เยอะมาก! ผมจะแบ่งการเตรียมออกเป็นส่วนๆ ครับ
ล้างและหั่น ล้างผัก ผลไม้ หั่นเตรียมไว้ในปริมาณที่พอดีกับแต่ละมื้อ หรือแต่ละวัน แล้วเก็บใส่กล่องสุญญากาศหรือถุงซิปล็อก
แบ่งส่วนและหมัก เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น อกไก่ หมู ให้แบ่งเป็นส่วนๆ ตามมื้ออาหาร อาจจะหมักไว้เลยก็ได้ครับ (เช่น หมักไก่พริกไทยดำ หมักหมูสำหรับผัด) แล้วเก็บเข้าตู้เย็นหรือช่องฟรีซ
ต้ม/นึ่ง บางอย่างที่ใช้เวลาหน่อย เช่น ต้มไข่ ต้มมันฝรั่ง นึ่งฟักทอง สามารถทำล่วงหน้าไว้ได้เลยครับ
การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณหยิบวัตถุดิบไปทำอาหารได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาหั่น ล้าง บ่อยๆ ครับ แค่นำออกมาประกอบอาหารตามเมนูที่วางแผนไว้ ก็ได้มื้ออร่อยง่ายๆ แล้วครับ
คำแนะนำเพิ่มเติมจากผมครับ
เริ่มจากน้อยๆ ก่อน ถ้าไม่เคยทำมาก่อน ให้ลองวางแผนแค่ 3-4 วันก่อนก็ได้ครับ พอชินแล้วค่อยขยับเป็นทั้งสัปดาห์
เผื่อวัน "ฟรีสไตล์" บ้าง บางทีเราก็อยากกินอะไรตามใจตัวเองบ้างใช่ไหมครับ? อาจจะเว้นไว้สัก 1-2 วันในสัปดาห์สำหรับมื้อพิเศษหรือมื้อนอกบ้านก็ได้ครับ
อย่ากลัวการกินซ้ำ บางเมนูที่เราชอบและทำง่าย จะกินซ้ำสองสามวันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ!
ใช้แอปพลิเคชันช่วย เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันดีๆ ที่ช่วยวางแผนมื้ออาหารและลิสต์ของที่ต้องซื้อเยอะแยะเลยครับ ลองหามาใช้ดูได้
ผมบอกเลยครับว่า การวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้านั้นเปลี่ยนชีวิตผมไปมากจริงๆ ทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้น มีเงินเหลือมากขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้นด้วยครับ ลองเอาวิธีที่ผมเล่าไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะติดใจเหมือนผมก็ได้ครับ
ถ้าใครมีเคล็ดลับดีๆ ในการวางแผนมื้ออาหารเพิ่มเติม ก็มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ยินดีเสมอครับ!
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
แค่วางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า: ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ชีวิตไม่พัง!
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นเหมือนผมใช่ไหมครับ? เช้ามาก็คิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี กลางวันก็ไม่รู้จะสั่งอะไร เย็นยิ่งไปกันใหญ่ เดินวนรอบตลาดนัดหาของกินเป็นชั่วโมง สุดท้ายได้แต่ของเดิมๆ แถมยังเปลืองเงินอีกต่างหาก ไหนจะเวลาที่เสียไปกับการคิด การตัดสินใจแต่ละมื้อ มันเยอะมากจริงๆ นะครับ
ชีวิตมันเร่งรีบ จะหาอะไรกินแต่ละมื้อก็ต้องคิดแล้วคิดอีก บางทีเลิกงานมาเหนื่อยๆ อยากจะเข้าครัวทำอะไรกินง่ายๆ แต่พอเปิดตู้เย็นดู... อ้าว! ไม่มีอะไรเลย ต้องออกไปซื้อใหม่ หมดเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง บางวันก็ยอมแพ้ สั่งอาหารเดลิเวอรี่เอา จบ! แต่บิลตอนสิ้นเดือนนี่สิครับ ทำเอาเหงื่อตกเลยทีเดียว
ผมเคยเป็นแบบนั้นมานานมากครับ จนกระทั่งวันนึงเพื่อนที่ทำงานมาเล่าให้ฟังเรื่อง "การวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า" ตอนแรกผมก็แบบ "โอ๊ยยย ยุ่งยากไปเปล่า?" แต่พอได้ลองทำตามเท่านั้นแหละครับ ชีวิตดีขึ้นเยอะมากจริงๆ จนอยากจะเอาเคล็ดลับนี้มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปใช้กันดูครับ
ทำไมเราถึงควรวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า?
