พระนางสิงขรเทวี

พระนางสุขรมหาเทวี
พระนางสิขรมหาเทวี หรือ สิงขรมหาเทวี หรือ สิงขระมหาเทวี หรือ สิงหเทวี
เอกอัครชายาของพ่อขุนผาเมือง

พระรูปฉลองพระองค์ พระนางสุขรมหาเทวี ( สิงขรมหาเทวี หรือ สิขรมหาเทวี หรือ สิงหเทวี) โดยปฏิมากรท้องถิ่น ณ ด้านทิศเหนือ ของอนุสาวรีย์ พระรูปหล่อพ่อขุนผาเมือง ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ฯ

พระนางสุขรมหาเทวี ( ព្រះនាងសុខរមហាទេវី - Sukhara Mahadevi หมายถึง งาม หรือ ดี ) หรือ เดิมสะกดอักษรและอ่านออกเสียงว่า สิขรมหาเทวี ( ព្រះនាងសិខរមហាទេវី - Sikhara Mahadevi หมายถึง ภูเขา) ส่วนชาวบ้านทั่วไปและในตำนานท้องถิ่นและมุขปาฐะทั่วไปมักเรียกพระนางว่า สิงขรมหาเทวี ( ព្រះនាងសិង្ខរមហាទេវី ) หรือ สิงขระมหาเทวี ( ព្រះនាងសិង្ខរះមហាទេវី ) หรือในตำนานมุขปาฐะบางท้องถิ่นบางที่ออกนามเป็น สิงหเทวี ( ព្រះនាងសឹង្ហទេវី ) เป็นพระชายาในพญาผาเมือง ( หรือ เป็นที่รู้จักในนาม พ่อขุนผาเมือง) เจ้าเมืองราด และเป็นพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม ซึ่งตามข้อมูลทางการส่วนใหญ่มักกล่าวว่า คือ พระเจ้าชัยวรมันที่เจ็ด หรือข้อสันนิษฐานอื่นๆอาจเป็นพระมหากษัตริย์ขอมพระองค์อื่นๆ พระนางมีบทบาทในฐานะผู้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรขอมและอาณาจักรสุโขทัย ฐานะของนางนั้นปรากฏเด่นเช่นในศิลาจารึกวัดศรีชุม หลักฐานชั้นต้นทางโบราณคดีของการกำเนิดของอาณาจักรสุโขทัย นอกจากนี้ในตำนานมุขปาฐะท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบูรณ์เกี่ยวกับตำนานประเพณีอุ้มพระดำน้ำและพระพุทธรูปนามพระพุทธมหาธรรมราชายังกล่าวถึงบทบาทของนางในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง บทบาทและอิทธิพลวีรกรรมของของพระนางคล้างคลึงกับพระราชประวัติของพระราชินีในช่วงปลายสมัยอาณาจักรขอมพระองค์หนึ่ง คือ พระภควดีกมรเตงอัญ ศรินทรภูเปศวรจุฑา ( ព្រះនាងឝ្រីន្ទ្រភូបេឝ្វរចូឌា - Srindrabhupesvarachuda) พระอัครมเหสีแห่งพระเจ้าอินทรวรมันที่สาม (พระเจ้าศรีนทวรมัน) ซึ่งนางเป็นพระราชบุตรีองค์โตของพระเจ้าชัยวรมันที่แปดตามบันทึกของโจวต้ากวาน ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้วเป็นคนละองค์กันแต่มีระยะเวลาคาบเกี่ยวใกล้เคียงกันฯ

การเรียกชื่อของพระนางให้ถูกต้อง

ตามประวัติ ใน พ.ศ. 2430 หลวงสโมสรพลการได้ค้นพบศิลาจารึกวัดศรีชุมนี้อยู่ในอุโมงค์มณฑปวัดศรีชุม และได้ขนย้ายนำมารวบรวมไว้ในกรุงเทพฯ ผู้ศึกษาจารึกนี้เป็นคนแรกคือ ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ผู้เป็นบรรณารักษ์ใหญ่หอพระสมุดวชิรญาณในขณะนั้น ข้อความจารึกได้รับการพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกใน พ.ศ. 2467 ปัจจุบันจารึกนี้เก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในขณะโดยอ่านพระนามของพระชายาของพญาผาเมือง (พ่อขุนผาเมือง) ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์อาณาจักรขอม (ผีฟ้าเจ้าเมืองศรียโศธรปุระ) อันมีบรรดาศักดิ์เป็นเมียพระราชทานของพ่อขุนผาเมืองว่า สิขรมหาเทวี โดยใช้เป็นมาตรฐานในทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของกรมศิลปากรต่อมา โดยทั่วไปชาวบ้านท้องถิ่นยังคงออกชื่อพระนางว่า สิงขรมหาเทวี หรือ สิงหเทวี ต่อมาทางกรมศิลปากรได้ทบทวนและอ่านจารึกนี้อีกครั้งโดยท่านอาจารย์เทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญในการการอ่านศิลาจารึกโบราณของกรมศิลปากรร่วมกับอาจารย์ประเสริฐ ณ นคร ในการอ่านใหม่ราวปี พ.ศ. 2521-22 ถือว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งในวงการจารึกและประวัติศาสตร์ คือการอ่านจารึกวัดศรีชุม ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 22 เป็นต้นไป ที่ปรากฏว่า (พ่อขุน)บางกลางทาว เป็น บางกลางหาว (จาก ท ทหาร เป็น ห หีบ) จากคำว่า “ทาว” ที่ไม่พบความหมายแน่ขัด ส่วนคำว่า “หาว”แปลว่า “ฟ้า” และด้านเดียวกันบรรทัดที่ 33 ลูกสาวของเจ้าเมืองศรีโสธรปุระมีชื่อว่า “นางสิขร”(แปลว่า ภูเขา) และได้อ่านใหม่ ว่า “นางสุขร”( แปลว่า งาม หรือดี) โดยทางกรมศิลปากรและหน่วยงานราชการได้ยึดถือตามนี้เป็นมาตรฐานของชื่อพระนางในทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของกรมศิลปากรในปัจจุบันนี้ และอาจารย์เทิมย้ำหลายครั้งหลายคราว่า “เราจะไม่กล่าวหาว่าใครอ่านผิด เราจะบอกเพียงว่า เดิมอ่านแบบนี้ ปัจจุบันอ่านแบบนี้”

