ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 15
กฏหมายที่ทำให้คนมีที่มรดก กะเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลาน ต้องจำยอมขายที่ถูกๆ ให้นายทุนไป เพราะว่าไม่มีเงินไปจ่ายภาษี
ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ กฏหมายออกเพื่อคนหมู่มาก แต่ก็จะมีคนได้รับผลกระทบอยู่ดี คำถามคือ เราเห็นใจคนที่ไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้มั้ย กับการที่เค้ามีที่สักแปลงที่กะว่าอนาคตถ้ามีเงินจะมาพัฒนา สร้างบ้าน แต่กลับต้องโดนกดด้วยภาษี ที่ไม่สามารถจ่ายได้
กลับกัน บอกว่า ไปพัฒนาสิ จะได้ไม่ต้องจ่าย ที่บางที่ ต้องจ้างรถแบ็คโฮมาไถ ขุดร่องน้ำ ไถกลบ ตัดต้นไม้ เงินจ้างก็ไม่มี 5555 จะทำยังไง ก็วนไปข้างบน
ส่วนนายทุน เดือดร้อนมั้ย ไม่เลย ปลูกกล้วยไป ไม่ต้องเสียภาษี สบายใจ
อยู่ที่มุมมองคนจะมอง ในแง่การพัฒนาพื้นที่รกร้างว่างเปล่า มันก็ดี แต่บางที่ มันก็ไม่ควรจะต้องไปพัฒนาจริงๆ ที่ตาบอด อยู่ท้ายทุ่ง ปกติแทบไม่มีคนมาเดิน จะให้ไปขุดร่องปลูกต้นไม้ทำสวน แล้วใครจะดูแล มีตายายแก่ๆ สองคนอยู่บ้านไม่ได้ทำงาน 555
ปล. บ้านผมก็เป็นหนึ่งในคนที่โดนผลกระทบจากเรื่องนี้ และจะบอกว่า การประเมิน มั่วมาก ที่บ้านแฟนผม ได้มรดก (ที่ไม่ค่อยอยากจะได้) มา ตาบอด น้ำท่วม มีแต่ต้นจาก ต้นอ้อ รกร้างไปหมด วันดีคืนดีจดหมายแจ้งมาเสียภาษีหลายหมื่น แค่จะเอารถแบ็คโฮไปไถยังไม่ได้เลย เพราะติดกำแพงชาวบ้าน สุดท้ายต้องไปขอเค้าผ่านกำแพง จ่ายค่าผ่านทางหลายหมื่น ไถๆๆๆๆ ทำร่องน้ำ เอามะพร้าวมาปลูก หมดไปเป็นแสน
ทุกวันนี้ลำบากคนแก่ที่บ้านต้องมาดูแลตัดหญ้าอีก 5555 หัวจะปวด แพงกว่าค่าภาษีอีก เลี้ยงปลา ตัดหญ้า ใส่ปุ๋ย จ้างคนมาดูแล
ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ กฏหมายออกเพื่อคนหมู่มาก แต่ก็จะมีคนได้รับผลกระทบอยู่ดี คำถามคือ เราเห็นใจคนที่ไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้มั้ย กับการที่เค้ามีที่สักแปลงที่กะว่าอนาคตถ้ามีเงินจะมาพัฒนา สร้างบ้าน แต่กลับต้องโดนกดด้วยภาษี ที่ไม่สามารถจ่ายได้
กลับกัน บอกว่า ไปพัฒนาสิ จะได้ไม่ต้องจ่าย ที่บางที่ ต้องจ้างรถแบ็คโฮมาไถ ขุดร่องน้ำ ไถกลบ ตัดต้นไม้ เงินจ้างก็ไม่มี 5555 จะทำยังไง ก็วนไปข้างบน
ส่วนนายทุน เดือดร้อนมั้ย ไม่เลย ปลูกกล้วยไป ไม่ต้องเสียภาษี สบายใจ
อยู่ที่มุมมองคนจะมอง ในแง่การพัฒนาพื้นที่รกร้างว่างเปล่า มันก็ดี แต่บางที่ มันก็ไม่ควรจะต้องไปพัฒนาจริงๆ ที่ตาบอด อยู่ท้ายทุ่ง ปกติแทบไม่มีคนมาเดิน จะให้ไปขุดร่องปลูกต้นไม้ทำสวน แล้วใครจะดูแล มีตายายแก่ๆ สองคนอยู่บ้านไม่ได้ทำงาน 555
ปล. บ้านผมก็เป็นหนึ่งในคนที่โดนผลกระทบจากเรื่องนี้ และจะบอกว่า การประเมิน มั่วมาก ที่บ้านแฟนผม ได้มรดก (ที่ไม่ค่อยอยากจะได้) มา ตาบอด น้ำท่วม มีแต่ต้นจาก ต้นอ้อ รกร้างไปหมด วันดีคืนดีจดหมายแจ้งมาเสียภาษีหลายหมื่น แค่จะเอารถแบ็คโฮไปไถยังไม่ได้เลย เพราะติดกำแพงชาวบ้าน สุดท้ายต้องไปขอเค้าผ่านกำแพง จ่ายค่าผ่านทางหลายหมื่น ไถๆๆๆๆ ทำร่องน้ำ เอามะพร้าวมาปลูก หมดไปเป็นแสน
