ในฐานะคนผ่านเส้นนี้บ่อย ทั้งด้วยรถไฟ รถส่วนตัว และรถมอเตอร์ไซต์ ควรจะมีจราจรซักคนมาดูแลตรงจุดนี้ ที่บอกว่าก็มีไฟแดงแล้วนี่ ไฟแดงจุดนั้นไม่ได้ทำงานตลอดครับ และทันทีที่แยกอโศกเพชร เขียว จะเกิดภาวะแย่งชิง จากกำแพงเพชร 7 พยายามตัดเลี้ยวให้ได้ คันมาตรงก็ไปไม่ได้ต้องเบรก ไม่งั้นมีชน (ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย) ที่สำคัญ ยังมีรถมอเตอร์ไซค์ ขับตัดเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อมาคือ รถทางตรงไหลตามสัญญาณไฟเขียว แต่ไปต่อไม่ได้ ทำได้แค่จอดรอเคลื่อนตัว แต่ไฟแดงก็เกิดขึ้น รถที่หนาแน่นอยู่แล้วก็ไปไหนต่อไม่ได้ ผลคือค้างอยู่ตำแหน่งนั้นพอดี รอไฟเขียวที่แยกอโศกเพชร รอบต่อไปอย่างกระสับกระส่าย
ข้อถามว่า แล้วทำไมรู้ว่าไปไม่ได้ ยังฝืนไป แล้วต้องไปจอดติดอยู่ตรงช่องห้ามจอด ตอบได้อย่างหนึ่งคือก้ถ้าไม่เคลื่อนตัวออกมา แล้วจะไปยังไง ถ้ารอจนกว่า รถเราไปได้มันคงเป็นไปได้ยาก เพราะรถจากกำแพงเพชร 7 มาเลี้ยวตรงจุดนั้นเรื่อยๆ โดยไม่มีการหยุดให้ทางตรงไปได้เลย
ปล. ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครผิดใครถูก หรือเข้าข้างฝ่ายใดนะครับ เพราะทุกอย่างต้องรอการพิสูจน์เท่านั้น เพียงแค่สะท้อนถึงปัญหาจราจร ณ จุดนั้น ว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมขอเสนออย่างคนโง่ๆคนนึงนะครับ
1. รถไฟ ==== อาจจะเพิ่มการประสานกับ ตร.จราจร เพื่อขอกำลังมาที่จุดตัด (เฉพาะจุดตัดที่มีการจราจรหนาแน่นมากๆ) เมื่อรถไฟกำลังจะมา ขอตำรวจจราจรซักคนมาคุมเองเลย รับรองไม่มีใครกล้าซักเท่าไหร่ที่จะฝ่าไม้กั้น และตำรวจจราจรเอง ก็สามารถเห็นสภาวะจราจรตอนนั้น และประสานโดยตรงกับ ห้องควบคุมสัญญาณไฟ โดยรอบบริเวณ เพื่อขึ้นไฟแดงเพื่อตัดกระแสรถที่จะมาถึง
2. การรถไฟ กับ ศูนย์จราจร จะร่วมกันพัฒนาระบบแจ้งเตือนได้หรือไม่ ผ่านทาง จอจราจรอัฉริยะ ที่มีอยู่ทั่วกรุง ให้จอจราจรอัฉริยะ ที่อยู่ใกล้จุดตัด แจ้งขึ้นหน้าจอเลยครับ ว่ารถไฟกำลังจะมาถึงจุดตัดประมาณกี่นาที ผมว่าทำได้ เพราะเดี๋ยวนี้รถไฟโคตรจะตรงเวลา ถ้าไม่เกิดปัญหารถติด (ประสบการณ์วิ่งตามรถไฟเพื่อขึ้นมาแล้ว คำนวณเวลาผิดนึกว่า จะเลท เอาซะหอบรับประทาน โดนดุอีกว่าทำไมไม่คำนวณเวลาให้ดี)
3. เลื่อนไม้กั้นเข้ามาอีก จากราง พอไม้กั้นสับลง ใครอ้อม ลักไก่ มาอีก จราจรที่ทำหน้าที่จัดการซะ ไม่ต้องอ้อมค้อม ขับหนี ก็ ว.ประสานแจ้งจับ เรียบร้อย
อันนี้แก้ปัญหาทางกายภาพนะครับ อาจจะมีวิธีอื่นดีกว่านี้ อันนี้เป็น คหสต.
