รู้สึกเหมือนคุณทราย สก็อต มาก…เรา ถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แม่รู้แต่ไม่ช่วย

กระทู้สนทนา
จากเรื่องดราม่า ของคุณทราย สก็อต เราฟังคลิปพร้อมทุกคนเมื่อวันที่ 
5 พ.ค. 2569 ที่คุณทรายเล่าพร้อมทั้งน้ำตา ในช่องทาง fb. ของตัวเอง
แล้วเราฟังน้ำตาไหลไม่หยุดเลยค่ะ คลิปแรกที่เห็นก็เชื่อทันที ฟังแต่ละครั้งไหนน้ำตาไหลทุกที ฟังซ้ำเพื่อความแน่ใจเพราะช็อกอยู่ก็ยังร้องไห้เหมือนเดิม
รู้สึกสงสารคุณทรายมากๆ เข้าใจดีเลย และมันสะท้อนชีวิตเราเหมือนกันเป๊ะ
ตอนเราอายุแค่ 5 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ แม่รู้เห็นแต่ไม่ช่วยอะไรเลย เรายังเด็กมากไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น รู้แค่ว่ากลัวมาก และไม่กล้าบอกใคร ตอนโตขึ้นพ่อเลี้ยงยังแอบดูเราอาบน้ำหลายครั้ง เราเห็นเข้าไปก็ตกใจกลัวสุด ๆ ต้องใช้ชีวิตในบ้านด้วยความหวาดระแวงทุกวัน ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครปกป้อง
เคยบอกพี่สาว พี่ชาย แต่ไม่มีใครจัดการให้เลยสักคน
จนถึงวันนี้ คนที่ทำร้ายเรายังอยู่บ้านเดิมอย่างปกติสุข ส่วนเราเป็นคนที่ต้องออกมาอยู่ข้างนอก ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง เราไม่เคยอยากกลับไปเจอหน้าใครในบ้านนั้นอีกเลย ขยะแขยงและเจ็บปวดมาก
ความรู้สึกของเราตรงกับคุณทรายทุกกระแสเลยค่ะ
ในมุมของเรา เราเข้าใจทั้งความเจ็บปวดที่ถูกกระทำ, ความรู้สึกที่ไม่มีใครเชื่อ, และความเหงาที่ต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว
ที่แย่กว่านั้นคือ เวลาเราพูดถึงสิ่งที่เขาทำกับเรา ไม่ว่าจะเป็นพี่สาวพี่ชายที่ทำกับเรา เขากลับบอกว่า “แค่พูดเล่น ยังไม่ลืมอีกเหรอ ก็ขอโทษไปแล้วจะอะไรนักหนา ยังไม่จบอีกหรอ”
ยัดเยียดให้เราว่าเป็นคนบ้า เป็นคนไม่ปกติ ใส่ร้ายว่าเราไปหาจิตแพทย์เพราะ “ใจไม่ปกติ”
แต่ความจริงคือ… เราต้องไปพบจิตแพทย์เพราะครอบครัวทำร้ายเรานี่แหละค่ะ
พวกเขาทำลายเรา แล้วยังมาเล่าเรื่องให้คนอื่นฟังว่าเราป่วยต้องพบหมอจิตแพทย์ ราวกับว่าเราเป็นคนผิด โคตรเจ็บเลย
เราไม่ได้อยากให้ใครมาอนุเคราะห์อะไร แค่ต้องการให้คนที่เคยทำร้ายเรา ยอมรับความจริงบ้าง แค่หยุดทำร้ายจิตใจเราต่อเนื่องก็พอแล้ว
ใครที่เคยเจอเรื่องแบบนี้ รู้ว่าแผลนี้มันหายยากขนาดไหน…
แต่การที่คุณทรายกล้าพูดออกมา มันทำให้หลายคนกล้าขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
ขอบคุณคุณทรายที่ทำให้เรารู้สึกว่า… เราไม่ได้อยู่คนเดียวจริง ๆ

