ลูกประธานาธิบดี อายุ 19 สูง 2 เมตร 6 เซน เรียนคณะธุรกิจที่มหาวิทยาลัยดังในนิวยอร์ก แล้วก็มีตำแหน่งใหญ่ในบริษัทคริปโตที่ตอนนี้มูลค่าหลายพันล้านเหรียญ ฟังดูเหมือนตัวละครในเกมที่ใส่สูตรโกงมา แต่นี่คือเรื่องจริงของคนที่ชื่อ "Barron Trump"
วันนี้ JumpQuant จะพาเพื่อนๆไปดูพอร์ตลูกชายคนสุดท้องของ Trump ที่อายุน้อยที่สุด แต่ทรัพย์สินมากที่สุดเมื่อเทียบกับวัย เคสนี้แอดว่าน่าสนใจ มีทั้งฮา มีทั้งเรื่องน่าคิดเรื่องการลงทุน
=ทำความรู้จัก Barron แบบสั้นๆ=
(1) ชื่อเต็ม Barron William Trump เกิดมีนาคม 2006 ปีนี้อายุ 19 ปี เป็นลูกของ Donald Trump กับ Melania
(2) สูง 206 เซนติเมตร หรือ 6 ฟุต 9 นิ้ว สูงกว่าพ่อ สูงกว่าพี่ๆ และสูงกว่าทีมรปภ. ของรัฐบาลทุกคน
(3) ตอนนี้เรียนปี 2 ที่ NYU Stern คณะธุรกิจชื่อดังของอเมริกา
(4) Forbes ประเมินทรัพย์สินรวมของน้องที่ประมาณ 150 ล้านเหรียญ หรือราว 5,000 ล้านบาท ที่อายุ 19 ปี
(5) มีม "Barron Trump เทรดเดอร์ winrate 100%" คือมุกล้อเลียนที่ชาวคริปโต/เทรดเดอร์เอามาแซวกันว่า Barron เทรดแม่นเว่อร์ ทุกครั้งที่มีข่าวใหญ่จากทำเนียบขาว มักจะมี "เทรดเดอร์ลึกลับ" เปิดออเดอร์ถูกทางก่อนข่าวออกพอดี เลยโดนชาวเน็ตจิ้มว่าน่าจะเป็น Barron นั่นแหละ (เล่นมุก insider trading จากพ่อ)
=ส่องพอร์ต Barron มีอะไรบ้าง=
(1) WLFI Token นี่คือก้อนใหญ่สุดในพอร์ต ครอบครัว Trump ตั้งบริษัทคริปโตชื่อ World Liberty Financial หรือเรียกย่อๆว่า WLFI ออกเหรียญของตัวเองชื่อ WLFI Token ครอบครัวถือรวมกัน 22,500 ล้านเหรียญ ส่วนของ Barron มีมูลค่าอย่างน้อย 133 ล้านเหรียญสหรัฐ
(2) เงินสดจากการขายเหรียญ ทุกครั้งที่บริษัทขายเหรียญใหม่ ครอบครัวจะได้ส่วนแบ่ง 75 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย Barron ได้ส่วนแบ่งหลังหักภาษีประมาณ 38 ล้านเหรียญแล้วในช่วงปีกว่าๆที่ผ่านมา
(3) USD1 stablecoin บริษัทออกเหรียญที่หนุนหลังด้วยดอลลาร์ Barron ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งได้ส่วนแบ่งจากดอกเบี้ยที่เหรียญตัวนี้สร้างได้ทุกๆเดือน
(4) เครดิตในฐานะคนเริ่มไอเดีย ตามข่าว Vanity Fair บอกว่า Barron เป็นคนแรกในครอบครัวที่เห็นโอกาสในคริปโต และเป็นคนที่ไปคุยกับพ่อกับพี่ จนเปิดบริษัท WLFI ขึ้นมาได้
=สิ่งที่ไม่มีในพอร์ตของน้อง=
(1) ไม่มีหุ้นบริษัทใหญ่ๆอย่าง Apple Microsoft Nvidia ที่นักลงทุนทั่วไปชอบซื้อ
(2) ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดิน ไม่มีอสังหาในชื่อตัวเอง ของพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ในชื่อพ่อหมด
(3) ไม่มีพันธบัตร ไม่มีกองทุนรวม ไม่มี ETF เหมือนนักลงทุนทั่วไป
(4) เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่น้องมี อยู่ในคริปโตที่อิงกับชื่อพ่อล้วนๆ
=เรื่องน่าคิดเกี่ยวกับพอร์ตนี้=
(1) นี่ไม่ใช่ความรวยที่มาจาก "ลงทุนเก่ง" แต่มาจาก "ชื่อพ่อดัง" ถ้าน้องเปิดบริษัทคริปโตเดียวกันโดยไม่ใช้ชื่อ Trump เชื่อว่าไม่มีใครซื้อเหรียญถึง 1 ล้านเหรียญด้วยซ้ำ
