สวัสดีค่ะหนูสงสัยและตอนนี้กำลังตั้งคำถามและพยายามหาคำตอบให้ตัวเองอยู่ค่ะคือช่วงมอต้นหนูย้ายมาเรียนที่เดียวที่พ่อกับแม่ทำงานอยู่ ก็ที่บ้านก็ขายพวกก๋วยเตี๋ยว หนูก็ทำงานช่วยพ่อกับแม่ตั้งแต่ตอนนั้น ตั้งร้าน เสริฟ เก็บจาน ล้างจาน บางทีก็เก็บร้านช่วยบ่อยๆ หนูไม่เคยออกจากป้ำที่ทำงานอยู่เลยเป็นเวลาเกือบ3ปีไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อนที่ทำงาน ไม่เคยออกไปหาเพื่อนบางทีมีงานกลุ่มก็ต้องให้เพื่อนมาทำที่ป้ำเพราะหนูไม่มีรถไป แล้วพ่อกับแม่ก็ไม่ให้ไปด้วย ยอมรับว่าตอนนั้นก็แอบมีนอยๆบ้างอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป ช่วงแรกหนูก็ทำได้แหละค่ะเหมือนหนูจะสนุกไปกับงานที่ทำ แต่พอหลังๆแม่อาการจิตเภทกำเริบต้องกลับไปรักษาตัวอยู่บ้านเกิด2เดือน ซึ่ง2เดือนนั้นหนูก็อยู่ห้องเช่าที่ป้ำคนเดียว บางทีอยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลไม่รู้ตัว ตกดึกมาปิดไฟนอนห้องมืดๆน้ำตาก็ไหลมาไม่หยุด บอกก่อนนะคะว่า*แม่เป็นผู้ป่วยจิตเวชอยู่ต้องกินยาตลอด แม่จะชอบระแวงหนูกลัวหนูไปทำอะไรไม่ดี มีช่วงนึงหนูเคยโดนแม่ล็อคประตูจากข้างนอกเปิดออกไม่ได้เปิดเข้ามาก็ไม่ได้ เอาจริงก็ยังตั้งคำถามกับแม่อยู่ว่าทำไมถึงต้องระแวงกันขนาดนี้ แต่หนูก็พอรู้เหตุผลอยู่ค่ะตอนหนูเด็กๆหนูไปตลาดกับลูกพี่ลูกน้องกันนี่แหละค่ะแล้วก็ไปเรื่อยกลับบ้านเกือบทุ่มนึงซึ่งตอนนั้นหนูอายุแค่8ขวบ ถึงบ้านปุ้บพ่อกับแม่ปิดประตูห้องน้ำถือเบ็ดไม้คนล่ะฉันลงโทษหนูจากนั้นหนูก็ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวเท่าไหร่ กลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากแม่กลับมาจากรักษาตัวมาทำงานต่อก็ได้มีโอกาศขยายร้านเป็น2ที่ร้านที่ 1 หนูขายกับแม่ อีกร้านพ่อขายกับลูกน้อง2คน คือช่วงแรกๆหนูก็กลัวว่าแม่จะทำไม่ไหวช่วงแรกๆอยู่จนเก็บร้านเกือบทุกวันตี2ตี3เช้าก็ไปเรียน เลิกเรียนก็มาทำงานต่อ แต่หลังมาเริ่มมีปัญหาเรื่องเงินๆทองๆ ช่วงนั้นพ่อกับแม่ทะเลาะกันเกือบทุกวันแล้วแต่ล่ะครั้งมันก็แรงขึ้นๆแต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันนะคะ จำได้ว่าวันนั้นวันที่ชีวิตหนูเปลี่ยนไป พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันเหมือนทุกวันจนเข้ามาในบ้านแล้วยังคุยกันไม่ลงตัวตอนนั้นหนูก็4-5ทุ่มก็ล้างจานแล้วเข้ามานอนก่อน