มีข้อมูลเพิ่มเติมผมดูข่าวเมื่อ 11 โมงเช้านี้ครับ
1. พนักงานคุมไม้กั้นบอกว่าได้ส่ง "สัญญาณโหม่ง" (สัญญาณเสียงตุ้ง ๆๆๆ เพื่อเตือนรถบนถนน) ประมาณเกือบ 3 นาทีก่อนรถไฟจะมาถึงจุดนี้ แต่เมื่อส่งสัญญาณโหม่งแล้วยังไม่สามารถเอาไม้กั้นลงได้เนื่องจากยังมีรถยนต์ค้างคาอยู่ตรงรางรถไฟ และ
รถติดขยับไม่ได้
2. (ตรงนี้แหละที่ผมว่าสำคัญมาก) .... พนักงานบอกว่าได้แจ้งทางวิทยุไปที่พนักงานขับรถไฟถึง 4 ครั้ง และ "ให้แดง" ก็คือกดสัญญาณไฟสีแดงว่าผ่านไม่ได้ และออกไปยืนถือธงแดงแล้ว แต่ทางรถไฟไม่ได้ตอบวิทยุกลับมาเลย ในที่สุดก็เกิดเหตุนี้
ผมว่าจุดสำคัญคือต้องสอบสวนให้ดีเลยว่า การที่พนักงานขับรถไฟไม่ตอบวิทยุกลับมาเป็นเพราะอะไร ? เพราะหากพนักงานรถไฟรู้ล่วงหน้าประมาณ 2 นาทีกว่าโดยตอบวิทยุกลับมา ก็น่าจะเบรกได้ทันจนรถไฟช้าลงมาก
จนอุบัติเหตุเกิดน้อยหรือไม่เกิดเลย
อันนี้เป็นภาพเก่าของแยกที่เกิดเหตุนี้ จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติมากที่ไม่สามารถเคลียร์รถได้
จนรถไฟต้องจอดรอ

และอย่างภาพล่างนี้ .... แม้ไม้กั้นลงมาแล้วก็ยังมีไอ้พวก "เฮียขับรถ" ตัดหน้าแบบนี้
นี่ก็ภาพเก่าที่รถไฟต้องจอดรอ เพราะเคลียร์รถไม่ได้เนื่องจากรถติด

และอย่างภาพล่างนี้ .... ไม้กั้นลงทั้ง 2 ฝั่งเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังมี "เฮียขับรถ" ที่จอดค้างคาอยู่อย่างนี้จนพนักงานคุมไม้กั้นต้องไปบอกให้เลื่อนรถไปข้างหน้า เพื่อให้รถไฟผ่าน
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เหตุการณ์ในครั้งนี้รถไฟคันนี้ได้
ผ่านมาแล้วถึง 2 จุดตัดห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 1.8 กิโลเมตร แต่เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งเตือนที่เป็นระบบมากกว่านี้เพื่อให้รถไฟ
รู้ล่วงหน้าได้ในระดับกิโลเมตรก่อนถึงจุดที่มีปัญหา
ดังนั้น ตามความเห็นของผม ....
1. ทั้งรถเมล์ + รถบนถนนไม่ผิด เนื่องจากมันเป็นแบบนี้มา 20 ปีแล้วมั้ง ในเมื่อรถมันติดมันเคลียร์ไม่ได้ก็จะต้องรอเคลียร์รถและเอาไม้กั้นลงเพื่อให้รถไฟผ่าน
มันไม่ใช่กรณีของการจอดทับเส้นเหลืองหรือจอดทับตะแกรงเหลือง เพราะรถมันติดไปไม่ได้ จะเลื่อนรถอย่างไรล่ะ ?
