สิ่งเดียวที่ทรงพลังที่สุดและช่วยให้เป็นอิสระที่สุดที่ทุกคนสามารถทําได้คือเลือกที่จะเชื่อว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเรา
ถ้าคุณอยากเข้าใจว่าทําไมคุณถึงรับรู้ชีวิตของตัวเองอย่างที่เป็นอยู่ ลองถามตัวเองว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไร นี่ไม่ใช่คําถามเชิงปรัชญาอันสูงส่ง สําหรับขบคิดเพื่อความเพลิดเพลิน แต่มันส่งผลต่อวิธีที่คุณคิดและประพฤติตัว โดยที่คุณไม่รู้ตัว
คุณจะมองว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือมองว่า ตัวเองได้รับโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงเติบโต เปลี่ยนมุมมองใหม่ และพัฒนาก็ได้ คุณเลือกได้ว่าจะมองความอึดอัดใจเป็นความทุกข์ที่ต้องรับมือ หรือเป็น สัญญาณที่คุณสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ และคุณยังเลือกได้อีกด้วยว่า จะมองว่าความรู้สึกของคุณเกิดจากสิ่งภายนอก หรือมองว่ามันเกิดจากการ ตีความของคุณเองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น
เมื่อเราคิดว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายบางอย่าง ความอึดอัดใจ ก็จะจางหายไป ความเจ็บปวดเปลี่ยนจากสิ่งรบกวนเป็นโอกาส แล้วความทุกข์ทรมานของเราก็สิ้นสุดลง ความแตกต่างระหว่างกรอบคิดนี้ (ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับภายใน) กับ กรอบคิดแบบตรงกันข้าม (ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับภายนอก) คือ เราเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้สร้างประสบการณ์ หรือเชื่อว่าประสบการณ์นั้นเกิดขึ้น (และถูกยัดเยียดให้เรา) จากแรงกดดันภายนอก เราถูกพร่ำสอนมาเกือบตลอดว่าอย่างหลังคือความจริง และมันมีเหตุผลอยู่
สังคม (ต้องการเชื่อว่ามันจะ) เติบโตได้เมื่อเราได้รับแรงจูงใจจากภายนอก อย่างน้อยนี่ก็เป็นวิธีที่ทําให้ระบบทุนนิยมดําเนินต่อไปได้ ผู้มีอํานาจยังคงกุมอำนาจ และเราถูกจํากัดให้เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ ต่อไป เมื่อผู้คนเชื่อว่า ตัวเองเป็นเหยื่อ พวกเขาก็จะสูญเสียอำนาจไป พวกเขาใช้พลังงานของตัวเองไปกับความคิด ความฝัน และผลิตภัณฑ์ของผู้อื่น
เรารู้แน่ชัดหรือเปล่าว่ามีแผนการอันยิ่งใหญ่ที่ทําให้เราเผชิญอุปสรรค เพื่อที่จะเติบโต คําตอบคือไม่และไม่มีวันรู้แน่ชัด แต่สิ่งที่เรารู้คือคนที่สร้างชีวิตแสนสุขให้ตัวเองได้ตอนนี้คือคนที่คิดว่ามีแผนการอันยิ่งใหญ่นั้นอยู่ ความทุกข์ทรมานที่เกินรับไหวกําลังรอเราทุกคนอยู่ แค่คุณมองย้อนไปยังอดีตเพียงชั่วครู่ ก็ยืนยันได้ว่าไม่มีการรับประกันใด ๆ ว่าเราจะมีชีวิตแสนสุข ถ้าคุณต้องการความหมายในชีวิต คุณก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง และ ถ้าคุณอยากค้นพบความสงบสุข คุณก็ต้องรู้ว่าความทุกข์ทรมานเกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายบางอย่างคุณจะอยู่กับความอึดอัดใจไปตลอดชีวิตที่เหลือ หรือจะเติบโตและพร้อมรับมือกับเรื่องที่ยากลําบากที่สุดก็ได้ คุณรู้ดีอยู่แล้วว่าควรเลือกทางใด