แต่วันนั้นเหมือนจะทะเลาะกันหนักอยู่เสียงดังจนหนูตื่นมารับรู้ได้ยินทุกอย่าง ช่วงนั้นหนูก็พยามลีกเลี้ยงไม่เก็บมาใส่ใจใส่หูฟังตลอด วันนั้นมันหนักจนหนูรับไม่ไหว แอบนอนร้องให้กัดผ้าห่มไว้ไม่ให้มีเสียงจนถึงเช้าทุกคนก็หลับแล้วแต่หนูไม่หลับคิดอะไรอยู่ไม่แน่ใจไปจับยามากินเกินขนาดแล้วพอตกอีกวันก็หอบตัวเองไปหาหมอเอง นี่แหละค่ะจุดเริ่มต้น ตอนนั้นตับทำงานหนัก ฉี่เข้มมากนอน รพ ไป5วันก่อนอกก็มีนักจิตวิทยามาประเมินว่าเราถึงขั้นซึมเศร้ามั้ยตอนนั้นหนูมั่นใจเลยค่ะว่าไม่แน่นอน พอผ่านไปได้ไม่นานก็ได้หอบตัวเองกลับไปหาพี่นักจิตวิทยาด้วยอาการ นอนไม่หลับ เครียด มีความคิดไม่อยากอยู่บ่อยๆ สรุปก็เริ่มจากเซทราลีน1เม็ด แต่ก็ไม่ดีขึ้นนาก็เพิ่มมาเรื่อยๆช่วง2เดือนแรกพ่อกับแม่ไม่รู้ว่าเราเป็นซึมเศร้าไม่รู้ว่าเราต้องกินยานอนหลับ หลังๆมาก็ไม่ดีขึ้นซักทีพี่นักจิตก็เลยต้องเรียกพ่อกับแม่มารับรู้อาการป่วยของหนูก็รักษาตัวไปเรื่อยๆก็มีแอบทำร้ายตัวเองนิดๆหน่อยๆจนทุกวันนี้กินยา10เม็ดต่อวันรักษามา1ปี3เดือนแล้วค่ะยังต้องปรับยาต่อยายังไม่ตรงกับชีวิตที่ใช้ในทุกๆชีวิตประจำวันในระยะที่รักษามาปีกว่าๆก็มีปรับยา นอน รพ บำบัด ทำร้ายตัวเองมากขึ้น พยาม ฆตต นับครั้งไม่ถ้วน โดนส่ง รพ จังหวัดไม่รู้กี่รอบ ส่องกล้องล้างท้องไม่รู้กี่ครั้ง ทั้งหนีออกจากบ้านเพื่อไป ฆตต หนูคอดว่าชีวิตหนูตอนนี้มันน่าเบื่อมากค่ะ อยู่กับลูปเดิมๆวนๆอยู่อย่างนี้ พอพ่อกับแม่รู้ว่าหนูเป็นซึมเศร้า พวกเขาก็เริ่มปรับตัวเข้าหาหนูพยายามเข้าใจแล้วก็ให้อิสระแบบเต็มที่ ตามใจหนูสุดช่วงนั้นก็คือไม่อยู่บ้านซักวันขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดดเกือบทุกวัน บางวันกลับมาตี1ตี2พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่หลังๆมาหนูเริ่มตามใจตัวเอง เริ่มเหลวไหล ยอมรับค่ะช่วงนั้นมีแฟนชอบขับรถข้ามจังหวัดไปหาแฟนอยู่บ่อยๆ โกหกพ่อกับแม่ว่าไปใกล้ๆ หรือไปคาเฟ่อยู่จนค่ำ ตอนเลิกกับแฟนก็คือช่วงที่หนูเหลวไหลจนดึงตัวเองกลับมาไม่ได้
