(โทษแห่งการ)”คลุกคลี” สิกขาบทเล็กน้อยข้อนี้ละเมิดได้ไหม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฐิอันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในความสละ ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ ...(ผู้เขียนเสริม ....จากสังกัปปะไล่ตามอริยะมรรคมีองค์ ๘ จนครบ)
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปใน
ความสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว ย่อมเจริญ
ทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘ อย่างนี้แล ฯ




ขออัญเชิญธรรมะจากพระโอษฐ์กล่าวขึ้นในการเกริ่นนำ เพราะธรรมบทนี้แลมักถูกมองข้ามแต่มีสำคัญหนักหนาชนิดที่สามารถพลิกชีวิตนักบวชหรือผู้ศึกษาธรรมทั้งหลาย อุปมาเหมือนน้ำที่สามารถพยุงเรือให้ลอยท่ามกลางมหาสมุทรโดยสวัสดิภาพปลอดภัยหรือ หรือสร้างความวิบัติพลิกคว่ำเรือให้จมลงหากขาดคุณธรรมข้อนี้


ทำไมต้องวิเวก
เกริ่นนำกันสักนิดว่าวิเวกแบ่งเป็น ๓ ประการ คือ ๑.กายวิเวก ๒.จิตตวิเวก ๓.อุปธิวิเวก  เมื่อภิกษุไปอยู่ป่าก็ดี อยู่โคนไม้ก็ดี อยู่เรือนว่างก็ดี เรียกว่ากายวิเวก เป็นผู้อยู่ผู้เดียวไม่คลุกคลีด้วยหมู่    จิตตวิเวกคือเป็นผู้มีจิตปราศจากนิวรณ์ เป็นผู้บรรลุปฐมฌานถึงเนวสัญญานาสัญญายตน  ในบางสมัยเมื่อกายไม่อาจวิเวกได้ ระคนไปด้วยหมู่ผู้คนหรือบริษัท ผู้ที่มีจิตรักษากายฝึกตนมาดีแล้วสามารถดำรงไว้ซึ่งจิตตวิเวกท่ามกลางหมู่ คือการละเพื่อน๒  จิตตวิเวกจึงสำคัญกว่ากายวิเวก แต่ก็ยังเป็นรองอุปธิวิเวก ซึ่งกล่าวถึงธรรมแห่งการระงับ สำรอก ความดับและสิ้นตัณหาทั้งปวง


วิเวกไม่ได้หมายถึงแต่สมถะ
เหตุที่ยกคำจากพระโอษฐ์มากล่าวนำเพื่อแสดงให้เห็นถึงอริยะมรรคมีองค์๘ เชื่อมโยงกับวิเวกกถา เพื่อสร้างความเข้าใจเสียใหม่สำหรับผู้ที่เข้าใจผิดว่าวิเวกคือธรรมของฝ่ายสมถยานิกเท่านั้น วิปัสสนายานิกไม่ต้องสำรวมระวังใดๆก็ได้ นับเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่มาก
เพราะผู้ที่ใดสดับในธรรมทั้งหลายจะพึงสามารถเห็นข้ออรรถปรากฏอยู่เนืองๆตลอดกาลศึกษาว่า  ทรงมักสอนให้น้อมไปในวิเวก วิราคะ นิโรธ น้อมไปเพื่อโวคสัคคะ เรียกได้ว่าผ่านตา ผ่านหูบ่อยจนคุ้นชินและท่องตามได้จนขึ้นใจ


วิเวกและกับดัก
เมื่อโลกเปลี่ยนยุคสมัยเปลี่ยนวิถีชีวิตก็เปลี่ยน  คนรุ่นเราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าสมัยก่อนกว่าจะได้ยินได้ฟังธรรมกันลำบากลำบน เพราะการสื่อสารยังไม่ฉับไวและเส้นทางคมนาคมยังไม่สะดวก ยุคต่อมาเมื่อวัตถุเจริญขึ้นมาก การคมนาคมสะดวกสบายแทบจะไร้ที่ติ  กิเลสตัณหาก็ยังเป็นบททดสอบที่เป็น อะกาลิโก ไม่เคยจำกัดกาล  เมื่ออินทรียสังวรณ์ไม่มี เมื่อไม่เห็นโทษภัยในสิกขาบทเล็กน้อย กับดักก็เริ่มทำงาน


