[CR] "ขอนแก่น แข่น แข่น แข่น แข่น แข่น แข่น" เที่ยวเพลิน กินอร่อย วัฒนธรรมครบ

กระทู้รีวิว

มาเที่ยวอีสานทั้งทีต้องมาให้ถึง “ขอนแก่น” ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความเป็นเมืองศูนย์กลางของภาคอีสาน แต่ยังเต็มไปด้วยความอบอุ่น วิถีชีวิตแบบคนขอนแก่น และบรรยากาศที่ร่มรื่น เหมาะกับการมาเที่ยวแบบพักใจจากความวุ่นวาย และเรียนรู้วัฒนธรรมแบบคนขอนแก่น
แต่ทริปนี้เรามีเวลาจำกัด จึงเน้นใช้เวลาไปกับการขับรถ และแวะตามสถานที่ที่ใกล้เคียงและมีความโดดเด่นที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็น “ขอนแก่น” ได้เที่ยวสถานที่สำคัญในเมือง ปั่นจักรยานผ่อนคลาย ลองอาหารอีสานพื้นเมือง เดินตลาดเพื่อชมบรรยากาศยามเย็น รวมถึงได้สัมผัสความเป็นกันเองของผู้คนที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ขอนแก่นน่าประทับใจมากกว่าที่คาดไว้ เริ่มออกเดินทางกันเล๊ยยยย

วันที่ 1 ---


เช้าวันแรก เริ่มต้นจากสถานีกลางบางซื่อ เราเดินทางไปยัง ชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ด้วยรถไฟรอบ 07.10 น. ไปถึงที่สถานี 09.30 น. ค่าตั๋วราคาเพียง 50 บาท เป็นการเริ่มต้นทริปแบบประหยัดแต่ได้บรรยากาศการเดินทางเต็มไปด้วยความอบอุ่น (ตั๋วยืนเพราะตั๋วนั่งหมด) ระหว่างทางได้มองวิวข้างหน้าต่าง ปล่อยใจไปกับทุ่งหญ้า บ้านเรือน และความเรียบง่ายที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเส้นทาง
หลังจากนั้นเขับรถต่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่น จุดหมายแรกของเรา คือ “หมู่บ้านละว้า” ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ หมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องการทอผ้าไหมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่สำคัญของชาวอีสาน แต่จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเปลี่ยนจากแรงคนเป็นเครื่องจักรแทน โดยจะให้เครื่องทอผ้าไหมตามคำสั่งอัตโนมัติ จึงไม่ได้เห็นความเป็นชาวอีสานมากนัก แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกล ทำให้เราไปถึงประมาณ 16.00 น. พอดี หลายจุดเริ่มปิดแล้ว เลยไม่ได้เห็นขั้นตอนการทอผ้าแบบเต็ม ๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะอยากเห็นวิธีการทำและพูดคุยกับชาวบ้านมากกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้น บรรยากาศของหมู่บ้านก็ยังให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น และเรียบง่ายแบบที่หาได้ยากในเมืองใหญ่


ช่วงเย็นเวลา 15:30 น. เข้าพักที่ “บ้านเพื่อนโฮมสเตย์” ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น โดยราคา 1,000 บาท สำหรับ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่พอไปถึงกลับรู้สึกเกินคาดมาก ๆ ตัวบ้านสะอาด เป็นระเบียบ และให้ความรู้สึกเหมือนมาพักบ้านญาติ มีทั้งตู้เย็น ทีวี ขนม และเครื่องดื่มเตรียมไว้ให้ครบ ที่สำคัญคือคุณป้าเจ้าของที่พักน่ารักมาก คอยถามตลอดว่าขาดอะไรไหม ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนไม่ได้เป็นแค่นักท่องเที่ยว แต่เหมือนมีคนคอยดูแลอยู่จริง ๆ ทำให้คืนแรกในขอนแก่นเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย


ตกเย็นเป็นเวลา 18:00 น. เราแวะไปเดินเล่นที่ “ตลาดต้นตาล” เพื่อดูวิถีชีวิตของคนขอนแก่นยามค่ำคืน ทั้งร้านอาหาร ดนตรีสด และผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตกันแบบสบาย ๆ และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือ ผู้คนในข่อนแกนมานั่งรวมตัวเพื่อดูการแข่งขันฟุตบอลซึ่งเป็นจอขนาดใหญ่ที่เป็นจอโค้ง 360 องศา ทุกคนมานั่งกินข้าว ชมทั้งฟุตบอลและบรรยากาศที่อบอุ่น จึงเป็นคืนที่ไม่ได้หวือหวา แต่กลับรู้สึกเพลินอย่างบอกไม่ถูก


