
เห็นข่าวอุบัติเหตุรถไฟกับรถเมล์แล้ว รู้สึกใจหายครับ
ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้บาดเจ็บทุกท่านปลอดภัยนะครับ
แล้วมันก็ทำให้ผมนึกถึงตอนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศครับพี่ๆ
**ถ้าผมเขียนส่วนไหนไม่โอเค หรือไม่ดี รบกวนตักเตือนน้องหน่อยนะครับ หรือไม่ควรตั้งกระทู้นี้**
ตอนนั้นผมมีแผนว่าจะนั่งUber (แอปรับส่งด้วยรถยนต์) เข้าตัวเมืองจากต้นทางคือสนามบินบริสเบนเลย เพราะคิดว่าจะสะดวก และไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นๆลงๆรถไฟครับพี่ๆ แต่พอดูราคาแล้ว รถไฟประหยัดกว่าและตรงเข้าตัวเมืองเลย แถมได้เห็นวิวระหว่างทางด้วย เลยตัดสินใจลองนั่งดู
ความประทับใจแรกที่เจอเลย คือการเริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินระหว่างทางไปจุดขึ้นรถไฟ จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกทางตลอด
ว่าไปทางไหน สถานีปลายทางคือที่ไหน ชื่ออะไร หรือต้องต่อยังไง และอีกเรื่องที่ผมรู้สึกว่าสะดวกมาก คือเขาแนะนำเลยว่า
สามารถใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตแตะขึ้นรถได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรเดินทางเฉพาะGo card แถมยังมีเจ้าหน้าที่ช่วยลองกับเครื่องทดลองบัตรให้ด้วยว่า บัตรใช้งานได้จริงไหม เพื่อกันปัญหาตอนขึ้น-ลงรถไฟหรือรถเมล์จะใช้ไม่ได้ (เพราะมีเจ้าหน้าที่สุ่มขึ้นมาตรวจ และถ้าไม่แตะบัตรอาจมีค่าปรับตามกฎของเขา) แล้วๆตอนนั้นระบบทั้งหมดของทางรถไฟยังอยู่ช่วงปรับปรุงพอดี เพราะมีการพัฒนาโครงสร้างรองรับโอลิมปิกปี 2032 อนาคตของเมือง
ทำให้มีบางช่วงของเส้นทางที่ถูกจัดระบบใหม่และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลการต่อไปยังรถเมล์ให้ด้วย เจ้าหน้าที่จะใส่เสื้อกั๊กเรืองแสงสีส้มหรือสีเขียวคอยโบกและพาขึ้นรถเมล์ต่อจนพาเข้าตัวเมืองได้แบบไม่ต้องงงเลย สุดท้ายเลยกลายเป็นว่า ผมได้นั่งทั้งรถไฟและรถเมล์ครบในทริปนั้นพอดี
แต่สิ่งที่ผมจำได้จนถึงวันนี้ จริงๆไม่ใช่เรื่องวิวหรือเมืองนะครับ เพราะระหว่างทางก็มีทั้งการก่อสร้างและปรับปรุงหลายจุด
แต่เป็นเรื่อง “ความปลอดภัย” มากกว่า พวกกฎหมาย การใช้ถนน และระบบขนส่งสาธารณะ
คนขับเขาค่อนข้างให้ความสำคัญจริงๆ ผมจำได้ว่าด้านหลังรถเมล์หลายคันจะมีข้อความว่า
It's not just courtesy “IT'S THE LAW” Give way
ประมาณว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท แต่มันคือกฎหมายเลยนะ ต้องให้ทางรถเมล์ไปก่อน
ไม่ได้เทียบว่าที่ไหนดีกว่า แค่แชร์มุมมองจากที่เคยเจอนะครับ
หมายความว่ารถคันอื่นต้องให้ทางรถเมล์ ห้ามบังเลน ห้ามแทรก หรือขับเบียดตอนรถออกจากป้าย รวมถึงเรื่องผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใช้วีลแชร์ ระบบขนส่งเขาดูแลค่อนข้างละเอียดมาก บางครั้งคนขับจะรอจนแน่ใจจริงๆว่า ผู้โดยสารขึ้นลงปลอดภัยแล้วถึงจะออกรถต่อ มันเป็นรายละเอียดเล็กๆที่ผมรู้สึกได้เลยว่า
