สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องเหลือเชื่อจะมาเล่าให้ฟังครับ ผมรู้ว่ามันฟังดูบ้าบอคอแตก แต่ผมยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริงครับ เพราะผมเพิ่งกลับมาจากการไปเยือนดวงจันทร์มาครับ
เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ ผมตั้งใจจะไปเดินเล่นหาของลดราคาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางเมืองครับ ตอนที่ผมกำลังเดินเตร็ดเตร่หาแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบนๆ อยู่นั้น ผมก็ไปเจอเข้ากับบันไดเลื่อนตัวหนึ่งครับ มันดูไม่เหมือนบันไดเลื่อนปกติเลยครับ เพราะแทนที่จะมีป้ายบอกชั้น 1 2 3 มันกลับมีป้ายบอกว่า "ทางขึ้นสู่... อวกาศ" ครับ ผมถึงกับขยี้ตาหลายรอบว่าอ่านผิดหรือเปล่าครับ
ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิม ผมก็ตัดสินใจลองขึ้นไปดูครับ คิดในใจว่าอย่างมากก็คงเป็นแค่ทางขึ้นไปดาดฟ้า หรือไม่ก็เป็นอะไรแนวๆ เกมจำลองครับ แต่พอเหยียบขึ้นไปเท่านั้นแหละครับ บันไดเลื่อนเจ้ากรรมก็ค่อยๆ พาผมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ สูงขึ้น สูงขึ้น จนตึกรามบ้านช่องด้านล่างเริ่มเล็กลงไปเรื่อยๆ ครับ ผมมองเห็นกรุงเทพฯ ทั้งเมืองเหมือนแผนที่เลยครับ แล้วแสงแดดก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม จากนั้นท้องฟ้าก็ค่อยๆ กลายเป็นสีดำมิด และมีดวงดาวระยิบระยับปรากฏขึ้นมาครับ
ใช่ครับ มันคืออวกาศจริงๆ ครับ! บันไดเลื่อนพาผมทะลุชั้นบรรยากาศออกมาได้ยังไงก็ไม่รู้ครับ ตลอดทางขึ้นไปนั้นใช้เวลาประมาณสามวันกับอีกสองคืนครับ ผมเตรียมตัวมาไม่ดีเลยครับ มีแค่น้ำเปล่าขวดนึงกับขนมปังติดมาไม่กี่ชิ้นครับ ต้องประหยัดกินสุดๆ ไปเลยครับ แนะนำเลยนะครับว่าถ้าใครอยากลองไปบ้าง ให้เตรียมเสบียงไปเยอะๆ เลยครับ ที่สำคัญคือหาผ้าห่มอุ่นๆ ไปด้วยนะครับ เพราะมันหนาวจับใจเลยครับบนนั้นครับ
พอถึงดวงจันทร์เท่านั้นแหละครับ! ผมก้าวเท้าลงจากบันไดเลื่อนด้วยความงงงวยครับ บรรยากาศเงียบสงัดครับ มีเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบๆ ครับ พื้นผิวเป็นสีเทาๆ มีหลุมอุกกาบาตเต็มไปหมดครับ อากาศก็เบาบางมากๆ เลยครับ ทำให้หายใจลำบากนิดหน่อยครับ ผมแนะนำเลยนะครับว่าถ้าจะไป ต้องเตรียมกระป๋องออกซิเจนไปด้วยนะครับ หรืออย่างน้อยก็หาผ้าปิดจมูกแบบหนาๆ ไปด้วยครับ เพราะฝุ่นผงบนดวงจันทร์มันเยอะมากๆ เลยครับ เดินไปไหนก็มีแต่ฝุ่นฟุ้งครับ แถมรองเท้าก็จมลงไปในผงฝุ่นทุกก้าวเลยครับ
ผมเดินสำรวจไปรอบๆ ได้ไม่นานนัก ก็รู้สึกว่าต้องหาทางกลับแล้วครับ ผมมองหาบันไดเลื่อนขาลงครับ โชคดีที่มันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมลงมาเท่าไหร่ครับ ขากลับลงมาก็ใช้เวลาประมาณสามวันเช่นกันครับ พอลงมาถึงห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง ผมมองย้อนกลับไปที่บันไดเลื่อนตัวนั้นครับ แต่มันกลับกลายเป็นบันไดเลื่อนธรรมดาๆ ที่พาขึ้นไปชั้นสองเฉยๆ ครับ ไม่มีป้ายบอกทางไปอวกาศอีกแล้วครับ
ผมเลยไม่แน่ใจว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นความฝัน หรือว่าเป็นประสบการณ์พิเศษที่ผมได้รับมาคนเดียวครับ แต่ไม่ว่าจะยังไง ผมก็ได้ไปดวงจันทร์มาแล้วจริงๆ ครับ! ผมอยากบอกเพื่อนๆ ว่า ชีวิตมันมีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอครับ บางทีบันไดเลื่อนธรรมดาๆ ก็อาจพาเราไปสู่การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดได้ครับ ใครที่อยากลองเสี่ยงโชค ลองมองหาบันไดเลื่อนแปลกๆ ในห้างดูนะครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจเป็นคนต่อไปที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ด้วยบันไดเลื่อนแบบผมก็ได้นะครับ ขอให้ทุกคนสนุกกับการผจญภัยครับ!