ทุกวันนี้ลำบากคนแก่ที่บ้านต้องมาดูแลตัดหญ้าอีก 5555 หัวจะปวด แพงกว่าค่าภาษีอีก เลี้ยงปลา ตัดหญ้า ใส่ปุ๋ย จ้างคนมาดูแล
คนบนดาวหางฮัลเลย์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5021567 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การเงิน
ที่ดิน
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
การลงทุน
การปลูกพืชเศรษฐกิจ
เข้าสู่ช่วงปีที่ 7 แล้ว สำหรับการบังคับใช้ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” นับจากปี 2563
‘แลนด์ลอร์ด’ จุก ปล่อยที่ดินรกร้างนาน จ่ายภาษีปี 2569 เพิ่ม 0.9%
ช่วงแรกรัฐบาลจัดโปรโมชั่นลดอัตราการจัดเก็บให้ 90% เพื่อบรรเทาภาระ ก่อนจะขยับเพดานเก็บเต็มอัตรา 100% ในปัจจุบัน
ปฎิเสธไม่ได้ว่าผลจากอัตราภาษี 100% ได้สร้างความอลหม่านให้กับผู้มีที่ดินถือครองไม่น้อย โดยเฉพาะ “ที่ดินรกร้างว่างเปล่า” เพราะตามกฎหมายหากเจ้าของที่ดินยังปล่อยที่ดินร้างเกินกำหนดระยะเวลา 3 ปี ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม โดยทุก ๆ 3 ปี ต้องจ่ายเพิ่ม 0.3% แต่อัตรารวมกันไม่เกิน 3% หรือล้านละ 30,000 บาท
เท่ากับหากเจ้าของที่ดินยังไม่นำที่ดินมาพัฒนา ต้องจ่ายเพิ่มอีกในอัตรา 0.3% หรือเพิ่มขึ้น 1 เท่า เป็น 0.6% จากล้านละ 3,000 บาท เป็นล้านละ 6,000 บาท และล่าสุดในปีภาษี 2569 จ่ายเพิ่มอีก 0.3% รวมเป็น 0.9% เป็นล้านละ 9,000 บาท
สำหรับอัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จ่ายอัตราภาษี 0.3%, มูลค่า 50-200 ล้านบาท จ่ายอัตราภาษี 0.4%, มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท จ่ายอัตราภาษี 0.5%, มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท จ่ายอัตราภาษี 0.6% และมูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป จ่ายอัตราภาษี 0.7%
เมื่อภาระภาษีเพิ่มขึ้นเจ้าของที่ดินมีการนำที่ดินออกมาประกาศหรือให้เช่าระยะยาว หรือปรับสภาพเป็นเกษตรกรรม เพื่อให้เข้าเกณฑ์ “ที่ดินเกษตรกรรม” ตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้เสียในอัตราที่ถูกลง
โดยที่ดินมูลค่า 0-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01% มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03% มูลค่า 100-500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05% มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07% มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.1% กรณีเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น
การที่ภาครัฐกำหนดอัตรา “ที่ดินรกร้าง” สูงกว่า “ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อต้องการให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง แทนการปล่อยรกร้างหรือเก็บไว้เก็งกำไร เช่น ปล่อยเช่าระยะยาวให้เกษตรกรทำเกษตรกรรม
โดยเป็นชนิด “พืชและสัตว์“ 57 ชนิด ตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดไว้ในท้ายประกาศ จึงจะเข้าข่าย
สำหรับชนิดพืชและอัตราขั้นต่ำการปลูกที่กำหนด ที่มีการปรับปรุงล่าสุด
กล้วยหอม 200 ต้น/ไร่
กล้วยไข่ 200 ต้น/ไร่
กล้วยน้ำว้า 200 ต้น/ไร่
