🚙​ คนใช้ EV จีนโวย “อัปเดตแล้วระยะทางหาย” สงสัยค่ายรถล็อกแบตผ่าน OTA หนักสุดอ้างรถถูกตัดไฟกลางทางเพราะค่าเช่าแบตหมด

กระทู้สนทนา
【คนใช้ EV จีนโวย “อัปเดตแล้วระยะทางหาย” สงสัยค่ายรถล็อกแบตผ่าน OTA — หนักสุดมีคลิปอ้างรถถูกตัดไฟกลางทางเพราะค่าเช่าแบตหมด】

ผู้ใช้รถหลายพื้นที่ในจีนร้องเรียนว่า รถพลังงานใหม่ที่เคยโฆษณาระยะทางวิ่งได้ราว 500 กิโลเมตร หลังอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA กลับวิ่งจริงได้ไม่ถึง 300 กิโลเมตร จุดชนวนข้อสงสัยว่า บริษัทผู้ผลิตอาจแอบปรับค่าระบบแบตเตอรี่จากระยะไกล หรือที่ผู้ใช้จีนเรียกว่า “ล็อกไฟ” เพื่อจำกัดการใช้พลังงานของรถ
​​
เรื่องนี้กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์จีน หลังมีผู้ใช้รถ EV หลายรายออกมาเล่าว่า รถของตนไม่ได้เสื่อมตามอายุแบตเตอรี่ตามปกติ แต่ระยะทางที่เคยใช้งานได้กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังการอัปเดตระบบกลางดึก โดยเจ้าของรถบางรายเชื่อว่า บริษัทผู้ผลิตได้เปลี่ยนค่าควบคุมแบตเตอรี่ในระบบหลังบ้าน ทำให้รถไม่สามารถดึงพลังงานออกมาใช้ได้เต็มตามเดิม
​​
จาก “รถของเรา” กลายเป็นรถที่บริษัทสั่งจากระยะไกลได้
​​
ประเด็นที่ทำให้ผู้ใช้รถไม่พอใจอย่างหนัก คือความรู้สึกว่า รถที่ตนจ่ายเงินซื้อมาอาจไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของอย่างแท้จริง เพราะระบบสำคัญของรถยุคใหม่ ทั้งแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่ง การชาร์จไฟ และกำลังขับ ล้วนเชื่อมกับซอฟต์แวร์ของบริษัทผู้ผลิต
​​
กรณีที่ถูกแชร์มากที่สุด คือคำกล่าวอ้างของเจ้าของรถรายหนึ่งว่า ขณะขับรถบนทางด่วนด้วยความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถกลับขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า “ค่าเช่าแบตเตอรี่หมดอายุ” ก่อนมีการนับถอยหลังเพียงไม่กี่วินาที แล้วรถสูญเสียกำลังขับทันที ทำให้พวงมาลัยหนักและเกือบเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
​​
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าของรถอ้างว่า เมื่อนำเรื่องไปสอบถามศูนย์บริการ กลับได้รับคำตอบในลักษณะว่า “ซื้อรถไม่ได้แปลว่าซื้อแบตเตอรี่” และช่วงแรกเป็นเพียงการใช้ฟรี ก่อนจะต้องชำระค่าใช้บริการต่อ
​​
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเหตุการณ์นี้ยังต้องรอการตรวจสอบจากเอกสารทางการ คลิปต้นทาง และคำชี้แจงจากบริษัทผู้ผลิตรถที่ถูกกล่าวถึง เพราะข้อมูลที่แพร่ในขณะนี้ยังเป็นคำกล่าวอ้างจากฝั่งผู้ใช้รถและโพสต์ในโซเชียลเป็นหลัก
​​
ข้อกล่าวหา “ล็อกแบต” ไม่ใช่แค่เรื่องระยะทาง แต่แตะถึงความปลอดภัยชีวิต
​​
หากสิ่งที่ผู้ใช้รถกล่าวอ้างเป็นจริง ปัญหานี้จะไม่ใช่แค่เรื่องโฆษณาระยะทางเกินจริง หรือความไม่พอใจหลังการขาย แต่เป็นปัญหาความปลอดภัยโดยตรง เพราะรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่อัปเดตแล้วช้าลง แต่เป็นยานพาหนะที่วิ่งด้วยความเร็วสูงบนถนนจริง
​​
