JJNY : ลิซ่าแนะเปิดโอกาสชาวบ้านเข้าทำเนียบ│หญิงหน่อย ให้กำลังใจ กกร.│อ.ธรณ์เตือนเอลนีโญมาแน่│ไต้หวันเปิดตัวเรือรบลำใหม่

กระทู้ข่าว
ลิซ่า ชี้ อนุทิน ฟังนายทุนจนหูชา แนะเปิดโอกาสชาวบ้านเข้าทำเนียบ อาจฟังแล้วหูดับ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5720701
.

.
ลิซ่า ชี้ ‘อนุทิน’ บอกฟังปัญหานายทุนแล้วหูชา แต่ถ้าฟังความเดือดร้อน ปชช.มีหูดับแน่ ติงคำพูด ‘นายกฯ’  ดูเหมือนเป็นลูกน้องกลุ่มนายทุน จี้เปิดทำเนียบฯ ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน เข้าถึงได้แบบเจ้าสัว
.
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาลคุยกับ 35 เจ้าสัว-ซีอีโอ ว่า ในวันที่รัฐบาลพยายามจะหาทางออกให้ประเทศพ้นจากวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ การรับฟัง การพูดคุยกับนายทุนก็เป็นเรื่องที่ควรทำ แต่การพูดคุยครั้งนี้อยากให้รัฐบาลพูดคุยแบบไม่ได้เลือกข้าง เพราะสุดท้ายไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบแรกคือประชาชนคนรากหญ้า
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลเลือกที่จะพูดกับกลุ่มทุนเฉพาะเหล่านี้ อาจยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ได้พยายามจะทลายกลุ่มทุนผูกขาดหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็นรัฐบาลเปิดทำเนียบรัฐบาลคุยกับกลุ่มพี่น้องประมง พี่น้องเกษตรกร ไรเดอร์ และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ที่ต่อต้านและพยายามตั้งคำถามเรื่องแลนด์บริดจ์เลย แต่นายกฯ กลับเปิดทำเนียบรัฐบาล สีหน้ายิ้มแย้มมากๆ กับการที่มีนายทุนมานั่งพูดคุย อาจจะเป็นคนชนชั้นระดับเดียวกันที่ท่านสบายใจที่จะคุยก็ไม่ว่ากัน
.
แต่วันนี้นายอนุทินเป็นนายกฯ อยากจะให้บาลานซ์ ให้เกิดความสมดุลในความรู้สึกประชาชน อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่าสู้เพียงลำพัง เพราะคนที่ไปหาทางออกกับรัฐบาลก็เป็นนายทุนอยู่ดี วันนี้รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนรู้สึกให้ได้ว่า กำลังแก้ปัญหาให้กับประชาชน รัฐบาลกำลังอยู่เคียงข้างประชาชน” น.ส.ภคมน กล่าว
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจกระจุกอยู่กับนายทุนไม่กี่กลุ่ม การพูดคุยกับกลุ่มเหล่านี้ รัฐบาลหลีกเลี่ยงการพูดคุยไม่ได้ แต่รัฐบาลต้องทำให้ประชาชน เข้าถึงรัฐบาลในแบบเดียวกันกับที่นายทุนเข้าถึงรัฐบาลด้วย
.
เมื่อถามว่า มองว่ารัฐบาลกำลังให้น้ำหนักกับนายทุนมากกว่าประชาชน ในการแก้ไขปัญหาประเทศขณะนี้หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ใช่ ชาวประมงพื้นบ้าน คนที่ยังประสบปัญหากับน้ำมันช่วงการกักตุนที่ผ่านมาเขาฟื้นหรือยัง ทางไรเดอร์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยกับครม.เงาไป รัฐบาลไม่เคยฟังเสียง แต่พอเป็นนายทุน รัฐบาลกลับเปิดให้เข้าไปคุยถึงในทำเนียบรัฐบาล นายกฯ ฟังนายทุนแล้วบอกหูชา หากนายกฯ ได้ฟังปัญหาประชาชนจริงๆ นายกฯ อาจจะหูดับเลยก็ได้
.
น.ส.ภคมน กล่าวอึกว่า อย่าเลือกรับฟัง อย่าเลือกปฏิบัติ อย่าเลือกเชื่อใคร เพราะเป็นนายกฯ ของคนทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น วันนี้ตนไม่ได้ด่าอย่างเดียว แต่อยากให้รัฐบาลฉุกคิดได้บ้างว่า ควรที่จะทำเวทีเปิดรับฟังประชาชนบ้าง ฟังด้วยตัวของท่านนายกฯเอง ให้ความสำคัญกับคนรากหญ้า ที่ไม่ใช่นายทุนบนโต๊ะอาหาร อาจไม่ต้องคุยกันด้วยมูลค่าหลักหมื่นหลักแสนล้านบาทฃ แต่ต้องแสดงความจริงใจ
.
แล้วการที่นายกฯ บอกว่าฟังแล้วหูชา เป็นการสื่อสารที่เรียกว่าคุณดูเป็นลูกน้องนายทุนมาก ทั้งที่ คนที่ควรฟังคือประชาชน และถ้าเทียบกันนายกฯบอกปัญหาของนายทุนฟังแล้วหูชา ปัญหาของประชาชน ดิฉันยืนยันว่า ถ้านายกฯ ฟังแล้วจะหูดับเลย อย่างน้อยวันนี้เปิดทำเนียบให้นายทุนแล้ว ก็ขอให้เปิดทำเนียบให้ประชาชนคนที่เดือดร้อนจริงๆ บ้าง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาบาลานซ์ มารวบรวมในการแก้ปัญหา” น.ส.ภคมนกล่าว.
.

