สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักการใช้ชีวิตแบบสบายๆ แต่ก็แอบมีปัญหากับกองข้าวของในบ้านอยู่บ่อยๆ
ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ยอมรับเลยว่าเป็นคนขี้เกียจระดับปรมาจารย์ ไม่ชอบอะไรที่ต้องมานั่งทำซ้ำๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องทำความสะอาดบ้านนี่แหละครับ มันช่างกินพลังงานและเวลาชีวิตไปเยอะเหลือเกินใช่ไหมครับ? จนวันนึงผมก็ได้ค้นพบ "สูตรลับ" ที่พลิกชีวิตการทำความสะอาดบ้านไปเลยครับ นั่นก็คือ "ยิ่งของน้อย ยิ่งไม่ต้องทำความสะอาด!"
ฟังดูง่ายใช่ไหมครับ? แต่มันคือความจริงที่โคตรจริงเลยครับ!
ลองนึกภาพตามนะครับ ห้องที่รกไปด้วยของจุกจิกเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นกองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้พับ หนังสือที่วางระเกะระกะ ของที่ระลึกที่ตั้งเรียงราย ฝุ่นมันก็จะเกาะตามของพวกนี้แหละครับ แถมเวลาจะปัดฝุ่น กวาดพื้น ถูบ้านที ก็ต้องมาคอยขยับของย้ายของไปมาให้วุ่นวาย เสียเวลาไปโดยใช่เหตุใช่ไหมครับ?
ผมเคยเป็นแบบนั้นเลยครับ จนกระทั่งได้หันมาลองแนวคิดแบบมินิมอล แต่เอามาปรับใช้ในสไตล์คนขี้เกียจ คือเราไม่ได้ต้องการความมินิมอลจ๋าขนาดนั้นหรอกครับ แค่ต้องการความสบายในการใช้ชีวิตและไม่ต้องมานั่งเหนื่อยทำความสะอาดบ่อยๆ ก็พอแล้วครับ
ทีนี้มาดูกันครับว่า "สูตรลับคนขี้เกียจ" ของผมมีอะไรบ้าง
ขั้นตอนแรก เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่สุดครับ
ไม่ต้องไปโหมทิ้งของทั้งบ้านให้เหนื่อยตั้งแต่แรกนะครับ! เรามันคนขี้เกียจนี่ครับ เริ่มจากลิ้นชักเล็กๆ แค่ 1 ลิ้นชัก หรือชั้นวางของแค่ 1 ชั้นก็พอครับ เลือกจุดที่คุณเห็นมันบ่อยๆ และรู้สึกหงุดหงิดกับมันบ่อยๆ นี่แหละครับ พอเราทำสำเร็จในจุดเล็กๆ เราจะมีกำลังใจไปต่อครับ
ขั้นตอนที่สอง กฎ 3 คำถามมหัศจรรย์
เมื่อเลือกพื้นที่ได้แล้ว ดึงของทุกชิ้นในพื้นที่นั้นออกมาครับ แล้วหยิบมาทีละชิ้น ถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้ครับ
1. "ได้ใช้มันใน 6 เดือนที่ผ่านมาไหม?" ถ้าคำตอบคือ "ไม่" หรือ "จำไม่ได้ว่ามีด้วยซ้ำ" โอกาส 90% คือคุณไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้วครับ (ยกเว้นของตามฤดูกาลหรือของมีค่าทางจิตใจจริงๆ นะครับ)
2. "มันยังใช้งานได้ดีอยู่ไหม?" ถ้ามันพัง ชำรุด หรือใช้ไม่ได้แล้ว ทิ้งเถอะครับ เก็บไว้ก็รกเปล่าๆ
3. "มีของแบบเดียวกันอยู่แล้วกี่ชิ้น?" ถ้ามีเยอะเกินความจำเป็น เช่น แก้วน้ำ 10 ใบ ทั้งที่อยู่คนเดียว ลองคัดออกให้เหลือแค่ที่จำเป็นจริงๆ ดูนะครับ
ขั้นตอนที่สาม อย่าให้มี "ที่อยู่ชั่วคราว" ครับ