“ความปลอดภัย” จะถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน (คือเราสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องระแวง หรือหลับในรถเมล์ได้เลย ขอแค่เราทำตามกฎ ติ๊ดบัตรก่อนขึ้นรถ ไม่กิน ไม่ดื่มบนรถ และจำสถานีที่ลง อย่าลืมพูด Thank you ให้คนขับด้วย เพราะคนท้องถิ่นเขาพูดกันทุกครั้งเลยครับ ผมเลยจำแล้วพูดตามด้วย)
พอกลับมามองถนนบ้านเรา ผมก็ยังนึกถึงคำสอนที่บ้านเสมอ อย่าขับใกล้รถใหญ่ อย่าปาด อย่าจี้ อย่าฝ่าไฟส้ม เว้นระยะห่างรถคันหน้า2คันรถ อย่าหยุดรถใกล้ทางรถไฟ อย่าเข้าใกล้เขตก่อสร้าง และอย่าเอาชนะใครบนถนนแม้เราจะถูกก็ตาม เพราะบางครั้ง ต่อให้เราขับดีแค่ไหนก็ยังมีความเสี่ยงจากคนอื่นได้อยู่ดี สุดท้ายแล้ว ถ้าเรากลับบ้านไปเจอคนที่บ้านและครอบครัวได้อย่างปลอดภัย ผมว่ามันคือชัยชนะที่สำคัญที่สุดแล้วครับ
**ทั้งการพิมพ์และในคลิป อาจจะขัดใจพี่ๆหน่อยนะครับ มือใหม่ในโลกโซเชี่ยลครับ** ถ้ามีตรงไหนไม่เหมาะ ช่วยแนะนำได้เลยครับพี่ๆเป็นพระคุณมากๆครับ
ส่วนพี่ๆท่านไหนอยากเห็นบรรยากาศจริงๆ
ตอนนั้นผมเคยถ่ายคลิปช่วงนั่งรถไฟกับรถเมล์ไว้พอดี ในคลิปจะมีช่วงที่ผมประทับใจเรื่องระบบขนส่ง และการดูแลผู้โดยสารมากๆ
ผมขอแปะลิงก์ไว้ด้านล่าง เผื่อพี่ๆอยากชมต่อครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://youtu.be/7-8t5gXN2pY
ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่ๆ สำหรับที่อ่านมาจนจบ
“รถไฟชนรถเมล์ ทำให้นึกถึงประสบการณ์ตรง ตอนนั่งรถไฟต่อรถเมล์ในต่างประเทศ”
เห็นข่าวอุบัติเหตุรถไฟกับรถเมล์แล้ว รู้สึกใจหายครับ
ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต และขอให้ผู้บาดเจ็บทุกท่านปลอดภัยนะครับ
แล้วมันก็ทำให้ผมนึกถึงตอนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศครับพี่ๆ
**ถ้าผมเขียนส่วนไหนไม่โอเค หรือไม่ดี รบกวนตักเตือนน้องหน่อยนะครับ หรือไม่ควรตั้งกระทู้นี้**
ตอนนั้นผมมีแผนว่าจะนั่งUber (แอปรับส่งด้วยรถยนต์) เข้าตัวเมืองจากต้นทางคือสนามบินบริสเบนเลย เพราะคิดว่าจะสะดวก และไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นๆลงๆรถไฟครับพี่ๆ แต่พอดูราคาแล้ว รถไฟประหยัดกว่าและตรงเข้าตัวเมืองเลย แถมได้เห็นวิวระหว่างทางด้วย เลยตัดสินใจลองนั่งดู
ความประทับใจแรกที่เจอเลย คือการเริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินระหว่างทางไปจุดขึ้นรถไฟ จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกทางตลอด
ว่าไปทางไหน สถานีปลายทางคือที่ไหน ชื่ออะไร หรือต้องต่อยังไง และอีกเรื่องที่ผมรู้สึกว่าสะดวกมาก คือเขาแนะนำเลยว่า
สามารถใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตแตะขึ้นรถได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรเดินทางเฉพาะGo card แถมยังมีเจ้าหน้าที่ช่วยลองกับเครื่องทดลองบัตรให้ด้วยว่า บัตรใช้งานได้จริงไหม เพื่อกันปัญหาตอนขึ้น-ลงรถไฟหรือรถเมล์จะใช้ไม่ได้ (เพราะมีเจ้าหน้าที่สุ่มขึ้นมาตรวจ และถ้าไม่แตะบัตรอาจมีค่าปรับตามกฎของเขา) แล้วๆตอนนั้นระบบทั้งหมดของทางรถไฟยังอยู่ช่วงปรับปรุงพอดี เพราะมีการพัฒนาโครงสร้างรองรับโอลิมปิกปี 2032 อนาคตของเมือง