.
หญิงหน่อย ให้กำลังใจ กกร. ควรได้รับดอกไม้ มิใช่ก้อนหิน ลั่นถึงเวลา ตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน ปราบโกง.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5720716
.
หญิงหน่อย ให้กำลังใจ กกร. ควรได้รับดอกไม้ มิใช่ก้อนหิน ลั่นถึงเวลา ตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน ปราบโกง
.
จากกรณี คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดย คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ และเปิด 10 อันดับหน่วยงานรัฐ รับสินบนมากที่สุด ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ระบุว่า

“ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ คณะกรรมการ กกร. ที่เอาจริงกับขับเคลื่อนไทยสู่ Zero Corruption ด้วยพลังภาคเอกชน ซึ่งดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะการคอรัปชั่น คือตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยยากจน เศรษฐกิจไทยดิ่งเหว

แต่หลังการเผยผลสำรวจจากผู้ประกอบการที่สะท้อนข้อเท็จจริง ว่าการคอร์รัปชันทวีความรุนแรงขึ้น จนเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ และทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย “กกร. กลับถูกถล่มจากผู้มีอำนาจที่คุมหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน”
.
“ความกล้าหาญของ กกร. ที่ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงนี้ ไม่ควรได้รับการปาด้วยก้อนหิน แต่ควรจะได้รับดอกไม้ และคำยกย่อง จากผู้มีอำนาจ”
.
เพราะหากผู้มีอำนาจทั้งหลาย มีความจริงใจในการปราบคอรัปชั่นจริง จะมองเห็นประโยชน์จากข้อมูลของผลสำรวจนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางข้อมูลที่กกร. มอบให้ ซึ่งผู้มีอำนาจควรจะนำไปจัดการปราบคอรัปชั่นในหน่วยงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง ทำให้เป็น “วาระแห่งชาติในการปราบโกง” โดยจับมือร่วมกับภาคเอกชนเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้ที่รู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงดีที่สุด เพราะเขาเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการถูกเรียกรับผลประโยชน์ จากเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอำนาจโดยตรง มีประสบการณ์ด้วยตนเอง
.
“ผู้ประกอบการเหล่านี้ จึงรู้ว่า เจ้าหน้าที่ และผู้มีอำนาจคนใด ในหน่วยงานใด เรียกรับผลประโยชน์อย่างไร”
รัฐบาลจึงควรจะสนับสนุนให้ กกร. เข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น
.
อย่างที่ดิฉัน และพรรคไทยสร้างไทย ได้พยายามเสนอมาหลายครั้งในการรณรงค์เลือกตั้งว่า เราควรจะตั้ง“ปปช. ภาคประชาชน”
.
โดยดิฉันเห็นว่าควรใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้น ในการ “แต่งตั้งคณะกรรมการกกร. เข้ามามีส่วนในการปราบคอรัปชั่น อย่างเป็นรูปธรรม” ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบาย 4 T ของรัฐบาล ถึง2 เรื่อง คือ Transformation และ Together
.
ดังนั้น ดิฉันขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ ในการสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรี ได้เอาจริงกับการปราบโกง โดยประกาศให้การ “ปราบคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ” และแต่งตั้ง
.
“คณะกรรมการปราบโกงภาคประชาชน” โดยแต่งตั้งตัวแทนจากคณะกรรมการ กกร. และตัวแทนภาคประชาชน ให้เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศชาติ และรัฐบาลเอง
.
ซึ่งดิฉันเชื่อว่าหากให้กกร. มีอำนาจ มีส่วนร่วมในการปราบคอรัปชั่น การทุจริตจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราจะสามารถเข้าสู่ #ZeroCorruption ได้อย่างแน่นอน”
.
https://www.facebook.com/sudaratofficial/posts/pfbid0SoWYDGdVkbDbcq6YhbzRv9Bku2GgKu6rkSfCeDXGCywS8rz4ETQkbv67Tt7Fp8QFl
.