ของทุกชิ้นในบ้านควรมี "บ้าน" ของตัวเองครับ เมื่อใช้เสร็จแล้วต้องเก็บเข้าที่ทันที นี่เป็นกฎเหล็กที่จะช่วยลดความรกสะสมได้ดีที่สุดเลยครับ ถ้าไม่มีที่เก็บ ก็แปลว่าคุณอาจจะมีของเยอะเกินไปครับ ลองกลับไปทบทวนขั้นตอนที่สองใหม่นะครับ
ขั้นตอนที่สี่ “One In, One Out” ครับ
กฎนี้ง่ายๆ ครับ ถ้าคุณจะซื้อของชิ้นใหม่เข้ามาในบ้าน (เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้) ต้องมีของชิ้นเก่าที่ทำหน้าที่คล้ายกันออกไป 1 ชิ้นเสมอครับ สมมุติซื้อเสื้อใหม่มา 1 ตัว ก็ต้องทิ้ง/บริจาคเสื้อตัวเก่าไป 1 ตัว เพื่อรักษาสมดุลของจำนวนของในบ้านเอาไว้ครับ
ขั้นตอนที่ห้า ใช้พื้นที่ในแนวตั้งให้เป็นประโยชน์ครับ
ชั้นวางของ ตู้ที่มีช่องเยอะๆ หรือตะขอแขวนผนัง คือเพื่อนแท้ของคนขี้เกียจครับ การจัดเก็บของในแนวตั้งจะช่วยประหยัดพื้นที่บนพื้นผิว ทำให้พื้นผิวโล่ง ทำความสะอาดง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
เชื่อผมเถอะครับว่า การลดของในบ้านลง ไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตแบบขาดแคลนนะครับ แต่มันคือการ "ปลดปล่อย" ตัวเองจากภาระและความวุ่นวายต่างหากครับ
พอของน้อยลง พื้นที่ว่างก็เยอะขึ้น ฝุ่นเกาะน้อยลง ทำความสะอาดง่ายขึ้นมากๆ ครับ คุณจะมีเวลาเหลือไปทำอะไรที่ชอบได้มากขึ้น ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องบ้านรกๆ อีกต่อไป ชีวิตจะสบายขึ้นเยอะจริงๆ ครับ
ลองเริ่มวันนี้เลยนะครับ ไม่ต้องคิดมาก ค่อยๆ ทำไปทีละนิดครับ แล้วคุณจะตกหลุมรักบ้านที่สะอาดและชีวิตที่เบาสบายขึ้นอย่างแน่นอนครับ!
แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับว่าเป็นยังไงกันบ้าง!
จัดบ้านสไตล์คนขี้เกียจ: ลดของลง ชีวิตดีขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดอีกเลยครับ!
ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ยอมรับเลยว่าเป็นคนขี้เกียจระดับปรมาจารย์ ไม่ชอบอะไรที่ต้องมานั่งทำซ้ำๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องทำความสะอาดบ้านนี่แหละครับ มันช่างกินพลังงานและเวลาชีวิตไปเยอะเหลือเกินใช่ไหมครับ? จนวันนึงผมก็ได้ค้นพบ "สูตรลับ" ที่พลิกชีวิตการทำความสะอาดบ้านไปเลยครับ นั่นก็คือ "ยิ่งของน้อย ยิ่งไม่ต้องทำความสะอาด!"
ฟังดูง่ายใช่ไหมครับ? แต่มันคือความจริงที่โคตรจริงเลยครับ!
ลองนึกภาพตามนะครับ ห้องที่รกไปด้วยของจุกจิกเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นกองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้พับ หนังสือที่วางระเกะระกะ ของที่ระลึกที่ตั้งเรียงราย ฝุ่นมันก็จะเกาะตามของพวกนี้แหละครับ แถมเวลาจะปัดฝุ่น กวาดพื้น ถูบ้านที ก็ต้องมาคอยขยับของย้ายของไปมาให้วุ่นวาย เสียเวลาไปโดยใช่เหตุใช่ไหมครับ?