การลดกำลังแบตเตอรี่จากระยะไกล หากทำโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีทางเลือกให้ผู้ใช้ และไม่มีมาตรการป้องกันกรณีรถกำลังวิ่งอยู่ อาจสร้างความเสี่ยงต่อทั้งคนขับ ผู้โดยสาร และรถคันอื่นบนถนน
​​
ในโลกออนไลน์จีน ยังมีการตั้งข้อสงสัยว่า การจำกัดแบตเตอรี่หรือ “ล็อกไฟ” อาจเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงแบตเตอรี่เสื่อม แบตเตอรี่ร้อนจัด หรือปัญหาไฟไหม้รถ รวมถึงการลดต้นทุนรับประกันหลังการขายของบริษัทผู้ผลิต เพราะหากบริษัทควบคุมไม่ให้ผู้ใช้ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่เต็มระบบ ก็อาจช่วยยืดอายุแบตเตอรี่บนกระดาษ และลดภาระเคลมในระยะยาว
​​
แต่หากทำโดยไม่เปิดเผย เงื่อนไขนี้จะกลายเป็นการโยนภาระให้ผู้บริโภคทันที เพราะคนซื้อจ่ายเงินจากตัวเลขโฆษณา เช่น วิ่งได้ 500 กิโลเมตร แต่เมื่อนำมาใช้จริงกลับถูกจำกัดเหลือไม่ถึง 300 กิโลเมตรหลังอัปเดตซอฟต์แวร์
​​
เทคโนโลยี OTA กลายเป็นดาบสองคม
​​
ระบบ OTA หรือการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต เดิมถูกขายในฐานะจุดแข็งของรถยุคใหม่ เพราะช่วยแก้บั๊ก เพิ่มฟีเจอร์ และปรับปรุงประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ
​​
แต่กรณีนี้สะท้อนอีกด้านของเทคโนโลยีเดียวกัน คือบริษัทผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของรถได้จากระยะไกล โดยที่เจ้าของรถอาจไม่รู้ว่าถูกเปลี่ยนอะไรบ้าง ระบบใดถูกจำกัด และสิทธิการใช้งานส่วนใดถูกผูกกับเงื่อนไขการจ่ายเงินเพิ่มเติม
​​
นี่คือคำถามใหญ่ของตลาด EV จีนในเวลานี้ว่า เมื่อรถยนต์กลายเป็น “อุปกรณ์ซอฟต์แวร์ติดล้อ” สิทธิของผู้ซื้อรถควรสิ้นสุดตรงไหน และอำนาจของบริษัทผู้ผลิตควรถูกจำกัดอย่างไร
​​
ผู้บริโภคจีนเริ่มไม่เชื่อคำว่า “เทคโนโลยีล้ำหน้า” หากควบคุมชีวิตคนใช้ได้จากหลังบ้าน
​​
กระแสร้องเรียนลักษณะนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของรถพลังงานใหม่จีนถูกตั้งคำถามหนักขึ้น จากเดิมที่ผู้ผลิตจำนวนมากแข่งกันขายเรื่องราคาถูก ระยะทางไกล ระบบอัจฉริยะ และเทคโนโลยีเหนือคู่แข่ง
​​
แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มรู้สึกว่า บริษัทสามารถลดระยะทาง จำกัดแบตเตอรี่ หรือแม้แต่ตัดการทำงานบางส่วนจากระยะไกลได้ คำว่า “รถอัจฉริยะ” ก็อาจเปลี่ยนความหมายจากความสะดวกสบาย ไปเป็นความไม่มั่นคงของทรัพย์สินส่วนตัว
​​
สำหรับผู้บริโภค คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า EV คันหนึ่งวิ่งได้กี่กิโลเมตร แต่ต้องถามต่อว่า ตัวเลขนั้นเป็นของจริงหรือขึ้นอยู่กับการตั้งค่าหลังบ้านของบริษัท และรถที่ซื้อมาเป็นทรัพย์สินของเจ้าของจริง หรือเป็นเพียงสินค้าที่บริษัทสามารถควบคุมจากระยะไกลได้ตลอดเวลา
​​
ที่มา: เรียบเรียงจาก: CCTV / 央视网, Gasgoo, TechNode, CnEVPost, Yicai Global, 网易 (NetEase), 搜狐汽车 (Sohu Auto), 新浪财经 (Sina Finance) และคลิปวิดีโอช่อง Type S (YouTube)
https://www.facebook.com/share/1J1H6A5ZRM/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่