(2) ราคาเหรียญ WLFI ตอนนี้ตกไปแล้ว 65 เปอร์เซ็นต์จากวันเปิดตัว คนที่ซื้อตามแล้วถือไว้แทบจะขาดทุนทุกคน แต่ครอบครัว Trump รวยขึ้นเพราะได้ส่วนแบ่งจากการขายเหรียญตั้งแต่แรกแล้ว
(3) ความเสี่ยงใหญ่คือพอร์ตนี้ผูกกับ "อำนาจทางการเมืองของพ่อ" วันที่พ่อพ้นตำแหน่ง หรือนโยบายคริปโตเปลี่ยน ทรัพย์สินอาจหายเร็วเหมือนตอนสร้างขึ้นมา
(4) คนซื้อเหรียญ WLFI ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากอาหรับและจีน ที่อาจซื้อเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง ไม่ใช่เพราะเชื่อในเทคโนโลยี
=แล้วเราลงทุนตามน้องได้มั้ย=
แอดขอตอบตรงๆว่า "ตามไม่ได้และไม่ควรตาม" เพราะ
(1) เราไม่มีชื่อสกุล Trump ใครจะมาซื้อเหรียญที่เราออกถึง 100 ล้านเหรียญ
(2) เหรียญแบบ WLFI ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ไม่มีเงินปันผล ไม่มีรายได้จริงจากธุรกิจ ราคาขึ้นลงตามข่าวการเมืองและกระแสล้วนๆ ความเสี่ยงสูงมาก
(3) ของแบบนี้ขึ้นเร็วก็จริง แต่ลงเร็วยิ่งกว่า เห็นได้จากที่ราคาตกไป 65 เปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่เดือน
(4) ครอบครัว Trump ได้กำไรจากการขายเหรียญให้คนอื่น แต่คนที่ซื้อตามมักเป็นฝ่ายเจ๊ง
=สิ่งที่มือใหม่เอาไปใช้ได้จริง=
(1) การมองเทรนด์ออกก่อนคนอื่นมีค่ามาก ถึงเราจะไม่ได้เกิดในตระกูลรวย แต่เราพัฒนาทักษะการอ่านเทรนด์ได้ ผ่านการอ่าน การเรียนรู้ การติดตามข่าวสาร
(2) Network สำคัญพอๆกับความสามารถ การได้อยู่ในวงที่ใช่ในเวลาที่ใช่ทำให้โอกาสมาหา ลองหาวงคนที่เก่งกว่าเราเข้าไปคุยด้วย
(3) การกระจายความเสี่ยงสำคัญมาก โดยเฉพาะคนเงินเดือนทั่วไปที่ไม่มีพ่อเป็นประธานาธิบดี ห้ามทุ่มเงินทั้งหมดไปกับ asset เดียวที่ผันผวนสูง
(4) สำหรับมือใหม่ที่อยากลงทุน แอดมองว่า DCA ในกองทุนหรือ ETF หุ้นเทคในตลาดอเมริกาที่มีบริษัทมีกำไรจริง ปลอดภัยและเหมาะกับเงินทุนเรามากกว่าการไปซื้อเหรียญที่ราคาขึ้นกับชื่อใครก็ไม่รู้
ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตที่ฮาแต่จริงคือ Barron อายุ 19 มีเงิน 150 ล้านเหรียญ มีตำแหน่ง DeFi Visionary แต่จนถึงวันนี้น้องยังไม่เคยพูดต่อสื่อเรื่องคริปโตเลยสักครั้ง สมกับเป็น Visionary ที่อยู่ใน vision ของคนอื่นจริงๆ
ปล 1 นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนนะ แอดแค่อยากชวนเพื่อนๆมาเรียนรู้และหัวเราะกับเคสน่าสนใจในวงการการเงินยุคใหม่ การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง โดยเฉพาะคริปโตที่อิงกับชื่อบุคคล ก่อนตัดสินใจอย่าลืมศึกษาให้ดีและประเมินตัวเองก่อน
ปล 2 ข้อมูลตัวเลขและสัดส่วนต่างๆที่อ้างถึงรวบรวมจาก Forbes, Vanity Fair, Wikipedia, Public Citizen และข่าวสาธารณะอื่นๆ ตัวเลขเหล่านี้แกว่งทุกวันตามราคาเหรียญ อาจไม่ได้อัพเดทล่าสุดหรือมีคลาดเคลื่อน หากผิดพลาดประการใด แอดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ใครอยากให้แอดเปิดพอร์ตของใครต่อ หรืออยากให้เปรียบเทียบลูกเศรษฐีคนไหน เช่น ลูกตระกูล Buffett, ลูก Bezos หรือลูกเศรษฐีไทย ทิ้งชื่อไว้ในคอมเมนต์ได้เลย แอดจะรวบรวมไปทำให้!!