ทำให้มีบางช่วงของเส้นทางที่ถูกจัดระบบใหม่และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลการต่อไปยังรถเมล์ให้ด้วย เจ้าหน้าที่จะใส่เสื้อกั๊กเรืองแสงสีส้มหรือสีเขียวคอยโบกและพาขึ้นรถเมล์ต่อจนพาเข้าตัวเมืองได้แบบไม่ต้องงงเลย สุดท้ายเลยกลายเป็นว่า ผมได้นั่งทั้งรถไฟและรถเมล์ครบในทริปนั้นพอดี
แต่สิ่งที่ผมจำได้จนถึงวันนี้ จริงๆไม่ใช่เรื่องวิวหรือเมืองนะครับ เพราะระหว่างทางก็มีทั้งการก่อสร้างและปรับปรุงหลายจุด
แต่เป็นเรื่อง “ความปลอดภัย” มากกว่า พวกกฎหมาย การใช้ถนน และระบบขนส่งสาธารณะ
คนขับเขาค่อนข้างให้ความสำคัญจริงๆ ผมจำได้ว่าด้านหลังรถเมล์หลายคันจะมีข้อความว่า
It's not just courtesy “IT'S THE LAW” Give way
ประมาณว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท แต่มันคือกฎหมายเลยนะ ต้องให้ทางรถเมล์ไปก่อน
ไม่ได้เทียบว่าที่ไหนดีกว่า แค่แชร์มุมมองจากที่เคยเจอนะครับ
หมายความว่ารถคันอื่นต้องให้ทางรถเมล์ ห้ามบังเลน ห้ามแทรก หรือขับเบียดตอนรถออกจากป้าย รวมถึงเรื่องผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใช้วีลแชร์ ระบบขนส่งเขาดูแลค่อนข้างละเอียดมาก บางครั้งคนขับจะรอจนแน่ใจจริงๆว่า ผู้โดยสารขึ้นลงปลอดภัยแล้วถึงจะออกรถต่อ มันเป็นรายละเอียดเล็กๆที่ผมรู้สึกได้เลยว่า
“ความปลอดภัย” จะถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน (คือเราสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องระแวง หรือหลับในรถเมล์ได้เลย ขอแค่เราทำตามกฎ ติ๊ดบัตรก่อนขึ้นรถ ไม่กิน ไม่ดื่มบนรถ และจำสถานีที่ลง อย่าลืมพูด Thank you ให้คนขับด้วย เพราะคนท้องถิ่นเขาพูดกันทุกครั้งเลยครับ ผมเลยจำแล้วพูดตามด้วย)
พอกลับมามองถนนบ้านเรา ผมก็ยังนึกถึงคำสอนที่บ้านเสมอ อย่าขับใกล้รถใหญ่ อย่าปาด อย่าจี้ อย่าฝ่าไฟส้ม เว้นระยะห่างรถคันหน้า2คันรถ อย่าหยุดรถใกล้ทางรถไฟ อย่าเข้าใกล้เขตก่อสร้าง และอย่าเอาชนะใครบนถนนแม้เราจะถูกก็ตาม เพราะบางครั้ง ต่อให้เราขับดีแค่ไหนก็ยังมีความเสี่ยงจากคนอื่นได้อยู่ดี สุดท้ายแล้ว ถ้าเรากลับบ้านไปเจอคนที่บ้านและครอบครัวได้อย่างปลอดภัย ผมว่ามันคือชัยชนะที่สำคัญที่สุดแล้วครับ
**ทั้งการพิมพ์และในคลิป อาจจะขัดใจพี่ๆหน่อยนะครับ มือใหม่ในโลกโซเชี่ยลครับ** ถ้ามีตรงไหนไม่เหมาะ ช่วยแนะนำได้เลยครับพี่ๆเป็นพระคุณมากๆครับ
ส่วนพี่ๆท่านไหนอยากเห็นบรรยากาศจริงๆ
ตอนนั้นผมเคยถ่ายคลิปช่วงนั่งรถไฟกับรถเมล์ไว้พอดี ในคลิปจะมีช่วงที่ผมประทับใจเรื่องระบบขนส่ง และการดูแลผู้โดยสารมากๆ
ผมขอแปะลิงก์ไว้ด้านล่าง เผื่อพี่ๆอยากชมต่อครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่ๆ สำหรับที่อ่านมาจนจบ