วันที่ 2 ---
เช้าวันที่สองเป็นวันที่รู้สึกว่าตัวเองได้ “ใช้ชีวิต” มากที่สุดของทริป เพราะเราเดินทางไปที่ “ศิลาโฮมสเตย์” ตั้งแต่เช้าเวลา 08:00 น. เพื่อทำกิจกรรมพื้นบ้านและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวขอนแก่น และได้ลองชิมน้ำดอกอัญชัน ตอนแรกคิดว่ารสชาติจะเหมือนกับที่ได้ลองมาแต่พอได้ลองดื่มรู้สึกสดชื่น ชุ่มฉ่ำมาก โดยกิจกรรมแต่ละอย่างราคาเพียง 50 บาท แต่สิ่งที่ได้กลับมามากกว่าราคามาก ๆ เราได้ลองทำผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติของดอกดาวเรือง ได้ทำกระเป๋าทุบสีจากดอกไม้ และทำธุงใยแมงมุม ซึ่งเป็นงานฝีมือพื้นบ้านของอีสาน ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นแค่กิจกรรมทั่วไป แต่พอได้ลงมือทำจริง ๆ กลับรู้สึกสนุกกว่าที่คิดมาก บรรยากาศเป็นกันเอง ชาวบ้านคอยสอนอย่างใจเย็น และเล่าเรื่องราวของแต่ละกิจกรรมให้ฟังไปด้วย ทำให้เราไม่ได้แค่ “ทำงานฝีมือ” แต่เหมือนได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนผ่านสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ ขณะทำจะมีคุณลุงคุณป้าคอยสอนอยู่ตลอด ท่านใจดีมาก ใช้น้ำเสียงเอ็นดูเราเหมือนลูกหลาน ทำให้บรรยากาศที่สนุก และอบอุ่นมาก ประทับใจมากเลยอยากกลับไปอีกรอบและพักที่ “ศิลาโฮมสเตย์” มากๆ

เครดิตภาพ : กลุ่มวิสาหกิจ ศิลาโฮมสเตย์ จาก : ศิลาโฮมสเตย์ , Sila Homestay - ศิลาโฮมสเตย์จังหวัดขอนแก่น | Facebook

รวมทั้งมื้อเที่ยงก็ได้กินที่ ศิลาโฮมสเตย์เลย ราคาคนละ 100 บาท มีอาหารทั้งอีสาน และอาหารทั่วไป รสชาติอร่อยเป็นรสชาติของคนอีสาน ส้มตำเผ็ดจัดจ้าน ผัดคะน้าหมูนุ่ม ต้มจืดเข้มข้น ไขเจียวฟูนุ่มอร่อยมาก และยังมีแตงโมหวานฉ่ำ สดชื่นคลายร้อน


ช่วงบ่ายเราไปต่อที่ “พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์” ซึ่งชั้น 1 สามารถเข้าชมได้ฟรี ชั้น 2 ต้องเสียค่าเข้าชม 50 บาท โดยจะมีวิทยากรอธิบายและให้ความรู้เกี่ยวกับด้านในที่จัดแสดง ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินตราไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีการนำเสนอวิวัฒนาการของเงินที่ใช้ในแต่ละยุค เช่น เงินพดด้วง เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร และเงินตราท้องถิ่นของภาคอีสาน นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมของผู้คนในอดีตผ่านเรื่องราวของเงินตรา เพราะเงินไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยน แต่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความเป็นอยู่และความเจริญของสังคมในแต่ละยุคสมัย อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ “ตราสัญลักษณ์” ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลาย “งูใหญ่หรือพญานาค” บนเงินฮ้อยของภาคอีสานและอาณาจักรล้านช้าง พญานาคถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญในความเชื่อของชาวลุ่มแม่น้ำโขง สื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความอุดมสมบูรณ์ และความรุ่งเรือง จึงถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนเอกลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในภาคอีสาน เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากกว่าที่คิด อีกสิ่งที่ประทับใจคือทางพิพิธภัณฑ์มีกิจกรรมทำเหรีญที่ระลึกโดยผู้เข้าชมสามารถออกแบบได้เลยตามใจชอบ

เครดิตภาพ : พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดขอนแก่น จาก : พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดขอนแก่น - อีสานร้อยแปด

ช่วงเย็นไปปั่นจักรยานเล่นที่ “บึงแก่นนคร” เช่าจักรยานคันละ 40 บาท ลมเย็น ๆ กับบรรยากาศริมบึงทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก ผู้คนรอบ ๆ ต่างออกมาใช้ชีวิต ทั้งวิ่ง ออกกำลังกาย หรือพาครอบครัวมาเดินเล่น เป็นภาพธรรมดา ๆ แต่กลับดูมีความสุขมาก และช่วงที่ไปเดินเล่น