ลูกประธานาธิบดี อายุ 19 สูง 2 เมตร 6 เซน เรียนคณะธุรกิจที่มหาวิทยาลัยดังในนิวยอร์ก
วันนี้ JumpQuant จะพาเพื่อนๆไปดูพอร์ตลูกชายคนสุดท้องของ Trump ที่อายุน้อยที่สุด แต่ทรัพย์สินมากที่สุดเมื่อเทียบกับวัย เคสนี้แอดว่าน่าสนใจ มีทั้งฮา มีทั้งเรื่องน่าคิดเรื่องการลงทุน
=ทำความรู้จัก Barron แบบสั้นๆ=
(1) ชื่อเต็ม Barron William Trump เกิดมีนาคม 2006 ปีนี้อายุ 19 ปี เป็นลูกของ Donald Trump กับ Melania
(2) สูง 206 เซนติเมตร หรือ 6 ฟุต 9 นิ้ว สูงกว่าพ่อ สูงกว่าพี่ๆ และสูงกว่าทีมรปภ. ของรัฐบาลทุกคน
(3) ตอนนี้เรียนปี 2 ที่ NYU Stern คณะธุรกิจชื่อดังของอเมริกา
(4) Forbes ประเมินทรัพย์สินรวมของน้องที่ประมาณ 150 ล้านเหรียญ หรือราว 5,000 ล้านบาท ที่อายุ 19 ปี
(5) มีม "Barron Trump เทรดเดอร์ winrate 100%" คือมุกล้อเลียนที่ชาวคริปโต/เทรดเดอร์เอามาแซวกันว่า Barron เทรดแม่นเว่อร์ ทุกครั้งที่มีข่าวใหญ่จากทำเนียบขาว มักจะมี "เทรดเดอร์ลึกลับ" เปิดออเดอร์ถูกทางก่อนข่าวออกพอดี เลยโดนชาวเน็ตจิ้มว่าน่าจะเป็น Barron นั่นแหละ (เล่นมุก insider trading จากพ่อ)
=ส่องพอร์ต Barron มีอะไรบ้าง=
(1) WLFI Token นี่คือก้อนใหญ่สุดในพอร์ต ครอบครัว Trump ตั้งบริษัทคริปโตชื่อ World Liberty Financial หรือเรียกย่อๆว่า WLFI ออกเหรียญของตัวเองชื่อ WLFI Token ครอบครัวถือรวมกัน 22,500 ล้านเหรียญ ส่วนของ Barron มีมูลค่าอย่างน้อย 133 ล้านเหรียญสหรัฐ
(2) เงินสดจากการขายเหรียญ ทุกครั้งที่บริษัทขายเหรียญใหม่ ครอบครัวจะได้ส่วนแบ่ง 75 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย Barron ได้ส่วนแบ่งหลังหักภาษีประมาณ 38 ล้านเหรียญแล้วในช่วงปีกว่าๆที่ผ่านมา
(3) USD1 stablecoin บริษัทออกเหรียญที่หนุนหลังด้วยดอลลาร์ Barron ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งได้ส่วนแบ่งจากดอกเบี้ยที่เหรียญตัวนี้สร้างได้ทุกๆเดือน
(4) เครดิตในฐานะคนเริ่มไอเดีย ตามข่าว Vanity Fair บอกว่า Barron เป็นคนแรกในครอบครัวที่เห็นโอกาสในคริปโต และเป็นคนที่ไปคุยกับพ่อกับพี่ จนเปิดบริษัท WLFI ขึ้นมาได้
=สิ่งที่ไม่มีในพอร์ตของน้อง=
(1) ไม่มีหุ้นบริษัทใหญ่ๆอย่าง Apple Microsoft Nvidia ที่นักลงทุนทั่วไปชอบซื้อ
(2) ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดิน ไม่มีอสังหาในชื่อตัวเอง ของพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ในชื่อพ่อหมด
(3) ไม่มีพันธบัตร ไม่มีกองทุนรวม ไม่มี ETF เหมือนนักลงทุนทั่วไป
(4) เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่น้องมี อยู่ในคริปโตที่อิงกับชื่อพ่อล้วนๆ
=เรื่องน่าคิดเกี่ยวกับพอร์ตนี้=
(1) นี่ไม่ใช่ความรวยที่มาจาก "ลงทุนเก่ง" แต่มาจาก "ชื่อพ่อดัง" ถ้าน้องเปิดบริษัทคริปโตเดียวกันโดยไม่ใช้ชื่อ Trump เชื่อว่าไม่มีใครซื้อเหรียญถึง 1 ล้านเหรียญด้วยซ้ำ
(2) ราคาเหรียญ WLFI ตอนนี้ตกไปแล้ว 65 เปอร์เซ็นต์จากวันเปิดตัว คนที่ซื้อตามแล้วถือไว้แทบจะขาดทุนทุกคน แต่ครอบครัว Trump รวยขึ้นเพราะได้ส่วนแบ่งจากการขายเหรียญตั้งแต่แรกแล้ว
