ขอระบายหน่อย

เรามีแฟนที่คบมาปีนี้เข้าปีที่ 10 แล้ว แฟนเราเป็นคนที่ดูแลและจัดการเรื่องในชีวิตประวันเราค่อนข้างดีเลย เป็นคนที่เข้ากับครอบครัวเราได้ง่ายมาก ทำให้แม่เรา พี่เราเอ็นดูเหมือนเป็นลูกอีกคนนึง (อยู่บ้านเดียวกันกับพ่อแม่เรา)

เข้าประเด็นปัญหาเลย...
พื้นฐานแฟนเราเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะคิดเล็กคิดน้อย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ทำให้ทำงานที่ไหนก็ไม่ได้นาน มักจะอออกจากที่ทำงานด้วยเหตุผล ผิดใจกับคนในที่ทำงาน  
ตัดภาพมาที่ครอบครัวช่วงสิ้นเดือนจะเป็นช่วงที่มีการคิดค่าใช้จ่าย เช่น น้ำ-ไฟ ที่ต้องหารกัน (หารกับพี่สาว) มันจะมีช่วงที่ค่าไฟแพงใช่มั้ย เวลาคนที่บ้านเราเห็นบิล เขาก็จะมีคำพูดประมาณว่า "อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดกันนะ" "มีเงินก็เก็บๆกันไว้บ้าง" ในมุมของเราเอง ตอนอยู่คนเดียวก็มักได้ยินประโยคนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่แฟนเรามักจะสะดุดกับข้อความนี้ เก็บไปคิด และมาคุยกับเราว่า น้ำ-ไฟ เราใช้เราก็รับผิดชอบพ่อแม่เราไม่ได้จ่าย ทำไมต้องเอามาเป็นคำพูด ส่วนคำพูดของพี่สาวเราที่หารค่าใช้จ่ายร่วมกัน ทุกสิ้นเดือนเขามักจะมีคำพูด บ่นๆว่า "เดือนจ่ายค่านั่น ค่านี้ เยอะ เดือนไม่มีเหลือเลย" ในมุมของเราเองเวลาได้ยิน บางทีก็มีรู้สึกรำคาญอยู่บ้างที่บ่นได้ทุกเดือน ก็มันเป็นของตัวเองทั้งนั้นมันก็ต้องรับผิดชอบไป แต่ในมุมแฟนเรา เขามองว่า นั่นคือการบ่นหรือแซะว่าตัวแฟนเราว่าที่มันแพงเพราะ แฟนกะเราใช้เยอะ ควรจ่ายเยอะกว่า ทำให้แฟนเราอึดอัด และบ่นอยากออกจากบ้านตลอด

เรื่องราวนี้เราได้เปิดใจคุยกับพี่สาวเราแล้วและแม่เราก็รับรู้เรื่องแล้ว โดยเราได้คุยกับพี่เราว่า รู้มั้ยการเจ้พูดแบบมันทำให้แฟนเราเสียความรู้สึกนะ เราก็อธิบายในมุมที่เรารู้จักแฟนเรามาให้ที่บ้านเรารู้และทำความเข้าใจ พี่สาวเราก็พูดในมุมของเขาว่า พวกเขาอาจจะลืมไปว่า แฟนเราเป็นคนอื่น (เขามองว่าแฟนเราเป็นลูกเป็นน้องเป็นคนในครอบครัวจริงๆ) จนบางทีก็เผลอมีคำพูดที่ถ้าเป็นคนนอกก็อาจจะคิดเยอะได้จริงๆ อย่างพวกคำ ประหยัดๆกันหน่อยนะ ถ้าเป็นมุมเราได้ยินด้วยความที่เราเป็นลูกหรือเป็นน้อง ถ้าเราไม่รู้สึกว่าเราใช้งานเยอะจริง เราจะเถียงกลับใช่มั้ย ว่าใช้อะไร วันๆได้อยู่บ้านใช้ไฟสักเท่าไหร่กัน แต่พอเป็นแฟนเรา มันเถียงไม่ได้ไง มันก็เลยเป็นคำที่ติดอยู่ในใจ แต่ในมุม ครอบครัวเรา เขาแค่อยากสื่อว่า อยากให้เก็บเงินไว้ เพราะค่าครองชีพมันสูงกว่าที่เคย ไม่อยากให้เดือนร้อนกัน และเรื่องนี้ก็จบที่พี่สาวเราไป ขอโทษแฟนเรา และเรายังต่ออีกว่าถ้ามีเรื่องอะไร ทีไม่ใช่เรื่องไร้สาระให้มาคุยกัยเราโดยตรง แม่กับพี่สาวชอบคุยกับแฟนเรามาก ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็คือ กับเราที่เป็นลูก แทบจะไม่ค่อยมีบทสนทนากันเท่าไหร่ เพราะเราเป็นคนเงียบๆ