จริงๆ แล้วประโยชน์ของมันมีเยอะมากครับ ที่เห็นชัดๆ เลยคือ
ประหยัดเงิน เราจะซื้อของเท่าที่จำเป็นเท่านั้นครับ ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบที่ใช้ไม่หมดจนเน่าเสีย แถมยังเลี่ยงการสั่งอาหารนอกบ้านบ่อยๆ ได้ด้วย
ประหยัดเวลา ลดเวลาคิดว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ ลดเวลาเลือกซื้อของ ลดเวลาทำอาหาร (เพราะเตรียมวัตถุดิบไว้แล้ว)
สุขภาพดีขึ้น เราสามารถเลือกเมนูที่มีประโยชน์ ควบคุมสารอาหารและปริมาณได้ง่ายขึ้นครับ
ลดความเครียด ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องมื้ออาหารอีกต่อไป ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
มาดูกันครับว่าผมทำยังไงบ้างกับ "แผนมื้ออาหารชีวิตไม่พัง" ฉบับของผม
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเป้าหมายและรวบรวมไอเดีย (จะกินอะไรดีนะ?)
ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ ให้ลองคิดดูว่าในสัปดาห์หน้าเราอยากกินอะไรบ้าง? เน้นความหลากหลายของอาหารและสารอาหารครับ จะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรืออาหารคลีนก็ได้หมดเลยครับ
ลองนึกถึงเมนูโปรดของคุณ
เปิด Pinterest หรือ YouTube หาแรงบันดาลใจ
ถามคนในครอบครัวว่าอยากกินอะไรบ้าง
พยายามเลือกเมนูที่ใช้วัตถุดิบคล้ายๆ กันบ้าง จะได้ซื้อของทีเดียวครับ
พอได้ไอเดียคร่าวๆ แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนต่อไปครับ
ขั้นตอนที่ 2 เช็คตู้เย็น ตู้กับข้าว และชั้นเก็บของ (อะไรที่บ้านมีอยู่แล้ว?)
ก่อนจะลิสต์รายการของที่ต้องซื้อใหม่ ให้คุณเปิดตู้เย็น เปิดตู้กับข้าวดูครับ ว่ามีวัตถุดิบอะไรอยู่แล้วบ้าง เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง หรือของแห้งต่างๆ ที่กำลังจะหมดอายุ หรือที่ยังใช้ไม่หมด
ขั้นตอนนี้ช่วยให้เราไม่ซื้อของซ้ำซ้อน และยังช่วยเคลียร์ของในตู้เย็นให้ได้ใช้ประโยชน์ก่อนที่จะเสียทิ้งไปครับ นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังลดขยะอาหารด้วยครับ เจ๋งไหมล่ะครับ
ขั้นตอนที่ 3 สร้างเมนูประจำสัปดาห์ (เขียนลงไปเลย!)
เอาล่ะครับ เมื่อเรามีไอเดียเมนูแล้ว และรู้ว่ามีอะไรอยู่ในครัวบ้าง ก็ถึงเวลาลงมือเขียนแผนจริงๆ จังๆ ครับ
สร้างตาราง อาจจะใช้กระดาษ ปฏิทิน หรือแอปพลิเคชันก็ได้ครับ
ระบุแต่ละมื้อ เขียนลงไปเลยครับว่า วันจันทร์เช้า กลางวัน เย็น จะกินอะไร วันอังคารกินอะไร ไปจนครบทั้ง 7 วัน
ยืดหยุ่นบ้าง อย่าให้ตึงเป๊ะจนเกินไปครับ อาจจะเผื่อวันสำหรับกินนอกบ้านบ้าง หรือมีเมนูง่ายๆ สำรองไว้ในวันที่เหนื่อยๆ
คำนึงถึงวัตถุดิบ พยายามเลือกเมนูที่ใช้วัตถุดิบร่วมกันได้ เพื่อความสะดวกและประหยัดครับ
ขั้นตอนที่ 4 ทำลิสต์ของที่ต้องซื้อ (ห้ามขาด ห้ามเกิน!)
