21 เมษายน 2569
Landing at Amsterdam airport.
.
ที่สนามบินอัมสเตอร์ดัม ... ทางตรวจคนเข้าเมืองสอบถามตามปกติและก็ไม่ติดอะไร เราสังเกตุว่าที่นี่มักดำเนินการตรวจสอบพาสปอร์ตและวีซ่ารวมทั้งสอบถามการเดินทางแบบที่ถ้าเราไปหลายคนหรือเป็นหมู่คณะ จะขอให้เข้ามาทำพร้อมกันเลย ทั้งเราซึ่งถือพาสปอร์ตไทยและเพื่อนนักเดินทางบางกลุ่มที่ถือพาสปอร์ตจีน ก็เป็นแบบเดียวกัน (เรา 2 คน และกลุ่มคนจีนช่องข้างๆ เป็นกลุ่ม 5-6 คน) คำถามของ ตม. เป็นปกติดีในขอบเขตของการที่เราเดินทางมาเพื่อการท่องเที่ยว
.
เย็นวันที่เราไปถึงคือ 21 เมษายน เราเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมและเข้าไปเดินเล่นในเมืองอัมสเตอร์ดัม
.
.
ที่จริงแล้วเราวางแผนไปยุโรปทริปนี้ตั้งแต่ก่อนช่วงที่จะมีวิกฤตตะวันออกกลาง และได้ตั๋วเครื่องบินคูเวตแอร์ไลน์ในราคาไม่ถึง 20,000 บาท (ไป-กลับ) หลังจากนั้นก็รวบรวมหลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินและจองที่พักเพื่อยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตเยอรมนี
.
คือตามแผนของเราตัวที่เราได้คือไปลงที่อัมสเตอร์ดัมแต่แพลนของเราจะพักที่อัมสเตอร์ดัมและท่องเที่ยวที่เนเธอร์แลนด์ในจำนวนวันที่น้อยกว่าเยอรมนีเราจึงต้องขอวีซ่าเชงเก้นกับสถานทูตเยอรมนีครับ สุดท้ายเมื่อเกิดวิกฤตตะวันออกกลางและสนามบินคูเบตไม่สามารถใช้งานได้เราจึงต้องจำใจเปลี่ยนเป็นสายการบินไทยซึ่งมีโค้ดแชร์กับสายการบินอื่น โดยขาไปต่อเครื่องที่ istanbul (Turkist airline)
.
ที่สนามบินอิสตันบูลทางเจ้าหน้าที่สอบถามเราว่าปลายทางของเครื่องบินคืออัมสเตอร์ดัมแต่เรามีวีซ่าเยอรมนี ... ก็เพียงตอบไปว่าปลายทางสุดท้ายของฉันคือเยอรมนี เมื่อลงอัมสเตอร์ดัมแล้วเราจะต่อรถไฟระหว่างประเทศไปอีกทอด คราวนี้เราแพลนท่องเที่ยวประมาณ 15 วันแต่สถานทูตเยอรมันนีอนุมัติวีซ่ามาให้แบบ 30 วัน ซึ่งต่างจากปีที่แล้วซึ่งเราไปเยอรมันเช่นกัน ขากลับออกจากอัมสเตอร์ดัมด้วยลุฟทันซ่า ต่อเครื่องที่แฟรงค์เฟิร์ต
.
คราวนั้นเราแพลนจำนวนวันเท่าไหร่สถานทูตก็อนุมัติมาให้เท่ากับที่เราแพลนโดยที่ไม่มีช่วงระยะเวลาเผื่อให้แม้แต่วันเดียว
.
เราซื้อตั๋วคูเวตแอร์ไลน์แบบช่วงลดราคาพิเศษเพราะฉะนั้นถ้าเรายกเลิกตั๋วเครื่องบินนั้นด้วยตัวของเราเองแทบไม่ได้เงินคืนเลย ซึ่งสุดท้ายประมาณ 2 วันก่อนเดินทางทางคูเวตแอร์ไลน์ก็ยกเลิกตั๋วมาให้และเราได้รับเงินคืนบางส่วน ส่วนตั๋วการบินไทยเราตัดสินใจซื้อหลังจากที่ได้ข่าวว่าสนามบินคูเวตใช้การไม่ได้และมีคนคาดการณ์แล้วว่าน่าจะใช้เวลาในการซ่อมแซมจนเปิดให้บริการได้อีกยาวนาน
.
.