.
อ.ธรณ์ เตือน เอลนีโญมาแน่ ปลายปีร้อน-แล้งกว่าปกติ คาดลากยาวข้ามต้นปีหน้า
.
อ.ธรณ์ เตือน รีบเก็บน้ำไว้ เอลนีโญมาแน่อีก 1-2 เดือน โอกาสเกิดระดับแรง คาดลากยาวข้ามต้นปีหน้า
.
วันนี้ (16 พ.ค.69) นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า
.
เอลนีโญมาแน่ในอีก 1-2 เดือนและจะแรงด้วย เราจะมีปลายปีที่ร้อน/แล้งกว่าปรกติ และคงลากยาวข้ามไปต้นปีหน้า
ข้อมูลจาก NOAA ล่าสุดระบุไว้เช่นนั้น เริ่มจากโอกาสเกิดจากโมเดลต่างๆ ตรงกัน = ยังไงก็มา
.
เพื่อนธรณ์ลองดูกราฟแท่ง โอกาสเกิดเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว เดือนนี้เดือนหน้าคงเริ่มเข้า จากนั้นจะเริ่มแรงขึ้น
สีแดงก่ำในแท่งกราฟคือโอกาสที่จะเกิดระดับ “แรง” (เกิน 2 องศา) เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ
เกิน 2 องศานี่แรงนะครับ คราวก่อนปี 2567 ตอนพีคยังไม่ถึง 2 องศา [img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tab/1/16/1f630.png[/img]
.
การทำนายสิ้นสุดก่อนสิ้นปี เพราะทำนายล่วงหน้านานอาจไม่แม่น แต่ดูเทรนด์แล้วเราจะมีธันวามหาโหด และเอลนีโญคงข้ามปี
ลองดูแผนที่ ผมวงไว้แล้วว่าในทะเลช่วงพฤศจิกายนจะร้อนมาก (สีแดง) ถึงตอนนั้นเราจะเห็นผลกระทบทั้งในน้ำและลมฟ้าอากาศ
และคงข้ามไปธันวาคม-กุมภาพันธ์
.
ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ยาวนานไปจนชนฤดูร้อนปีหน้า ไม่งั้นคงแย่
ขนาดช่วงที่ผ่านมา เป็นภาวะปรกติ น้ำชายฝั่งยังร้อนเกิน 31 องศา
.
ปะการังฟอกขาวประปราย สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินเริ่มเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้สาเหตุ
โลกร้อนทำทุกอย่างแปรปรวน หากเจอเอลนีโญเข้ามาซ้ำเติม เราเศร้า !
.
เก็บน้ำไว้ตั้งแต่ยังมีน้ำให้เก็บ กรมอุตุประเมินว่าหน้าฝนปีนี้คงมีน้ำน้อยกว่าปีก่อน และฝนอาจทิ้งช่วงนาน
สงครามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบ เรากำลังจะเจอ 3 เด้ง โลกร้อน-เอลนีโญ-สงคราม
สู้ๆ ครับเพื่อนธรณ์ [img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6c/1/16/2764.png[/img]
.
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่