ภาพอักษรที่จารึกชื่อของพระนาง ขยายจากภาพศิลาจารึกวัดศรีชุม ขอบพระคุณภาพจาก กลุ่มเผยแพร่กรมศิลปากร 26 มกราคม พุทธศักราช 2565 โดย องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ เรื่อง: ผลงานชิ้นโบแดงของอาจารย์เทิม มีเต็ม ผู้เติมคำให้เต็มความหมาย ผู้เรียบเรียง: นายบารมี สมาธิปัญญา นักวิชาการเผยแพร่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ควรออกนามของพระนางอย่างถูกต้องใหม่ในปัจจุบันว่า สุขรมหาเทวี

บทบาทตามประวัติศาสตร์
ในศิลาจารึกวัดศรีชุม หลักฐานชั้นต้นทางโบราณคดีของการกำเนิดของอาณาจักรสุโขทัย กล่าวว่า พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมพระราชทานสมเด็จพระราชบุตรีพร้อมด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรี และ ราชทินนามแด่พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดอันเป็นราชบุตรของพ่อขุนศรีนาวนำถุมแห่งช่วงต้นของอาณาจักรสุโขทัย ในศิลาจารึกวัดศรีชุมนั้นออกพระนามพระมหากษัตริย์แห่งอาณาขจักรขอมอันเป็นพระราชบิดาของนางว่าผีฟ้าเจ้าเมืองยโสธรปุระ ซึ่งยังคลุมเครือว่าควรเป็นพระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมพระองค์ใด ตามข้อมูลทางการส่วนใหญ่มักสันนิษฐานว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่เจ็ด บางว่าควรเป็นพระเจ้าอินทรวรมันที่สองพระราชบุตรของพระองค์ บ้างสันนิษฐานควรเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่แปดซึ่งทั้งสามรัชกาลนี้เกี่ยวพันกับระยะเวลาการกำเนิดของช่วงต้นของอาณาจักรสุโขทัยมากที่สุด ตามหลักฐานชั้นต้นทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ หลังจากพ่อขุนผาเมืองทรงทำสงครามกับขอมสบาดโขลญลำพงแล้วทรงยกไอศวรรย์ราชสมบัติถวายแด่ พ่อขุนบางกลางหาว (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์)พระสหายเสวยราชย์เป็นพระเจ้านครสุโขทัยแล้ว ไม่ปรากฏบทบาทของพระนางและพระสวามีอีก และมิได้ทรงกระทำอัตวินิบาตกรรมตามตำนานมุขปาฐะท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบูรณ์แต่อย่างใดฯ

ในตำนานมุขปาฐะท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบูรณ์เกี่ยวกับตำนานประเพณีอุ้มพระดำน้ำและพระพุทธรูปนามพระพุทธมหาธรรมราชายังกล่าวถึงบทบาทของนางในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ เสด็จมาพร้อมด้วยพระพุทธรูปนามพระพุทธมหาธรรมราชาองค์นี้ หลังจากพ่อขุนผาเมืองทรงทำสงครามกับขอมสบาดโขลญลำพงแล้วยกมอบไอศวรรย์ราชสมบัติถวายแด่ พ่อขุนบางกลางหาว (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์) พระสหายเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งนครสุโขทัยแล้ว ทรงกระทำอัตวินิบาตกรรม ณ แม่น้ำป่าสัก เพื่อมิให้พระสวามีมิต้องห่วงหน้าพะวงหลังในภารกิจของพระองค์ โดยทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เหล่าข้าราชบริพารได้อัญเชิญพระพุทธรูปนามพระพุทธมหาธรรมราชาหลบหนีไป แต่เกิดเหตุการณ์แพแตก และพระพุทธรูปอันนามว่าพระพุทธมหาธรรมราชาจมลง ณ แม่น้ำป่าสัก ก่อนจะปรากฏอีกครั้งในช่วงสมัยอาณาจักรอยุธยาและเป็นต้นกำเนิดของประเพณีอุ้มพระดำน้ำในช่วงเทศกาลประเพณีสารทเดือนสิบ(ประเพณีเทศกาลสารทไทย)ในปัจจุบันฯ