(3) ความเสี่ยงใหญ่คือพอร์ตนี้ผูกกับ "อำนาจทางการเมืองของพ่อ" วันที่พ่อพ้นตำแหน่ง หรือนโยบายคริปโตเปลี่ยน ทรัพย์สินอาจหายเร็วเหมือนตอนสร้างขึ้นมา
(4) คนซื้อเหรียญ WLFI ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากอาหรับและจีน ที่อาจซื้อเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง ไม่ใช่เพราะเชื่อในเทคโนโลยี
=แล้วเราลงทุนตามน้องได้มั้ย=
แอดขอตอบตรงๆว่า "ตามไม่ได้และไม่ควรตาม" เพราะ
(1) เราไม่มีชื่อสกุล Trump ใครจะมาซื้อเหรียญที่เราออกถึง 100 ล้านเหรียญ
(2) เหรียญแบบ WLFI ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ไม่มีเงินปันผล ไม่มีรายได้จริงจากธุรกิจ ราคาขึ้นลงตามข่าวการเมืองและกระแสล้วนๆ ความเสี่ยงสูงมาก
(3) ของแบบนี้ขึ้นเร็วก็จริง แต่ลงเร็วยิ่งกว่า เห็นได้จากที่ราคาตกไป 65 เปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่เดือน
(4) ครอบครัว Trump ได้กำไรจากการขายเหรียญให้คนอื่น แต่คนที่ซื้อตามมักเป็นฝ่ายเจ๊ง
=สิ่งที่มือใหม่เอาไปใช้ได้จริง=
(1) การมองเทรนด์ออกก่อนคนอื่นมีค่ามาก ถึงเราจะไม่ได้เกิดในตระกูลรวย แต่เราพัฒนาทักษะการอ่านเทรนด์ได้ ผ่านการอ่าน การเรียนรู้ การติดตามข่าวสาร
(2) Network สำคัญพอๆกับความสามารถ การได้อยู่ในวงที่ใช่ในเวลาที่ใช่ทำให้โอกาสมาหา ลองหาวงคนที่เก่งกว่าเราเข้าไปคุยด้วย
(3) การกระจายความเสี่ยงสำคัญมาก โดยเฉพาะคนเงินเดือนทั่วไปที่ไม่มีพ่อเป็นประธานาธิบดี ห้ามทุ่มเงินทั้งหมดไปกับ asset เดียวที่ผันผวนสูง
(4) สำหรับมือใหม่ที่อยากลงทุน แอดมองว่า DCA ในกองทุนหรือ ETF หุ้นเทคในตลาดอเมริกาที่มีบริษัทมีกำไรจริง ปลอดภัยและเหมาะกับเงินทุนเรามากกว่าการไปซื้อเหรียญที่ราคาขึ้นกับชื่อใครก็ไม่รู้
ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตที่ฮาแต่จริงคือ Barron อายุ 19 มีเงิน 150 ล้านเหรียญ มีตำแหน่ง DeFi Visionary แต่จนถึงวันนี้น้องยังไม่เคยพูดต่อสื่อเรื่องคริปโตเลยสักครั้ง สมกับเป็น Visionary ที่อยู่ใน vision ของคนอื่นจริงๆ
ปล 1 นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนนะ แอดแค่อยากชวนเพื่อนๆมาเรียนรู้และหัวเราะกับเคสน่าสนใจในวงการการเงินยุคใหม่ การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง โดยเฉพาะคริปโตที่อิงกับชื่อบุคคล ก่อนตัดสินใจอย่าลืมศึกษาให้ดีและประเมินตัวเองก่อน
ปล 2 ข้อมูลตัวเลขและสัดส่วนต่างๆที่อ้างถึงรวบรวมจาก Forbes, Vanity Fair, Wikipedia, Public Citizen และข่าวสาธารณะอื่นๆ ตัวเลขเหล่านี้แกว่งทุกวันตามราคาเหรียญ อาจไม่ได้อัพเดทล่าสุดหรือมีคลาดเคลื่อน หากผิดพลาดประการใด แอดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ใครอยากให้แอดเปิดพอร์ตของใครต่อ หรืออยากให้เปรียบเทียบลูกเศรษฐีคนไหน เช่น ลูกตระกูล Buffett, ลูก Bezos หรือลูกเศรษฐีไทย ทิ้งชื่อไว้ในคอมเมนต์ได้เลย แอดจะรวบรวมไปทำให้!!