การโปรดสัตว์หรือมายาคติ
เมื่อศึกษาธรรมผ่านกาลเวลามาเสียเนิ่นนาน อย่างไรเสียเราควรบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณะชนหมู่มากดุจพระโพธิสัตว์เมื่อครั้งก่อน หรือสงฆ์สาวกที่ดีที่พึงทำ และจึงควรขยันหมั่นเพียรถ่ายทอดสาธยายธรรมให้บ่อย ทำให้มาก แม้คุณวิเศษที่เราควรจะพึงมี ควรจะพึงถึงยังไม่มา เราควรเสียซึ่งการกระทำกิจเพื่อสาธารณะกุศลเสียก่อน เมื่อบุญญาธิการหรือบารมีเราเต็มเมื่อใด เมื่อนั้นคุณวิเศษจักบังเกิดแก่เราโดยพลัน 
         

เมื่อตัณหาทำงานธรรมะที่ควรจะทำไว้ในใจจึงถูกละเลย
เมื่อการไม่สำรวมอินทรีย์ผ่านกาลเนิ่นนาน  ลูกศิษย์ลูกหาเริ่มมากขึ้น ลาภสักการะที่เข้ามาก็พลอยมากขึ้นตามไปด้วย การจับจ่ายใช้สอยแบบคฤหัสถ์ก็เกิดมากขึ้น ความอยู่ง่าย กินง่าย มักน้อย สันโดษ ก็ยิ่งห่างไกลออกไป ถนนหนทางที่สะดวกก็เหมาะกับยานพาหนะที่สมรรถนะที่ดูดีมีระดับหรูหราเหมาะสมกับฐานานุรูปในการรับกิจนิมนต์ กิจเดินทาง เพื่อไม่ให้อายใครว่าอาจารย์ท่านนี้มีชื่อเสียงลูกศิษย์ลูกหาก็มาก ลาภสักการะที่ถวายเหล่านี้เหมาะแล้วควรแล้ว  ศิษย์ผู้ใกล้ชิดครูหวังดีต่ออาจารย์อยากให้ท่านสบายธาตุขันธ์ เพื่อที่จะได้โปรดสัตว์แก่พวกเราศิษยานุศิษย์ไปอีกนานๆ


กับดักและความหลงผิดโดยสมบูรณ์
เมื่อผู้คนห้อมล้อมยิ่งมากเข้า คำสรรเสริญเยินยอก็มากตาม ลาภสักการะก็ยิ่งมีมาก เวลามะพราหมณ์เคยแจกถาดเงินถาดทอง ๘๔๐๐๐๐ ถาดยังไง เราก็จะพึงกระทำกิจอย่างนั้น เพราะเรากำลังจะสร้างมหาทานแก่มหาชน เราคือสะพานบุญ เราคือภิกษุผู้สะสมทรัพย์ ซึ่งทรัพย์เหล่านี้ต่อยอดเป็นบุญได้


คนมากก็มากไปด้วยความ และโมเดลธุรกิจต่างๆที่เข้าหา
ลูกศิษย์ลูกหาเข้าหามากและบางคนก็หน้าตาสละสลวยเสียด้วย  ทั้งเข้ามาสอบถามข้อธรรม อยากให้ครูท่านสอนธรรมพ้นทุกข์ อิฉันเครียดจากกิจการงานเครียดจากครอบครัว  บางกลุ่มคณะก็เข้ามาอยากให้ท่านช่วยสนับสนุนองค์กร มูลนิธิที่ขาดเงินขาดทอง เวทีมวยก็อยากให้ท่านช่วยเป็นสปอนเซอร์ออกเงินให้ไปก่อน นักการเมืองท่านนี้ก็อยากรู้จักพระครูท่าน คนรอบตัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องก็ยิ่งมีแต่เรื่องเงินๆทองๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่