ป้ายจารึกประวัติของพระนางเนาวรงค์เทวี (เจ้าแม่เข็มทอง) ซึ่งเป็นชายาอีกองค์ของพ่อขุนผาเมืองตามตำนานท้องถิ่นแต่ไม่ปรากฏในหลักฐานชั้นต้นทางโบราณคดีหรือประวัติศาสตร์ใดๆ ภายใน ณ วัดตาล ในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งป้ายประวัติของชายาองค์นี้นั้นมาจากการประทับทรง ไม่ปรากฏในหลักฐานชั้นต้นทางโบราณคดีหรือประวัติศาสตร์ใดๆที่กล่าวว่าพระนางสุขรมหาเทวีทรงกระทำอัตวินิบาตกรรม และในการแสดงละครเวทีหรือนิยายมุขปาฐะโดยชาวบ้านท้องถิ่นในอดีต มักแต่งบทบาทให้พระนางเป็นผู้ร้ายในการแสดงละครเวทีหรือนิยายมุขปาฐะนั้น โดยพระนางตกเป็นจำเลยของเรื่องเล่ามุขปาฐะท้องถิ่นที่หาที่มาไปมิได้ตามกระแสชาตินิยมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยในปัจจุบันการแสดงละครเวทีหรือนิยายมุขปาฐะโดยชาวบ้านท้องถิ่นมักไม่กล่าวถึงเรื่องราวเหล่านี้ตามกระแสชาตินิยมแล้ว
ป้ายจารึกประวัติของพ่อขุนผาเมือง ณ ด้านล่างฐานพระรูปอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้านที่ ๓ ซึ่งแผ่นจารึกนี้เป็นประวัติมาจากการตำนานมุขปาฐะท้องถิ่น ไม่ปรากฏในหลักฐานชั้นต้นทางโบราณคดีหรือประวัติศาสตร์ใดๆ ออกนามของพระนางสุขรมหาเทวีว่า “ พระนางสิงหเทวี “ ขอบพระคุณภาพจาก BC Kitsumritroj ๐๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕

ในศิลาจารึกวัดศรีชุม

ในศิลาจารึกวัดศรีชุมบรรทัดที่สามสิบสาม จารึกโดยพระมหาเถรศรีศรัทธา ซึ่งเดิมประดิษฐานในพระมณฑปพระพุทธรูปพระนาม พระอจนะของโบราณสถานวัดศรีชุมในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร นั้น จารึกถึงพระนางว่า
กอนผีฟาเจาเมิองสรโสธรปุรใหลูกสาวชีนางสุขรมหาเทวิกบบขนนไชยสริใหนามกยรแกพขุนผาเมิอ
ปริวรรตเป็นภาษาไทยในปัจจุบันความว่า:
ก่อนผีฟ้าเจ้าเมืองศรีโสธรปุระให้ลูกสาวชื่อนางสุขรมหาเทวีกับขรรค์ชัยศรีให้นามเกียรติแก่พ่อขุนผาเมือ-ง
ศิลาจารึก หลักที่ ๒ จารึกวัดศรีชุม จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพโดย Mintada Duangmala ๐๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

พระรูปอนุสาวรีย์ - พระรูปอนุสรณ์

ในความเชื่อตามศาสนาพื้นเมืองท้องถิ่นดั้งเดิมของไทย(ศาสนาผี - วิญญาณนิยม) พระนางได้รับการยกย่องและสักการะบูชา ในฐานะวีรสตรีเจ้าแม่ท้องถิ่นและพระหลักเมืองอารักษ์ผู้รักษาพระพุทธรูปนาม พระพุทธมหาธรรมราชา และจังหวัดเพชรบูรณ์คู่กับพ่อขุนผาเมือง โดยมีศาลหรือศาสนสถานในท้องที่ที่อุทิศถวายพระนาง ที่มีชื่อเสียงหลายที่ อาทิเช่น

1.บริเวณ ณ พระรูปหล่อเหมือน พ่อขุนผาเมือง ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ ซึ่งมีพระรูปประดิษฐานสองจุด คือฝั่งด้านทิศเหนือ ด้านข้างพระรูปราชานุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง (องค์ที่๒) และ ฝั่งด้านทิศใต้ ตรงสามแยกทางเข้าก่อนถึงพระรูปราชานุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง (องค์ที่๑)

พระรูปฉลองพระองค์ พระนางสุขรมหาเทวี พระชายา (ตามหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึก) ด้านซ้าย และ ชะแม่นางพระกำนัล (ตามความเชื่อในพื้นที่) ด้านขวา (องค์ที่๒) โดยปฏิมากรท้องถิ่น ณ ด้านทิศเหนือ ของพระรูปอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ฯ





แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่