2. พนักงานไม้กั้นรถไฟก็ไม่ผิดเนื่องจากทำตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่เคลียร์รถไม่ได้
3. คนที่ผิดจะต้องไปสอบสวนคือ
พนักงานขับรถไฟ ว่าเหตุใดจึงไม่ตอบกลับวิทยุ ณ เวลาล่วงหน้าประมาณ 2 นาทีเศษก่อนหน้านี้ หากเขารู้ล่วงหน้า 2 นาทีเศษก็
จะสามารถเบรกได้ทันจนรถไฟช้าลง และอุบัติเหตุจะเบาลงมากหรือไม่เกิดเลย
ขออีกสักกระทู้สำหรับอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ (มีข้อสังเกตุ)
1. พนักงานคุมไม้กั้นบอกว่าได้ส่ง "สัญญาณโหม่ง" (สัญญาณเสียงตุ้ง ๆๆๆ เพื่อเตือนรถบนถนน) ประมาณเกือบ 3 นาทีก่อนรถไฟจะมาถึงจุดนี้ แต่เมื่อส่งสัญญาณโหม่งแล้วยังไม่สามารถเอาไม้กั้นลงได้เนื่องจากยังมีรถยนต์ค้างคาอยู่ตรงรางรถไฟ และรถติดขยับไม่ได้
2. (ตรงนี้แหละที่ผมว่าสำคัญมาก) .... พนักงานบอกว่าได้แจ้งทางวิทยุไปที่พนักงานขับรถไฟถึง 4 ครั้ง และ "ให้แดง" ก็คือกดสัญญาณไฟสีแดงว่าผ่านไม่ได้ และออกไปยืนถือธงแดงแล้ว แต่ทางรถไฟไม่ได้ตอบวิทยุกลับมาเลย ในที่สุดก็เกิดเหตุนี้
ผมว่าจุดสำคัญคือต้องสอบสวนให้ดีเลยว่า การที่พนักงานขับรถไฟไม่ตอบวิทยุกลับมาเป็นเพราะอะไร ? เพราะหากพนักงานรถไฟรู้ล่วงหน้าประมาณ 2 นาทีกว่าโดยตอบวิทยุกลับมา ก็น่าจะเบรกได้ทันจนรถไฟช้าลงมากจนอุบัติเหตุเกิดน้อยหรือไม่เกิดเลย
อันนี้เป็นภาพเก่าของแยกที่เกิดเหตุนี้ จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติมากที่ไม่สามารถเคลียร์รถได้จนรถไฟต้องจอดรอ
และอย่างภาพล่างนี้ .... แม้ไม้กั้นลงมาแล้วก็ยังมีไอ้พวก "เฮียขับรถ" ตัดหน้าแบบนี้
นี่ก็ภาพเก่าที่รถไฟต้องจอดรอ เพราะเคลียร์รถไม่ได้เนื่องจากรถติด
และอย่างภาพล่างนี้ .... ไม้กั้นลงทั้ง 2 ฝั่งเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังมี "เฮียขับรถ" ที่จอดค้างคาอยู่อย่างนี้จนพนักงานคุมไม้กั้นต้องไปบอกให้เลื่อนรถไปข้างหน้า เพื่อให้รถไฟผ่าน
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เหตุการณ์ในครั้งนี้รถไฟคันนี้ได้ผ่านมาแล้วถึง 2 จุดตัดห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 1.8 กิโลเมตร แต่เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งเตือนที่เป็นระบบมากกว่านี้เพื่อให้รถไฟรู้ล่วงหน้าได้ในระดับกิโลเมตรก่อนถึงจุดที่มีปัญหา
ดังนั้น ตามความเห็นของผม ....
1. ทั้งรถเมล์ + รถบนถนนไม่ผิด เนื่องจากมันเป็นแบบนี้มา 20 ปีแล้วมั้ง ในเมื่อรถมันติดมันเคลียร์ไม่ได้ก็จะต้องรอเคลียร์รถและเอาไม้กั้นลงเพื่อให้รถไฟผ่าน มันไม่ใช่กรณีของการจอดทับเส้นเหลืองหรือจอดทับตะแกรงเหลือง เพราะรถมันติดไปไม่ได้ จะเลื่อนรถอย่างไรล่ะ ?
2. พนักงานไม้กั้นรถไฟก็ไม่ผิดเนื่องจากทำตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่เคลียร์รถไม่ได้
3. คนที่ผิดจะต้องไปสอบสวนคือพนักงานขับรถไฟ ว่าเหตุใดจึงไม่ตอบกลับวิทยุ ณ เวลาล่วงหน้าประมาณ 2 นาทีเศษก่อนหน้านี้ หากเขารู้ล่วงหน้า 2 นาทีเศษก็จะสามารถเบรกได้ทันจนรถไฟช้าลง และอุบัติเหตุจะเบาลงมากหรือไม่เกิดเลย