กระท้อนเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ทับทิม 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ปุยฝ้าย 25 ต้น/ไร่
กาแฟ 170 ต้น/ไร่ พันธุ์โรบัสต้า 170 ต้น/ไร่ พันธุ์อราบิก้า 400 ต้น/ไร่
กานพลู 20 ต้น/ไร่
กระวาน 100 ต้น/ไร่
โกโก้ 150-170 ต้น/ไร่
ขนุน 25 ต้น/ไร่
เงาะ 20 ต้น/ไร่
จำปาดะ 25 ต้น/ไร่
จันทร์เทศ 25 ต้น/ไร่
ชมพู่ 45 ต้น/ไร่
ทุเรียน 20 ต้น/ไร่
ท้อ 45 ต้น/ไร่
น้อยหน่า 170 ต้น/ไร่
นุ่น 25 ต้น/ไร่
บ๊วย 45 ต้น/ไร่
ปาล์มน้ำมัน 22 ต้น/ไร่
ฝรั่ง 45 ต้น/ไร่
พุทรา 80 ต้น/ไร่
เสาวรส 400 ต้น/ไร่
พริกไทย 400 ต้น/ไร่
พลู 100 ต้น/ไร่
มะม่วง 20 ต้น/ไร่
มะพร้าวแก่ 20 ต้น/ไร่
มะพร้าวอ่อน 20 ต้น/ไร่
มะม่วงหิมพานต์ 45 ต้น/ไร่
มะละกอ (ยกร่อง) 100 ต้น/ไร่ (ไม่ยกร่อง) 175 ต้น/ไร่
มะนาว 50 ต้น/ไร่
มะปราง 25 ต้น/ไร่
มะขามเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่
มะขามหวาน 25 ต้น/ไร่
มังคุด 16 ต้น/ไร่
ยางพารา 76 ต้น/ไร่
ลิ้นจี่ 20 ต้น/ไร่
ลำไย 20 ต้น/ไร่
ละมุด 45 ต้น/ไร่
ลางสาด 45 ต้น/ไร่
ลองกอง 45 ต้น/ไร่
ส้มโอ 45 ต้น/ไร่
ส้มโอเกลี้ยง 45 ต้น/ไร่
ส้มตรา 45 ต้น/ไร่
ส้มเขียวหวาน 45 ต้น/ไร่
ส้มจุก 45 ต้น/ไร่
สาลี่ 45 ต้น/ไร่
สะตอ 25 ต้น/ไร่
หน่อไม้ไผ่ตง 25 ต้น/ไร่
หมาก 100-170 ต้น/ไร่
หม่อน 35 ต้น/ไร่
องุ่น 35 ต้น/ไร่
แก้วมังกร 35 ต้น/ไร่
แอปเปิล 35 ต้น/ไร่
อะโวคาโด 35 ต้น/ไร่
อินทผลัม 35 ต้น/ไร่
ยูคาลิปตัส 100 ต้น/ไร่
พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 30 ต้น/ไร่
ส่วนเกณฑ์เลี้ยงสัตว์ 9 ชนิด
โค ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่
กระบือโตเต็มวัย ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่
แพะ-แกะโตเต็มวัย ขนาด 2 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อไร่
สุกร พ่อพันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 7.5 ตารางเมตรต่อตัว แม่พันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรอนุบาล ขนาด 0.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรขุน ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว คอกคลอด ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 6 ตารางเมตรต่อตัว ซองอุ้มท้อง ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ตารางเมตรต่อตัว
สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อย (เป็ดและไก่) 4 ตารางเมตรต่อตัว (ตามมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์)
กวาง 2 ไร่ต่อตัว
หมูป่า 5 ตารางเมตรต่อตัว (เลี้ยงในโรงเรือน) 0.25 ไร่ต่อตัว (เลี้ยงปล่อย)
ผึ้ง บริเวณที่มีพืชอาหารเลี้ยงผึ้ง เช่น เกสร และน้ำหวานดอกไม้ที่สมดุล กับจำนวนรังผึ้ง
จิ้งหรีด บริเวณพื้นที่เพียงพอและเหมาะสม กับขนาดและจำนวนบ่อ
อีกทางเลือก หากยังไม่มีแผนนำมาใช้ประโยชน์ใน 7-10 ปีนี้ สามารถยกให้ กทม. ทำเป็น “สวน 15 นาที” ได้
โดยจะได้การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดระยะเวลาในสัญญา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/property/news-2007620