เมื่อได้เมนูครบแล้ว ให้เอาเมนูทั้งหมดมาดูครับ แล้วลิสต์รายการวัตถุดิบที่ต้องซื้อเพิ่มเติมอย่างละเอียดครับ
แยกหมวดหมู่ แยกของเป็นหมวดๆ เช่น ผักสด เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เครื่องปรุง ของแห้ง นมไข่ขนมปัง จะช่วยให้ตอนไปซูเปอร์มาร์เก็ตเดินได้ง่ายขึ้นครับ
ระบุปริมาณ ถ้าเป็นไปได้ ให้ระบุปริมาณคร่าวๆ ด้วย เช่น แครอท 1 หัว, อกไก่ 500 กรัม จะได้ไม่ซื้อมากเกินไป
ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนออกไปซื้อ ให้ตรวจสอบลิสต์กับเมนูและของในตู้เย็นอีกรอบ เพื่อความชัวร์ครับ
ขั้นตอนที่ 5 วันช้อปปิ้ง (ไปซูเปอร์มาร์เก็ตกัน!)
วันนี้แหละครับ วันแห่งการล่า! เมื่อไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ยึดลิสต์เป็นหลักครับ ห้ามวอกแวก ห้ามหลุดเด็ดขาด!
ไปตอนท้องอิ่ม ข้อนี้สำคัญมากครับ! ถ้าคุณไปช้อปตอนหิว โอกาสที่จะหยิบของนอกลิสต์เข้ามาในตะกร้านั้นสูงมากครับ
เดินตามหมวดหมู่ ซื้อของตามหมวดหมู่ที่คุณลิสต์ไว้ จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและไม่พลาดของที่ต้องการครับ
เปรียบเทียบราคา ถ้ามีเวลา ลองเปรียบเทียบราคาของบางอย่าง เพื่อให้ได้ของที่คุ้มค่าที่สุดครับ
ขั้นตอนที่ 6 เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้า (Meal Prep ตัวช่วยชีวิต!)
ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญเลยครับที่จะช่วยประหยัดเวลาการทำอาหารของคุณไปได้เยอะมาก! ผมจะแบ่งการเตรียมออกเป็นส่วนๆ ครับ
ล้างและหั่น ล้างผัก ผลไม้ หั่นเตรียมไว้ในปริมาณที่พอดีกับแต่ละมื้อ หรือแต่ละวัน แล้วเก็บใส่กล่องสุญญากาศหรือถุงซิปล็อก
แบ่งส่วนและหมัก เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น อกไก่ หมู ให้แบ่งเป็นส่วนๆ ตามมื้ออาหาร อาจจะหมักไว้เลยก็ได้ครับ (เช่น หมักไก่พริกไทยดำ หมักหมูสำหรับผัด) แล้วเก็บเข้าตู้เย็นหรือช่องฟรีซ
ต้ม/นึ่ง บางอย่างที่ใช้เวลาหน่อย เช่น ต้มไข่ ต้มมันฝรั่ง นึ่งฟักทอง สามารถทำล่วงหน้าไว้ได้เลยครับ
การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณหยิบวัตถุดิบไปทำอาหารได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาหั่น ล้าง บ่อยๆ ครับ แค่นำออกมาประกอบอาหารตามเมนูที่วางแผนไว้ ก็ได้มื้ออร่อยง่ายๆ แล้วครับ
คำแนะนำเพิ่มเติมจากผมครับ
เริ่มจากน้อยๆ ก่อน ถ้าไม่เคยทำมาก่อน ให้ลองวางแผนแค่ 3-4 วันก่อนก็ได้ครับ พอชินแล้วค่อยขยับเป็นทั้งสัปดาห์
เผื่อวัน "ฟรีสไตล์" บ้าง บางทีเราก็อยากกินอะไรตามใจตัวเองบ้างใช่ไหมครับ? อาจจะเว้นไว้สัก 1-2 วันในสัปดาห์สำหรับมื้อพิเศษหรือมื้อนอกบ้านก็ได้ครับ
อย่ากลัวการกินซ้ำ บางเมนูที่เราชอบและทำง่าย จะกินซ้ำสองสามวันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ!
ใช้แอปพลิเคชันช่วย เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันดีๆ ที่ช่วยวางแผนมื้ออาหารและลิสต์ของที่ต้องซื้อเยอะแยะเลยครับ ลองหามาใช้ดูได้
ผมบอกเลยครับว่า การวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้านั้นเปลี่ยนชีวิตผมไปมากจริงๆ ทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้น มีเงินเหลือมากขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้นด้วยครับ ลองเอาวิธีที่ผมเล่าไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะติดใจเหมือนผมก็ได้ครับ
ถ้าใครมีเคล็ดลับดีๆ ในการวางแผนมื้ออาหารเพิ่มเติม ก็มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ยินดีเสมอครับ!
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