ปล. ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ เพราะดูจากในคลิปหลายๆมุม ผมคิดว่า ต้องรอ เจ้าหน้าที่สรุปสำนวน และชี้ถูกผิดตามกฏหมายดีกว่า
ขอแสดงความเสียใจ และไว้อาลัยกับการสูญเสีย ครั้งนี้
ทัวร์ลงชัวร์
ขอแสดงความเสียใจ และไว้อาลัยกับการสูญเสียเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ครั้งนี้
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อมาคือ รถทางตรงไหลตามสัญญาณไฟเขียว แต่ไปต่อไม่ได้ ทำได้แค่จอดรอเคลื่อนตัว แต่ไฟแดงก็เกิดขึ้น รถที่หนาแน่นอยู่แล้วก็ไปไหนต่อไม่ได้ ผลคือค้างอยู่ตำแหน่งนั้นพอดี รอไฟเขียวที่แยกอโศกเพชร รอบต่อไปอย่างกระสับกระส่าย
ข้อถามว่า แล้วทำไมรู้ว่าไปไม่ได้ ยังฝืนไป แล้วต้องไปจอดติดอยู่ตรงช่องห้ามจอด ตอบได้อย่างหนึ่งคือก้ถ้าไม่เคลื่อนตัวออกมา แล้วจะไปยังไง ถ้ารอจนกว่า รถเราไปได้มันคงเป็นไปได้ยาก เพราะรถจากกำแพงเพชร 7 มาเลี้ยวตรงจุดนั้นเรื่อยๆ โดยไม่มีการหยุดให้ทางตรงไปได้เลย
ปล. ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครผิดใครถูก หรือเข้าข้างฝ่ายใดนะครับ เพราะทุกอย่างต้องรอการพิสูจน์เท่านั้น เพียงแค่สะท้อนถึงปัญหาจราจร ณ จุดนั้น ว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมขอเสนออย่างคนโง่ๆคนนึงนะครับ
1. รถไฟ ==== อาจจะเพิ่มการประสานกับ ตร.จราจร เพื่อขอกำลังมาที่จุดตัด (เฉพาะจุดตัดที่มีการจราจรหนาแน่นมากๆ) เมื่อรถไฟกำลังจะมา ขอตำรวจจราจรซักคนมาคุมเองเลย รับรองไม่มีใครกล้าซักเท่าไหร่ที่จะฝ่าไม้กั้น และตำรวจจราจรเอง ก็สามารถเห็นสภาวะจราจรตอนนั้น และประสานโดยตรงกับ ห้องควบคุมสัญญาณไฟ โดยรอบบริเวณ เพื่อขึ้นไฟแดงเพื่อตัดกระแสรถที่จะมาถึง
2. การรถไฟ กับ ศูนย์จราจร จะร่วมกันพัฒนาระบบแจ้งเตือนได้หรือไม่ ผ่านทาง จอจราจรอัฉริยะ ที่มีอยู่ทั่วกรุง ให้จอจราจรอัฉริยะ ที่อยู่ใกล้จุดตัด แจ้งขึ้นหน้าจอเลยครับ ว่ารถไฟกำลังจะมาถึงจุดตัดประมาณกี่นาที ผมว่าทำได้ เพราะเดี๋ยวนี้รถไฟโคตรจะตรงเวลา ถ้าไม่เกิดปัญหารถติด (ประสบการณ์วิ่งตามรถไฟเพื่อขึ้นมาแล้ว คำนวณเวลาผิดนึกว่า จะเลท เอาซะหอบรับประทาน โดนดุอีกว่าทำไมไม่คำนวณเวลาให้ดี)
3. เลื่อนไม้กั้นเข้ามาอีก จากราง พอไม้กั้นสับลง ใครอ้อม ลักไก่ มาอีก จราจรที่ทำหน้าที่จัดการซะ ไม่ต้องอ้อมค้อม ขับหนี ก็ ว.ประสานแจ้งจับ เรียบร้อย
อันนี้แก้ปัญหาทางกายภาพนะครับ อาจจะมีวิธีอื่นดีกว่านี้ อันนี้เป็น คหสต.
ปล. ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ เพราะดูจากในคลิปหลายๆมุม ผมคิดว่า ต้องรอ เจ้าหน้าที่สรุปสำนวน และชี้ถูกผิดตามกฏหมายดีกว่า
ขอแสดงความเสียใจ และไว้อาลัยกับการสูญเสีย ครั้งนี้
ทัวร์ลงชัวร์