การเดินทางในอัมสเตอร์ดัมเราจะซื้อบัตรเหมาจ่ายแบบ 1 วัน กับแบบ 3 วัน โรงแรมเราอยู่ห่างจากสนามบินอัมสเตอร์ดัม 2 ป้ายรถเมล์ ในช่วงที่ยังไม่มีบัตรเหมาจ่ายเราแตะบัตรเดบิตท่องเที่ยวเที่ยวละ 1.98 ยูโร (ผ่าน google wallet ได้) ระบบของที่นี่คือเมื่อขึ้นรถหรือเข้าสู่สถานีรถไฟต้องแตะบัตร 1 ครั้งและเมื่อออกจากสถานีรถไฟหรือลงรถโดยสารประจำทางต้องแตะอีก 1 ครั้ง รวมทั้งบัตรเหมาจ่ายพวกนี้ด้วย
.
ที่สถานีรถไฟสนามบินสคิปโฮล (จะออกเสียงว่า ชิปโพล ก็ได้ครับ เพราะบนรถเมล์ก็ออกเสียงแบบนั้น) จะมีเคาน์เตอร์บริการทั้งการที่เราเดินไปซื้อบัตรเหมาจ่ายรายวันแบบนี้โดยตรงหรือถ้ากรณีเราซื้อผ่าน application ท่องเที่ยวต่างๆแล้วได้ QR code ก็สามารถแวะที่เคาน์เตอร์เหล่านี้แลกบัตรตัวจริงเพื่อใช้งานได้ที่นี่เช่นกัน เราซื้อบัตรเหล่านี้ผ่านทั้ง 2 ช่อทางครับ (ในแอพฯ เช่น Traveloka ถ้าไม่ใช่ราคาโปรโมชั่นราคาจะเท่ากันกับที่ walk in ซื้อที่หน้าเค้าเตอร์) ได้บัตรมาแล้วควรดูเงื่อนไขการใช้และเขตครอบคลุมของบัตรให้ดีด้วยครับ
.
เราอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ คืออัมสเตอร์ดัมและเมืองโดยรอบที่บัตรเหมาจ่ายที่เราซื้อครอบคลุม ตั้งแต่วันที่ลงเครื่องคือวันที่ 21 เมษายน และวันที่ 22-24 เมษายนก่อนเดินทางข้ามไปเยอรมนีในวันที่ 24 เมษายน ช่วงเย็น
.
ตอนอยู่อัมสเตอร์ดัมที่พักเราเป็นโรงแรม (ที่ว่าห่างจากสนามบินสคิปโฮล 2 ป้ายรถเมล์นั่นแหล่ะ) ราคาจะสูงหน่อย ไม่สามารถทำอาหารได้ ซึ่งเรื่องที่พักในทริปนี้ของเรา (คราวนี้ไปกัน 3 คน) ก็จะมีทั้งโรงแรมและโฮสเทล โฮสเทลทั้งที่ทำอาหารได้แบบอยู่ในยูนิตของเราเองและเป็นครัวรวม
.
22-24 เมษายน 2569
อัมสเตอร์ดัม,เมืองโดยรอบและสวนทิวลิป
.
.
รูปบนคือสถานีรถไฟเมือง Haarlem และรูปวาดด้านใน เมืองนี้ห่างจากอัมสเตอร์ดัมโดยการนั่งรถสาธารณะประมาณครึ่งชั่วโมง ส่วนแมวกาฟิวขวาล่างถูกวาดโดยใครสักคนที่พนักพิงของเก้าอี้นั่งรอรถโดยสารฯ แถวๆ โรงแรมที่เราพัก
.
จะว่าไปแล้วเราก็ไม่ใช่ผู้เริ่มบุกเบิกการท่องเที่ยวเส้นทางนี้หรอกครับ แค่ดูรีวิวและเที่ยวตามเท่านั้นเอง เรื่องการขี่จักรยานเพื่อชมสวนทิวลิปก็เป็นทริปแนะนำของหลายๆรีวิวนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเมื่อเรามีแพลนว่าจะไปขี่จักรยานแบบนี้แล้ว ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องอาหารการกิน รวมทั้งขี่จักรยานในประเทศเนเธอร์แลนด์ ต้องทำอย่างไร,มีข้อบังคับพิเศษมากกว่าการขี่จักรยานในเมืองไทยธรรมดาหรือไม่
.
สุวรรณ (แถวบ้านเราเรียกเธอแบบนั้น แต่เขียนเป็นอักษรอารบิคว่า Suan) เป็นคนที่เราถาม เธอเป็นชาวอัมสเตอร์ดัมที่มาเที่ยวเมืองไทยและพักอยู่ย่านที่เราทำงาน เธอมาพักแบบระยะยาว เราได้คุยด้วย เธอบอกว่าการขี่จักรยานในประเทศเนเธอร์แลนด์ก็เหมือนการขี่จักรยานในประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันใดพิเศษ ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ เพียงแต่มีจักรยานก็ขี่ไปในเส้นทางเฉพาะของจักรยานได้เลย ตามทิศทางที่ถูกต้องและอย่าไปขี่บนถนนรถครับ ... อันตราย
.