ก่อนจะกลับที่พัก เราได้แวะกินหมูกระทะร้าน “เดอะนัว” ซึ่งเป็นร้านเด็ด ร้านดังของเด็ก มข. ราคาเพียงคนละ 189 บาท ไม่มีจับเวลากินได้ไม่อั้น ตัวร้านสะอาด โดยเฉพาะห้องน้ำโอเคมาก ส่วนของกิน หมูสด ผักสด และยังมีอาหารคาวให้เลือกอีกมากมาย เช่น ส้มตำ(ที่สามารถตำได้เอง) ขนมจีนน้ำยา(น้ำยาแกงเขียวหวานอร่อยมากๆๆ) ข้าวผัด ยำต่างๆอีกมากมาย แถมยังมีขนมหวาน เช่น น้ำแข็งใส ขนมปังปิ้ง ไอติมตักเอง ฯ เป็นมื้อปิดท้ายวันที่ทั้งอิ่ม ทั้งเหนื่อย และทั้งมีความสุขในเวลาเดียวกัน แถมราคายังถูกอีกด้วย และบรรยากาศโดยรอบจะเต็มไปด้วยเด็กมหาวิยาลัย มข. คนทำงาน และครอบครัว ทุกคนต่างดูเป็นกันเอง ผ่อนคลาย และมีความสุขกับอาหารอร่อย

เครดิตภาพ : https://www.facebook.com/TheNuaBuffet

วันที่ 3 --- เช้าที่เรียบง่าย กับการปิดท้ายทริปแบบสบายใจ
เช้าวันสุดท้ายของทริป เราตื่นแต่เช้าเพื่อไปไหว้พระที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง จังหวัดขอนแก่น บอกเลยว่าเป็นวัดที่ทั้งสวย สงบ และมีประวัติความเป็นมายาวนานมาก จากที่ได้อ่านข้อมูลภายในวัด ทำให้รู้ว่าวัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้งเมืองขอนแก่นประมาณ พ.ศ. 2337 ถือว่าอยู่คู่กับชุมชนมานานหลายร้อยปีเลยทีเดียว ภายในวัดบรรยากาศร่มรื่น สะอาด และดูเป็นระเบียบมาก จุดเด่นที่หลายคนรู้จักคือ “พระมหาธาตุแก่นนคร” เจดีย์ 9 ชั้น ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น และในแต่ละชั้นจะจัดแสดงวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ในแต่ละยุคสมัยมากมาย และยังสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองจากด้านบนได้ เห็นวิวขอนแก่นกว้างสวยมาก ทางวัดแนะนำว่าช่วงเย็นจะสวยมากเนื่องจากจะเห็นไฟหลากสีที่ติดไว้
สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือวัดมีการดูแลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลวัดพัฒนาดีเด่นหลายด้าน ทำให้รู้สึกว่านอกจากจะเป็นสถานที่ทางศาสนาแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจและวัฒนธรรมของคนขอนแก่นจริง ๆ
ใครที่มาเที่ยวขอนแก่นแล้วอยากหาสถานที่สงบ ๆ ได้ไหว้พระ ทำบุญ ชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แนะนำให้ลองแวะมาที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง รับรองว่าได้ทั้งความอิ่มใจและรูปสวยกลับไปแน่นอน


สรุปทริป — ขอนแก่น เมืองที่เรียบง่าย แต่อบอุ่นมากกว่าที่คิด
ก่อนมา เราคิดว่าขอนแก่นอาจเป็นแค่เมืองหนึ่งในภาคอีสานที่มีของกินอร่อยและเป็นเมืองมหาวิทยาลัย แต่หลังจากได้ลองมาใช้ชีวิตอยู่จริง ๆ กลับรู้สึกว่าที่นี่มีเสน่ห์มากกว่านั้น
เสน่ห์ของขอนแก่นไม่ได้อยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวหวือหวา แต่อยู่ที่ “ผู้คน” และ “บรรยากาศ” ที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะเป็นคุณป้าเจ้าของโฮมสเตย์ ชาวบ้านที่ศิลาโฮมสเตย์ หรือผู้คนตามตลาดและริมบึง ทุกอย่างดูเรียบง่าย แต่จริงใจและอบอุ่นมาก
ทริปนี้อาจไม่ได้ใช้เงินเยอะ ไม่ได้ไปสถานที่ดังมากมาย แต่กลับเป็นอีกหนึ่งทริปที่รู้สึกว่า “คุ้ม” ทั้งในแง่ของประสบการณ์ ความทรงจำ และความสุขเล็ก ๆ ระหว่างทาง หวังว่ารีวิวของพวกเราจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะคะ ขอบคุณค่ะ
ชื่อสินค้า:   จังหวัดขอนแก่น
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่