และอีกอย่างที่อยากขอพูดตรง ๆ ในฐานะหนึ่งในเสียงของเหยื่อ…
สำหรับคนที่ชอบถามเหยื่อเวลาโดนแบบนี้ ว่า
คิดไปเองรึป่าว
เด็กขนาดนั้นจำได้ได้ไง
“แล้วทำไมรีบไปไม่แจ้งความ?”
“ทำไมไม่บอกใคร?”
“ทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้?”
เรื่องผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมเพิ่งออกมาพูดต้องการอะไร
เราจะบอกว่าคนที่ถูกร้ายด้วยเรื่องแบบนี้มันกระทบต่อจิตใจขั้นรุนแรง ตลอดชีวิตก็ไม่ลืมค่ะ
อย่างมากที่สุดที่ช่วยเยียวยาแค่ความเข้มแข็งเท่านั้นแต่แผลไม่มีวันหายนะคะ
หลายคนอาจจะไม่รู้มันรุนแรงแค่ไหน มันถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตคนนึงขนาดไหน
เราอยากให้คุณลองนึกภาพให้ออกนะคะ…
มันเจ็บ มันกลัว มันเสียใจ จนเอ่ยปากไม่ได้จริง ๆ
เด็กอายุ 5 ขวบจะไปบอกใคร?
หรือไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามไม่ว่าจะอายุเท่าไร เพศไหน ก็ไม่ควรเจอเรื่องแบบนี้
เด็กที่ถูกคนในบ้านทำร้าย จะไปหาความช่วยเหลือจากใครในเมื่อคนที่ควรปกป้องยังไม่ช่วย?
พอโตขึ้นก็ยังถูกทำให้รู้สึกว่า “ตัวเองผิด” “ตัวเองบ้า” “พูดเล่น ๆ ทำไมไม่ลืม”
ความกลัว ความอับอาย และความสิ้นหวัง มันกดทับเราจนหายใจไม่ออก
บางคนใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะกล้าเผชิญหน้ากับบาดแผลตัวเอง
และที่สำคัญ… คุณน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า กฎหมายบ้านเรา เอื้อต่อเหยื่อขนาดไหน
หลักฐานหายาก คดีเก่า ยากยิ่งกว่านั้นคือการต้องไปเปิดแผลตัวเองต่อหน้าใครต่อหน้าเขา แล้วยังถูกตั้งคำถามซ้ำ ๆ แบบนี้
การที่เหยื่อเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่อง
แต่เพราะมันเจ็บเกินกว่าจะพูด
และการที่เหยื่อพูดออกมาในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องช้าเกินไป
แต่เป็นเพราะเขากำลังหายใจได้แล้วพอที่จะยืนขึ้น
ดังนั้นก่อนจะรีบเบลมเหยื่อ…
ลองเข้าใจบาดแผลของเขาก่อนนะคะ

สุดท้ายนี้ เราขอส่งกำลังใจให้คุณทราย สก็อต และทุกคนที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาเหมือนกันนะคะแผลเก่าเหล่านี้มันไม่เคยหายขาดจริง ๆ แต่การที่เราได้พูดออกมา มันคือการเยียวยาตัวเองอีกก้าวหนึ่ง
เราไม่ได้บ้า ไม่ได้ไม่ปกติ และเราไม่ใช่คนผิด
เราต้องการแค่ความเป็นธรรม
ต้องการให้คนที่ทำร้ายเรา ยอมรับความจริงสักครั้ง
และอยากให้สังคมเข้าใจว่า “ครอบครัว” ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป
ถ้าใครกำลังเจออะไรแบบนี้อยู่ ขอให้รู้ไว้ว่า
คุณไม่ได้อยู่คนเดียว
และคุณมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง แม้คนที่ควรปกป้องจะไม่ทำ
ขอบคุณที่อ่านจนจบ
และขอบคุณคุณทรายที่ทำให้หลายคนกล้าพูดความจริงออกมา

แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่