ใครว่าไปดวงจันทร์ยาก? ผมใช้บันไดเลื่อนห้างฯ ครับ! ทริปในฝันที่บันไดเลื่อนพาไป!
เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ ผมตั้งใจจะไปเดินเล่นหาของลดราคาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางเมืองครับ ตอนที่ผมกำลังเดินเตร็ดเตร่หาแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบนๆ อยู่นั้น ผมก็ไปเจอเข้ากับบันไดเลื่อนตัวหนึ่งครับ มันดูไม่เหมือนบันไดเลื่อนปกติเลยครับ เพราะแทนที่จะมีป้ายบอกชั้น 1 2 3 มันกลับมีป้ายบอกว่า "ทางขึ้นสู่... อวกาศ" ครับ ผมถึงกับขยี้ตาหลายรอบว่าอ่านผิดหรือเปล่าครับ
ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิม ผมก็ตัดสินใจลองขึ้นไปดูครับ คิดในใจว่าอย่างมากก็คงเป็นแค่ทางขึ้นไปดาดฟ้า หรือไม่ก็เป็นอะไรแนวๆ เกมจำลองครับ แต่พอเหยียบขึ้นไปเท่านั้นแหละครับ บันไดเลื่อนเจ้ากรรมก็ค่อยๆ พาผมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ สูงขึ้น สูงขึ้น จนตึกรามบ้านช่องด้านล่างเริ่มเล็กลงไปเรื่อยๆ ครับ ผมมองเห็นกรุงเทพฯ ทั้งเมืองเหมือนแผนที่เลยครับ แล้วแสงแดดก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม จากนั้นท้องฟ้าก็ค่อยๆ กลายเป็นสีดำมิด และมีดวงดาวระยิบระยับปรากฏขึ้นมาครับ
ใช่ครับ มันคืออวกาศจริงๆ ครับ! บันไดเลื่อนพาผมทะลุชั้นบรรยากาศออกมาได้ยังไงก็ไม่รู้ครับ ตลอดทางขึ้นไปนั้นใช้เวลาประมาณสามวันกับอีกสองคืนครับ ผมเตรียมตัวมาไม่ดีเลยครับ มีแค่น้ำเปล่าขวดนึงกับขนมปังติดมาไม่กี่ชิ้นครับ ต้องประหยัดกินสุดๆ ไปเลยครับ แนะนำเลยนะครับว่าถ้าใครอยากลองไปบ้าง ให้เตรียมเสบียงไปเยอะๆ เลยครับ ที่สำคัญคือหาผ้าห่มอุ่นๆ ไปด้วยนะครับ เพราะมันหนาวจับใจเลยครับบนนั้นครับ
พอถึงดวงจันทร์เท่านั้นแหละครับ! ผมก้าวเท้าลงจากบันไดเลื่อนด้วยความงงงวยครับ บรรยากาศเงียบสงัดครับ มีเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบๆ ครับ พื้นผิวเป็นสีเทาๆ มีหลุมอุกกาบาตเต็มไปหมดครับ อากาศก็เบาบางมากๆ เลยครับ ทำให้หายใจลำบากนิดหน่อยครับ ผมแนะนำเลยนะครับว่าถ้าจะไป ต้องเตรียมกระป๋องออกซิเจนไปด้วยนะครับ หรืออย่างน้อยก็หาผ้าปิดจมูกแบบหนาๆ ไปด้วยครับ เพราะฝุ่นผงบนดวงจันทร์มันเยอะมากๆ เลยครับ เดินไปไหนก็มีแต่ฝุ่นฟุ้งครับ แถมรองเท้าก็จมลงไปในผงฝุ่นทุกก้าวเลยครับ
ผมเดินสำรวจไปรอบๆ ได้ไม่นานนัก ก็รู้สึกว่าต้องหาทางกลับแล้วครับ ผมมองหาบันไดเลื่อนขาลงครับ โชคดีที่มันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมลงมาเท่าไหร่ครับ ขากลับลงมาก็ใช้เวลาประมาณสามวันเช่นกันครับ พอลงมาถึงห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง ผมมองย้อนกลับไปที่บันไดเลื่อนตัวนั้นครับ แต่มันกลับกลายเป็นบันไดเลื่อนธรรมดาๆ ที่พาขึ้นไปชั้นสองเฉยๆ ครับ ไม่มีป้ายบอกทางไปอวกาศอีกแล้วครับ
ผมเลยไม่แน่ใจว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นความฝัน หรือว่าเป็นประสบการณ์พิเศษที่ผมได้รับมาคนเดียวครับ แต่ไม่ว่าจะยังไง ผมก็ได้ไปดวงจันทร์มาแล้วจริงๆ ครับ! ผมอยากบอกเพื่อนๆ ว่า ชีวิตมันมีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอครับ บางทีบันไดเลื่อนธรรมดาๆ ก็อาจพาเราไปสู่การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดได้ครับ ใครที่อยากลองเสี่ยงโชค ลองมองหาบันไดเลื่อนแปลกๆ ในห้างดูนะครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจเป็นคนต่อไปที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ด้วยบันไดเลื่อนแบบผมก็ได้นะครับ ขอให้ทุกคนสนุกกับการผจญภัยครับ!