หลังจากผ่านเรื่องนั้นมา ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ ใช้ชีวิตปกติ ยังสนทนาคุยเล่นกันได้ปกติ
แต่เมื่อไม่นานมานี้แฟนเราก็เริ่มมีความรู้สึกเดิมเข้ามาอีกแล้ว โดยเราหาสาเหตุไม่ได้ ที่หาไม่ได้คือ เราแสกนทุกข้อความที่แฟนเราคุยกับครอบครัวเรา เราไม่มีความรู้สึกว่านั่นคือการทำให้อึดอัด เรื่องราวมันประมาณว่า พี่สาวเราอยากจะให้เราไปธุระเป็นเพื่อเขาแต่เหมือนเขาจะไม่ได้ถามเราว่าว่างไปด้วยมั้ย แต่ทักมาให้ไปด้วยหน่อยงี้เลย แต่ว่าพวกเราไม่สะดวกใจจะไป ก็เลยเลือกที่จะปฎิเสธ โดยการปฎิเสธนั้นเราแค่เลี่ยงว่า ณ วันนั้นพวกเรามีนัดแล้ว พี่เราก็ตอบกลับมาว่า อ่าวหรอ เขาจะไปคนเดียวได้มั้ยนะ แค่ประโยคนี้เลย แฟนเรามาบ่นกับเราว่า ทำไมเขาไม่เกรงใจเราเลย อึดอัด เราก็เลย งง ว่าอึดอัดอะไร ไม่อยากไปก็ปฎิเสธแล้ว ถ้าจะบอกว่าพี่สาวเราไม่เกรงใจเนี่ย หลังจากปฎิเสธ เขาจะต้องรั้งเรารึเปล่า แต่นี่ก็ไม่

หลังจากเราพูดไป แฟนเราโกรธมาก หาว่าเราไม่เลือกเขา มองว่าเขาเป็นคนผิด บอกว่าเราไม่รัก แล้วก็กลายเป็นการทะเลาะกัน จริงๆเหตุการณ์แบบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรก และการกลับมาอยู่บ้านเรานั้นก็เป็นเรื่องจำเป็นด้วย คือ เรากับแฟนมีปัญหาเรื่องเงินนันแหละ ก่อนจะมาอยู่บ้านก็อยู่คอนโดและก็ย้ายที่อยู่กันอยู่บ่อยๆ แต่ก็มีปัญหาเรื่องงานเปลี่ยนงาน ทำให้เงินหมุนไม่ทันภาระหนี้ แฟนเราจึงตัดสินใจเลือกมาอยู่บ้าน ส่วนตัวเราไม่ค่อยอยากกลับเพราะรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว กับบ้านทั้งทีกลับไปกับความล้มเหลว แต่สุดท้ายก็ยอมมาอยู่บ้านกัน และมันก็มีเรื่องน่าอึดอัดใจแบบนี้เรื่อยๆมา ช่วงแรกๆแฟนเราชอบ เก็บคำพูดของแม่ เช่น พี่คนนั้นกินง่ายให้อะก็กินหมดดีๆ(พี่เขยเราเอง) เอามาตีความว่า กำลังแซะอยู่รึเปล่าเพราะแฟนเราเป็นคนกินยาก แม่เรารักแฟนเรามากเหมือนลูกสาวอีกคนมีอะไรก็เรียกแฟนเราไปก่อน  เราก็พยายามให้เขาลองมองให้มันเป็นมุมอื่นบ้าง ลองเปิดใจหน่อย ลองรู้สึกรักแบบไม่คาดหวังอะไรหน่อยได้มั้ย มันเยอะมากที่เรารับฟังแฟนเรามา จนบางทีเรารู้สึกว่า เราเริ่มเกลียดคนในบ้านแล้วว่ะ แต่ก็นั่นแหละพอคิดแบบนั้นขึ้นมา เราฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมแฟนเราในหัวมีแต่ความเกลียดชังเยอะมากขนาดนี้  ข้อความเดียวกันแต่ตีความกันคนละแบบกับเราเลย ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราเริ่มรับไม่ไหวแล้ว  เราในฐานะตัวกลางเรารู้ตัวเลยว่าเราไม่อยากมีความสัมพันธุ์กับแฟนเราต่อไปแล้ว  มองตัวเองสมมุติว่าสามารถออกไปอยู่กันเองตั้งตัวกันได้แล้ว จะมีความสุขขึ้นมั้ย ก็มองไม่เห็น เพราะรู้สึกไม่อยากไปต่อแล้ว กับตัวเราเองแฟนเราก็มักมองเราในจุดที่แย่ก่อนเสมอและคิดชอบคิดเอาเองคิดแทนเราไปในทางที่ไม่ดี มันเหนื่อยที่ต้องมาค่อยอธิบายความเป็นตัวเองให้อีกฝ่ายเข้าใจ ทั้งที่คบกันมา 10 ปีแล้ว จะบอกว่าแล้วเราจะทนทำไม ไม่ต่างคนต่างเดินออกไปซะ เราไม่กล้าพูดคำนั้น มันพูดไม่ออก มันกลัวอ่ะ และอีกฝ่ายไม่มีท่าทีหรืออะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขากำลังจะเดินจากเราไปเลยอ่ะ ทั้งที่เป็นฝ่ายที่รู้สึกทุกข์และเกลียดชังขนาดนั้น

เราอยากก้าวออกมาแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เหมือนเขาจะสามารถทำร้ายตัวเองได้ถ้าเราพูดคำนั้นออกไป บางคนอาจจะมองเราแย่ มองครอบครัวเราแย่ เพราะแฟนเราเป็นคนนอกที่ต้องมาเผชิญเรื่องราวดังกล่าว และมองว่าเราไม่ยื่นมาเข้าช่วย เราเข้าใจและน้อมรับเลย แต่ให้เราใช้ชีวิตต่อไป เราเสียสุขภาพจิตและหดหู่ มันไม่มีความสุขเลย คิดว่าการแยกทางกันมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยากมากเลย T T

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่