.
เช่าจักรยานแบบเต็มวัน เราไปตั้งแต่เช้าเพราะได้ข่าวว่าถ้าสายหรือบ่ายรถจะหมด อาจต้องรอคิวนาน เช่าแบบเต็มวัน 2 คัน (2 คน) 35 ยูโร ลานเช่าจักรยานอยู่หน้าสวน Keukenhof นั่นแหล่ะ เช่าเสร็จพี่เขาก็จะแถมแผนที่ให้ 1 แผ่น ขี่ตามแผนที่และตามคนข้างหน้าไป วิวสวย,ดอกไม้เต็มตา, อากาศไม่ร้อน, สามารถลงถ่ายรูประหว่างทางได้เป็นระยๆ แต่พยามอย่าเข้าไปในสวนเอกชนที่เขาไม่อนุญาต, มีจุดพักเป็นจุดๆ และก็มีสวนที่เปิดให้เข้าชมทิวลิปแบบสะใจ (ค่าเข้าคนละ 12 ยูโร แถมดอกทิวลิปให้กลับบ้านคนละ 5 ดอก)
.
เราเอาจักรยานมาคืนประมาณบ่ายโมงเศษ และได้ระยะจักรยานรอบแนะนำใหญ่ที่สุด ซึ่งหวังว่าน่าจะได้เห็นอะไรๆ มากที่สุดเช่นกัน
.
.
เราไปยุโรปคราวก่อนเมื่อปีที่แล้วลงที่สนามบิน frankfurt ตม. ที่นั่นถามว่าเอาเงินยูโรมาเท่าไหร่และขอนับดู แต่ก็ไม่ติดปัญหาอะไร คราวนี้เราออกจากยุโรปกลับเมืองไทยที่สนามบิน frankfurt เช่นกัน ตอนขาออกตม.ถามแค่ว่าคุณใช้วีซ่าหรือ resident card ... สำหรับการใช้จ่ายในยุโรปปัจจุบันก็แทบจะเป็น cashlessไปแล้ว เน้นไปทางการแตะจ่ายมากกว่าไม่ว่าจะเป็น Hard card หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในโทรศัพท์มือถือผ่าน NFC สำหรรับเราใช้ Youtrip ซึ่งใส่ใน google wallet แตะได้ทุกที่โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ร้านขนม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ ก็จะใช้ได้ทั้งหมด ส่วนถ้าไปเดินตลาดนัด,ตลาดขายของมือสองก็จะมีที่แตะได้และรับเฉพาะเงินสดเหมือนกัน
.
.
อย่างที่เขียนไว้ตอนต้นครับว่าบัตรเหมาจ่ายที่เราซื้อจะครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของเนเธอร์แลนด์เท่านั้น ซึ่งพี่เจ้าหน้าที่เขาจะให้แผนที่มาให้ว่านั่งรถโดยสารประจำทาง,บริการขนส่งสาธารณะ ชนิดใดได้บ้างและไปได้ถึงไหน แต่มันจะมีสวนสาธารณะอยู่สวนนึงชื่อสวนแอนนาเพลาโลวน่า (Anna Paulowna) ที่ในวันที่เราไปโลกโซเชียลแนะนำให้ไปส่วนนี้เนื่องจากไม่เสียค่าเข้าและดอกทิวลิปกำลังสวยงามอย่างยิ่ง เรานั่งรถไฟต่อจากจุดสุดท้ายที่บัตรครอบคลุมจนถึงสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดแต่ก็ยังห่างจากสวนประมาณ 1.5 กิโลเมตร เราจ่ายส่วนต่างค่ารถไฟนอกเหนือจากบัตรเหมาจ่ายเที่ยวละ 8 ยูโรไปกลับก็ 16 ยูโรครับ หมายความว่าในประสบการณ์ส่วนตัวการซื้อบัตรเหมาจ่ายกรณีเราไปท่องเที่ยวถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดแล้วไม่แนะนำให้ซื้อบัตรโดยสารเป็นรายเที่ยวเพราะค่าขึ้นรถโดยสารสาธารณะในยุโรปค่อนข้างแพงพอสมควร
.
"... More than 200,000 bulbs and tubers are planted in the autumn and come into bloom in the spring. This beautiful flower garden is often compared to Keukenhof, albeit on a smaller scale. Stroll along the winding paths and small bridges and enjoy..."
.
.
(ต่อในคอมเมนต์นะฮะ^^")
..............
คุณหมูยอ
เดินทาง 21 เมษายน 2569 - 6 พฤษภาคม 2569
บันทึก 14 พฤษภาคม 2569
.............
เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี และเบลเยี่ยม 21 เมษายน - 6 พฤษภาคม 2569