ผมเคยเป็นแบบนั้นเลยครับ จนกระทั่งได้หันมาลองแนวคิดแบบมินิมอล แต่เอามาปรับใช้ในสไตล์คนขี้เกียจ คือเราไม่ได้ต้องการความมินิมอลจ๋าขนาดนั้นหรอกครับ แค่ต้องการความสบายในการใช้ชีวิตและไม่ต้องมานั่งเหนื่อยทำความสะอาดบ่อยๆ ก็พอแล้วครับ
ทีนี้มาดูกันครับว่า "สูตรลับคนขี้เกียจ" ของผมมีอะไรบ้าง
ขั้นตอนแรก เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่สุดครับ
ไม่ต้องไปโหมทิ้งของทั้งบ้านให้เหนื่อยตั้งแต่แรกนะครับ! เรามันคนขี้เกียจนี่ครับ เริ่มจากลิ้นชักเล็กๆ แค่ 1 ลิ้นชัก หรือชั้นวางของแค่ 1 ชั้นก็พอครับ เลือกจุดที่คุณเห็นมันบ่อยๆ และรู้สึกหงุดหงิดกับมันบ่อยๆ นี่แหละครับ พอเราทำสำเร็จในจุดเล็กๆ เราจะมีกำลังใจไปต่อครับ
ขั้นตอนที่สอง กฎ 3 คำถามมหัศจรรย์
เมื่อเลือกพื้นที่ได้แล้ว ดึงของทุกชิ้นในพื้นที่นั้นออกมาครับ แล้วหยิบมาทีละชิ้น ถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้ครับ
1. "ได้ใช้มันใน 6 เดือนที่ผ่านมาไหม?" ถ้าคำตอบคือ "ไม่" หรือ "จำไม่ได้ว่ามีด้วยซ้ำ" โอกาส 90% คือคุณไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้วครับ (ยกเว้นของตามฤดูกาลหรือของมีค่าทางจิตใจจริงๆ นะครับ)
2. "มันยังใช้งานได้ดีอยู่ไหม?" ถ้ามันพัง ชำรุด หรือใช้ไม่ได้แล้ว ทิ้งเถอะครับ เก็บไว้ก็รกเปล่าๆ
3. "มีของแบบเดียวกันอยู่แล้วกี่ชิ้น?" ถ้ามีเยอะเกินความจำเป็น เช่น แก้วน้ำ 10 ใบ ทั้งที่อยู่คนเดียว ลองคัดออกให้เหลือแค่ที่จำเป็นจริงๆ ดูนะครับ
ขั้นตอนที่สาม อย่าให้มี "ที่อยู่ชั่วคราว" ครับ
ของทุกชิ้นในบ้านควรมี "บ้าน" ของตัวเองครับ เมื่อใช้เสร็จแล้วต้องเก็บเข้าที่ทันที นี่เป็นกฎเหล็กที่จะช่วยลดความรกสะสมได้ดีที่สุดเลยครับ ถ้าไม่มีที่เก็บ ก็แปลว่าคุณอาจจะมีของเยอะเกินไปครับ ลองกลับไปทบทวนขั้นตอนที่สองใหม่นะครับ
ขั้นตอนที่สี่ “One In, One Out” ครับ
กฎนี้ง่ายๆ ครับ ถ้าคุณจะซื้อของชิ้นใหม่เข้ามาในบ้าน (เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้) ต้องมีของชิ้นเก่าที่ทำหน้าที่คล้ายกันออกไป 1 ชิ้นเสมอครับ สมมุติซื้อเสื้อใหม่มา 1 ตัว ก็ต้องทิ้ง/บริจาคเสื้อตัวเก่าไป 1 ตัว เพื่อรักษาสมดุลของจำนวนของในบ้านเอาไว้ครับ
ขั้นตอนที่ห้า ใช้พื้นที่ในแนวตั้งให้เป็นประโยชน์ครับ
ชั้นวางของ ตู้ที่มีช่องเยอะๆ หรือตะขอแขวนผนัง คือเพื่อนแท้ของคนขี้เกียจครับ การจัดเก็บของในแนวตั้งจะช่วยประหยัดพื้นที่บนพื้นผิว ทำให้พื้นผิวโล่ง ทำความสะอาดง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
เชื่อผมเถอะครับว่า การลดของในบ้านลง ไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตแบบขาดแคลนนะครับ แต่มันคือการ "ปลดปล่อย" ตัวเองจากภาระและความวุ่นวายต่างหากครับ
พอของน้อยลง พื้นที่ว่างก็เยอะขึ้น ฝุ่นเกาะน้อยลง ทำความสะอาดง่ายขึ้นมากๆ ครับ คุณจะมีเวลาเหลือไปทำอะไรที่ชอบได้มากขึ้น ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องบ้านรกๆ อีกต่อไป ชีวิตจะสบายขึ้นเยอะจริงๆ ครับ
ลองเริ่มวันนี้เลยนะครับ ไม่ต้องคิดมาก ค่อยๆ ทำไปทีละนิดครับ แล้วคุณจะตกหลุมรักบ้านที่สะอาดและชีวิตที่เบาสบายขึ้นอย่างแน่นอนครับ!
แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับว่าเป็นยังไงกันบ้าง!