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคุณ : วิธีที่คนที่ได้รับแรงจูงใจจากภายใน กลายเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด
สิ่งเดียวที่ทรงพลังที่สุดและช่วยให้เป็นอิสระที่สุดที่ทุกคนสามารถทําได้คือเลือกที่จะเชื่อว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเรา
ถ้าคุณอยากเข้าใจว่าทําไมคุณถึงรับรู้ชีวิตของตัวเองอย่างที่เป็นอยู่ ลองถามตัวเองว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไร นี่ไม่ใช่คําถามเชิงปรัชญาอันสูงส่ง สําหรับขบคิดเพื่อความเพลิดเพลิน แต่มันส่งผลต่อวิธีที่คุณคิดและประพฤติตัว โดยที่คุณไม่รู้ตัว
คุณจะมองว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือมองว่า ตัวเองได้รับโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงเติบโต เปลี่ยนมุมมองใหม่ และพัฒนาก็ได้ คุณเลือกได้ว่าจะมองความอึดอัดใจเป็นความทุกข์ที่ต้องรับมือ หรือเป็น สัญญาณที่คุณสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ และคุณยังเลือกได้อีกด้วยว่า จะมองว่าความรู้สึกของคุณเกิดจากสิ่งภายนอก หรือมองว่ามันเกิดจากการ ตีความของคุณเองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น
เมื่อเราคิดว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายบางอย่าง ความอึดอัดใจ ก็จะจางหายไป ความเจ็บปวดเปลี่ยนจากสิ่งรบกวนเป็นโอกาส แล้วความทุกข์ทรมานของเราก็สิ้นสุดลง ความแตกต่างระหว่างกรอบคิดนี้ (ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับภายใน) กับ กรอบคิดแบบตรงกันข้าม (ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับภายนอก) คือ เราเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้สร้างประสบการณ์ หรือเชื่อว่าประสบการณ์นั้นเกิดขึ้น (และถูกยัดเยียดให้เรา) จากแรงกดดันภายนอก เราถูกพร่ำสอนมาเกือบตลอดว่าอย่างหลังคือความจริง และมันมีเหตุผลอยู่
สังคม (ต้องการเชื่อว่ามันจะ) เติบโตได้เมื่อเราได้รับแรงจูงใจจากภายนอก อย่างน้อยนี่ก็เป็นวิธีที่ทําให้ระบบทุนนิยมดําเนินต่อไปได้ ผู้มีอํานาจยังคงกุมอำนาจ และเราถูกจํากัดให้เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ ต่อไป เมื่อผู้คนเชื่อว่า ตัวเองเป็นเหยื่อ พวกเขาก็จะสูญเสียอำนาจไป พวกเขาใช้พลังงานของตัวเองไปกับความคิด ความฝัน และผลิตภัณฑ์ของผู้อื่น
เรารู้แน่ชัดหรือเปล่าว่ามีแผนการอันยิ่งใหญ่ที่ทําให้เราเผชิญอุปสรรค เพื่อที่จะเติบโต คําตอบคือไม่และไม่มีวันรู้แน่ชัด แต่สิ่งที่เรารู้คือคนที่สร้างชีวิตแสนสุขให้ตัวเองได้ตอนนี้คือคนที่คิดว่ามีแผนการอันยิ่งใหญ่นั้นอยู่ ความทุกข์ทรมานที่เกินรับไหวกําลังรอเราทุกคนอยู่ แค่คุณมองย้อนไปยังอดีตเพียงชั่วครู่ ก็ยืนยันได้ว่าไม่มีการรับประกันใด ๆ ว่าเราจะมีชีวิตแสนสุข ถ้าคุณต้องการความหมายในชีวิต คุณก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง และ ถ้าคุณอยากค้นพบความสงบสุข คุณก็ต้องรู้ว่าความทุกข์ทรมานเกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายบางอย่างคุณจะอยู่กับความอึดอัดใจไปตลอดชีวิตที่เหลือ หรือจะเติบโตและพร้อมรับมือกับเรื่องที่ยากลําบากที่สุดก็ได้ คุณรู้ดีอยู่แล้วว่าควรเลือกทางใด