Truffle Bakery ร้านเบเกอรี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่ขายขนมปังหลักสิบ แต่ใช้วัตถุดิบแพงระดับโลก จะมาเปิดที่ CTW แล้วนะ

"Truffle BAKERY" ร้านเบเกอรี่ชื่อดังจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างปรากฏการณ์คนเข้าแถวรอคิวอย่างยาวนาน และกำลังจะมาเปิด Flagship Store ในประเทศไทยที่ CentralWorld ในเดือนกรกฎาคม 2026 นี้

1. จุดเริ่มต้น: จากผู้นำเข้าวัตถุดิบระดับพรีเมียม สู่คนทำขนมปัง

• บริษัทแม่มีข้อได้เปรียบสูง: Truffle BAKERY ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เติบโตมาจากรากฐานของบริษัทแม่ที่ชื่อว่า "เดรสเทเบิล" (DRESSTABLE) ซึ่งก่อตั้งโดยคุณ Takeshi Maruoka ในปี 2007

• บริษัทนี้ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซนำเข้าวัตถุดิบอาหารระดับพรีเมียมจากยุโรป เช่น ทรัฟเฟิล, คาเวียร์ และชีส โดยมีศูนย์กลางการจัดหาอยู่ที่ตลาด Rungis ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

• คุมต้นทุนได้ดีเยี่ยม: ด้วยความที่เป็นผู้นำเข้าเองและส่งตรงวัตถุดิบจากฝรั่งเศสกลับมายังญี่ปุ่นโดยไม่ผ่านคนกลาง (Disintermediation) ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบราคาแพงให้อยู่ในระดับที่ต่ำได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นก้อนกุญแจสำคัญที่คู่แข่งรายอื่นเลียนแบบได้ยาก

2. จุดเปลี่ยนและคอนเซปต์ "Everyday Luxury"
• เมื่อบริษัทครบรอบ 10 ปี ในปี 2017 พวกเขาเกิดไอเดียและตั้งคำถามว่า "จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอาวัตถุดิบที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก (อย่างทรัฟเฟิล) มาใส่ในของที่กินทุกวันอย่างขนมปัง"

• จึงเกิดเป็นแบรนด์ Truffle BAKERY ภายใต้คอนเซปต์ "Everyday Luxury" หรือการมอบความรู้สึกหรูหราที่จับต้องได้ ให้ลูกค้าได้สัมผัสในชีวิตประจำวัน ผ่านขนมปังราคาหลักสิบแต่ใช้วัตถุดิบระดับโลก

• เมนูสร้างชื่อ: เมนูซิกเนเจอร์อย่าง "ขนมปังเกลือทรัฟเฟิลขาว" (White Truffle Salt Bread) ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย จนสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 20,000 ชิ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพียงไม่กี่วัน (อ้างอิงข้อมูลจาก PR TIMES และ Fashionsnap ของญี่ปุ่น)

3. กลยุทธ์การเลือกทำเล: "เมืองเก่า" เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษ (Exclusivity)

• เลือกทำเลสวนทางกับตลาด: แทนที่แบรนด์จะเลือกเปิดสาขาแรกในย่านที่พลุกพล่านและเต็มไปด้วยแฟชั่นจ๋าอย่าง ชินจูกุ หรือ ชิบูยะ แต่ Truffle BAKERY กลับเลือกเปิดสาขาแรกในย่านเมืองเก่าที่เงียบสงบอย่าง "มงเซ็น-นากาโจ" (Monzen-Nakacho) ในโตเกียว

• สร้าง Destination ให้คนตั้งใจไปหา: กลยุทธ์นี้เป็นการตั้งใจสร้างความรู้สึกพิเศษและจำกัดเฉพาะ (Exclusivity) เพื่อเปลี่ยนร้านขนมปังธรรมดาให้กลายเป็น "เดสทิเนชัน" หรือจุดหมายปลายทางที่ผู้บริโภคต้อง "ตั้งใจเดินทางไปซื้อ" ซึ่งช่วยจุดกระแสและสร้าง Storytelling ให้แบรนด์ได้อย่างทรงพลัง

CR iG Maketeeronline
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่