ตอนนั้นก็คือทำพฤติกรรมที่มันไม่น่าให้อภัยทำให้พ่อกับแม่อับอายคนอื่นจนพ่อกับแม่ไม่เชื่อใจอะไรอีกเลยหนูก็ไม่รู้เหมือนกันอะไรที่ทำหนูเหลวไหลมาได้ขนาดนี้ จากเด็กที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรสักอย่างจากพ่อแม่ ทำทุกทางเพื่อให้เขาสบายใจที่สุดแล้วก็ตอนนั้นเหมือนพ่อพูดว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ทั้งที่แต่ก่อนก็ดีมากไม่เคยทำให้เสียใจ คิดมากสักครั้ง แต่ก่อนพ่อบอกว่ายอมรับเลยมีลูกดีจริงแต่เรื่องดีๆให้พ่อภูมิใจให้พ่อชื่นชม หนูกำลังพยายามปรับตัวเองใหม่ทำทุกอย่างให้พวกเขากลับมาเชื่อใจและไว้ใจหนู แต่ตอนนี้หนูก็ยังต้องสู้กับโรคซึมเศร้า สู้กับความคิดตัวเอง ก็ยังปรับยามาเรื่อยๆช่วงนี้หนูก็ยังต้องพึ่งยาอยู่ตลอดขาดไม่ได้ถ้าขาดไปอาจจะหลุดทันที หนูอยู่กับยา ไปกลับโรงพยาบาลจิตเวชเป็นประจำ ขาดเรียน ติด ร 0 มส จนต้องลาออกเสียเวลาไป1ปีเพื่อรักษาตัวเองตอนนี้หนูก็กำลังเริ่มใหม่เรียนทั้ง กศน เรียนแบบไปโรงเรียนทั่วไป เรียนกับรุ่นน้อง หนูอยู่แบบนี้มาตั้งแต่15จนตอนนี้จะ17แล้วค่ะ โลกก็ยังไม่น่าอยู่สำหรับหนูเหมือนเดิม ลืมตาตื่นขึ้นมาทุกวันได้เพราะคำว่าหน้าที่ของตัวเอง
ทำไมคนที่ทำตัวดี พฤติกรรมดีมาตลอด พอได้ตามใจตัวเองงก็เหลวไหลจนกลายเป็นนคนไม่เอาไหนเลย
ตอนนั้นก็คือทำพฤติกรรมที่มันไม่น่าให้อภัยทำให้พ่อกับแม่อับอายคนอื่นจนพ่อกับแม่ไม่เชื่อใจอะไรอีกเลยหนูก็ไม่รู้เหมือนกันอะไรที่ทำหนูเหลวไหลมาได้ขนาดนี้ จากเด็กที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรสักอย่างจากพ่อแม่ ทำทุกทางเพื่อให้เขาสบายใจที่สุดแล้วก็ตอนนั้นเหมือนพ่อพูดว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ทั้งที่แต่ก่อนก็ดีมากไม่เคยทำให้เสียใจ คิดมากสักครั้ง แต่ก่อนพ่อบอกว่ายอมรับเลยมีลูกดีจริงแต่เรื่องดีๆให้พ่อภูมิใจให้พ่อชื่นชม หนูกำลังพยายามปรับตัวเองใหม่ทำทุกอย่างให้พวกเขากลับมาเชื่อใจและไว้ใจหนู แต่ตอนนี้หนูก็ยังต้องสู้กับโรคซึมเศร้า สู้กับความคิดตัวเอง ก็ยังปรับยามาเรื่อยๆช่วงนี้หนูก็ยังต้องพึ่งยาอยู่ตลอดขาดไม่ได้ถ้าขาดไปอาจจะหลุดทันที หนูอยู่กับยา ไปกลับโรงพยาบาลจิตเวชเป็นประจำ ขาดเรียน ติด ร 0 มส จนต้องลาออกเสียเวลาไป1ปีเพื่อรักษาตัวเองตอนนี้หนูก็กำลังเริ่มใหม่เรียนทั้ง กศน เรียนแบบไปโรงเรียนทั่วไป เรียนกับรุ่นน้อง หนูอยู่แบบนี้มาตั้งแต่15จนตอนนี้จะ17แล้วค่ะ โลกก็ยังไม่น่าอยู่สำหรับหนูเหมือนเดิม ลืมตาตื่นขึ้นมาทุกวันได้เพราะคำว่าหน้าที่ของตัวเอง