เคยมีการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มาแล้ว

นึกขึ้นได้ว่าเคยมีการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มาแล้ว เลยลองถาม AI ได้ความว่า

"แผน K5 (กานัม) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เข็มขัด K5 โครงการ K5 หรือ "ม่านไม้ไผ่") เป็นโครงการป้องกันชายแดนขนาดใหญ่ที่ดำเนินการระหว่างปี พ ศ.2527 ถึง 2532 ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันที่แข็งแกร่งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่กองทัพเวียดนามยึดครองกัมพูชา

คุณลักษณะ วัตถุประสงค์ และผลกระทบหลักของแผน K5 ได้แก่:
วัตถุประสงค์และกลยุทธ์
ผู้ออกแบบ: โครงการนี้ออกแบบโดยพลเอก เล ดึ๊ก อัญ ผู้บัญชาการกองทัพประชาชนเวียดนาม (PAVN) ในกัมพูชา
วัตถุประสงค์: เป้าหมายคือการปิดกั้นชายแดนยาวประมาณ 700 กิโลเมตรกับประเทศไทย เพื่อป้องกันการแทรกซึมกลับของกองกำลังเขมรแดงและกลุ่มต่อต้านเวียดนามอื่นๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยและฐานทัพฝั่งไทย

ชื่อ "K5": "K" ย่อมาจาก Kar Karpier ซึ่งเป็นคำภาษาเขมรที่แปลว่าการป้องกัน ส่วน "5" หมายถึง 5 ประเด็นหลักในยุทธศาสตร์การป้องกันของเลดึกอัน (โดยการปิดพรมแดนเป็นประเด็นที่สอง)

โครงสร้างของแนวป้องกัน
เข็มขัดป้องกัน: แทนที่จะเป็นเพียงรั้วธรรมดา K5 คือพื้นที่โล่งกว้าง 500 เมตรที่ทอดยาวไปตามแนวชายแดนที่ขรุขระ
สนามทุ่นระเบิด: มันกลายเป็นหนึ่งในเข็มขัดทุ่นระเบิดที่หนาแน่นที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลและต่อต้านรถถังฝังอยู่ด้วยความหนาแน่นประมาณ 3,000 ลูกต่อกิโลเมตร
สิ่งกีดขวางทางกายภาพ: แผนการนี้ใช้ประโยชน์จากคูน้ำลึก รั้วลวดหนามที่กว้างขวาง และแนวป่าที่ถูกถางเพื่อปิดกั้นที่กำบังแก่กองกำลังที่แทรกซึมเข้ามา

ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แรงงานบังคับ: โครงการนี้สร้างขึ้นโดยใช้แรงงานพลเรือนชาวกัมพูชานับแสนคน ถูกบังคับให้ทำงาน "อาสาสมัคร" ที่หนักหน่วงและทรมานเป็นเวลาสามถึงหกเดือน ความสูญเสีย: สภาพความเป็นอยู่เลวร้ายมาก แรงงานชาวกัมพูชานับหมื่นคนเสียชีวิตหรือพิการถาวรเนื่องจากโรคมาลาเรีย (ไข้เหลือง) ที่ระบาดอย่างรุนแรงและการระเบิดของทุ่นระเบิดโดยอุบัติเหตุ ทำให้ผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศบางคนเรียกกระบวนการก่อสร้างนี้ว่า "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รูปแบบใหม่" มรดกมรณะ: หลายทศวรรษหลังจากการถอนตัวของเวียดนามในปี 1989 เศษซากของแนวทุ่นระเบิด K5 ยังคงเป็นอันตรายร้ายแรง ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่พลเรือนและทหารอยู่บ่อยครั้ง และต้องมีการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่องในระดับนานาชาติ"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่