มือขวาไม่ว่างก็ไม่หวั่น! ผมจะพามาฝึกเขียนหนังสือด้วยเท้าซ้าย... เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านกระทู้นี้ วันนี้ผมมีเรื่องแปลกๆ แต่คิดว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลยมาเล่าให้ฟังครับ หัวข้ออาจจะดูประหลาดไปหน่อย แต่รับรองว่าน่าสนใจ และอาจจะเป็นทักษะที่ช่วยคุณได้ในวันที่ไม่คาดฝันจริงๆ ครับ

เรื่องมีอยู่ว่า ผมเคยนั่งคิดเล่นๆ นะครับว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งมือขวาของเราไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเพราะบาดเจ็บเล็กน้อยจากการทำกิจกรรมประจำวัน หรือต้องไปเข้าเฝือก หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้เราต้องใช้งานมือข้างเดียว (หรือไม่มีมือให้ใช้เลยในบางกรณี) เราจะใช้ชีวิตประจำวันยังไง? โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอย่างการเขียนหนังสือครับ

แน่นอนว่าเราอาจจะฝึกเขียนด้วยมือซ้ายได้ แต่สำหรับคนถนัดขวามากๆ อย่างผม การฝึกมือซ้ายก็ยังดูทุลักทุเลใช่ไหมครับ ทีนี้ผมเลยลองคิดไปให้สุดขอบเลยว่า "ถ้ามือซ้ายก็ไม่ว่างอีก หรือถ้าเราอยากจะพัฒนาความสามารถของร่างกายในแบบที่คนทั่วไปไม่ทำกันล่ะ?" คำตอบที่ผุดขึ้นมาคือ "เท้าซ้าย" ครับ!



หลายคนอาจจะหัวเราะหรือคิดว่า "จะบ้าเหรอ!" ผมเข้าใจเลยครับ แต่จริงๆ แล้ว การฝึกฝนอะไรที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ มันคือการพัฒนาศักยภาพของสมองและร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับ และในสถานการณ์ฉุกเฉิน มันอาจจะช่วยให้คุณสามารถเซ็นเอกสารสำคัญ หรือจดโน้ตอะไรบางอย่างได้จริงๆ ก็ได้ครับ

เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ผมจะมาแชร์วิธีการฝึกเขียนหนังสือด้วยเท้าซ้ายฉบับของผมให้ฟังกันครับ (บอกก่อนว่านี่คือการทดลองส่วนตัวนะครับ ไม่ได้มีหลักสูตรอะไรรองรับตายตัว)

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจร่างกาย
ก่อนอื่นเลยครับ นั่งในท่าที่สบายที่สุด และสามารถยกเท้าซ้ายขึ้นมาใช้งานได้สะดวก อาจจะเป็นการนั่งบนพื้นแล้วยกเข่าขึ้นมาหน่อย หรือนั่งบนเก้าอี้ที่วางเท้าได้ง่ายๆ ครับ เราต้องเข้าใจก่อนว่าเท้าของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความละเอียดอ่อนขนาดนั้น กล้ามเนื้อและข้อต่อยังไม่คุ้นชิน ดังนั้นต้องใจเย็นๆ ครับ



ขั้นตอนที่ 2 อุปกรณ์และท่วงท่าการจับปากกา
ใช้ปากกาที่ไม่ลื่นจนเกินไปครับ ดินสอหรือปากกาลูกลื่นธรรมดาก็ได้ครับ เริ่มจากการฝึก "จับ" ปากกาด้วยนิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วชี้ครับ แรกๆ มันจะยากมาก ปากกาจะหลุดบ่อย ให้ลองจับโดยใช้นิ้วเท้าทั้งสองข้างหนีบปากกาให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ อาจจะต้องใช้การเกร็งเล็กน้อย แรกๆ ลองแค่จับให้ได้นิ่งๆ ก่อนก็พอครับ ฝึกไปเรื่อยๆ จะเริ่มชินไปเองครับ



ขั้นตอนที่ 3 เริ่มต้นจากการวาดเส้นพื้นฐาน
เมื่อจับปากกาได้แล้วครับ ให้หาแผ่นกระดาษเปล่าๆ วางไว้บนพื้นหรือบนโต๊ะเตี้ยๆ ที่สามารถวางเท้าลงไปได้สะดวกครับ ลองวาดเส้นตรงง่ายๆ ดูก่อนครับ จากนั้นก็วาดวงกลม หรือรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้ความประณีตมากนัก สิ่งสำคัญคือการควบคุมทิศทางและการออกแรงกดครับ มันจะเบี้ยวๆ บูดๆ หน่อยก็ไม่ต้องท้อนะครับ

ขั้นตอนที่ 4 ฝึกเขียนตัวอักษรแบบค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อเริ่มคุมเส้นได้พอสมควรแล้วครับ คราวนี้ลองมาเขียนตัวอักษรดูบ้าง เริ่มจากตัวอักษรพิมพ์ใหญ่เดี่ยวๆ ก่อนครับ เช่น A, B, C หรือ ก, ข, ค ค่อยๆ ลากไปทีละเส้นครับ แล้วค่อยมาลองเขียนตัวอักษรเล็ก ตัวเลข หรือลองลากเส้นตามรอยปะก็ได้ครับ ทักษะนี้จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนครั้งที่คุณฝึกฝนครับ



เคล็ดลับสำคัญที่อยากฝากไว้ครับ
   ความสม่ำเสมอ ฝึกวันละนิดหน่อยก็พอครับ ไม่ต้องหักโหม แค่วันละ 15-20 นาทีก็เห็นผลแล้วครับ
   อดทน มันจะยากและน่าหงุดหงิดในตอนแรกครับ แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้ ให้กำลังใจตัวเองไว้เยอะๆ นะครับ
   พักผ่อน ให้กล้ามเนื้อเท้าและนิ้วเท้าได้พักบ้างนะครับ การเกร็งนานๆ อาจทำให้เมื่อยล้าได้ครับ
   ฉลองความสำเร็จเล็กๆ ทุกครั้งที่คุณลากเส้นได้ตรงขึ้น หรือเขียนตัวอักษรได้ชัดเจนขึ้น ให้ภูมิใจในตัวเองไว้เลยครับ

นอกจากการเตรียมพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว การฝึกฝนทักษะแบบนี้ยังเป็นการกระตุ้นสมองในส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเซลล์ประสาทใหม่ๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของสมองโดยรวมนะครับ และยังช่วยให้เรามีความเข้าใจในร่างกายของเรามากขึ้นด้วยครับ

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ หรืออย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายตัวเองดูนะครับ เพราะบางที สิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้ อาจจะแค่ยังไม่เคยลองทำอย่างจริงจังเท่านั้นเองครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ หากใครมีประสบการณ์แปลกๆ หรือทักษะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร อยากจะแชร์ ก็มาคุยกันได้เลยนะครับ ผมชอบอ่านอะไรแบบนี้มากๆ ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่