ไทยกลายเป็นฮับดาต้าเซ็นเตอร์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “ตึกเก็บเซิร์ฟเวอร์”
...
ถ้าไทยกลายเป็นฮับดาต้าเซ็นเตอร์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “ตึกเก็บเซิร์ฟเวอร์” แต่คือระบบนิเวศธุรกิจใหม่ทั้งห่วงโซ่ เพราะ BOI ระบุว่าเงินลงทุนปี 2025 พุ่งแรง โดยดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เป็นหนึ่งในกลุ่มนำสำคัญ ขณะที่ปี 2026 มีการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มอีก 7 โครงการ มูลค่าราว 96,000 ล้านบาท
.
ธุรกิจแรกที่จะโตคือ รับเหมาก่อสร้าง–MEP–ระบบไฟฟ้า เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ระบบสำรองไฟ หม้อแปลง UPS เครื่องกำเนิดไฟ และงานติดตั้งที่ซับซ้อนกว่าตึกทั่วไปมาก ธุรกิจสายวิศวกรรมไฟฟ้า ผู้รับเหมาระบบ และผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าจึงมีโอกาสได้งานต่อเนื่อง
.
ธุรกิจที่สองคือ ระบบทำความเย็นและประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะ liquid cooling, precision cooling และการออกแบบอาคารให้เหมาะกับอากาศร้อนชื้นของไทย เพราะ AI data center ใช้พลังงานสูงและเกิดความร้อนมาก ประเด็นพลังงานและ cooling จึงกลายเป็นหัวใจของการแข่งขัน
.
ธุรกิจที่สามคือ พลังงานสะอาด–โครงข่ายไฟฟ้า–แบตเตอรี่สำรอง เพราะผู้ให้บริการระดับโลกต้องการไฟที่เสถียรและคาร์บอนต่ำ BOI เองก็พูดถึงการพัฒนากลไกรองรับพลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนดาต้าเซ็นเตอร์
.
ธุรกิจที่สี่คือ ไฟเบอร์ออปติก คลาวด์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ และบริการดูแลระบบ เพราะเมื่อข้อมูลอยู่ในไทยมากขึ้น ความต้องการเชื่อมต่อ ความปลอดภัย การสำรองข้อมูล และบริการ AI จะโตตาม
.
สรุปคือธุรกิจแรกที่จะโตชัด คือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า หม้อแปลง UPS ระบบสำรองไฟ และระบบทำความเย็น เพราะ AI Data Center ใช้ไฟมหาศาลและสร้างความร้อนสูงมาก ทำให้ธุรกิจด้าน Precision Cooling, Liquid Cooling และ Smart Grid จะกลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ
จากนั้นจะต่อยอดไปยังธุรกิจ “รถยนต์ไร้คนขับ” เพราะ Autonomous Vehicle ต้องใช้ AI ประมวลผลข้อมูลแบบ Real-Time ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ กล้อง หรือระบบจราจร เมืองที่มีดาต้าเซ็นเตอร์แข็งแรง จะได้เปรียบในการพัฒนา Smart City และระบบขนส่งอัจฉริยะ
.
อีกธุรกิจที่น่าสนใจคือ “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ เพราะ AI รุ่นใหม่ต้องอาศัย Cloud AI และ Edge Computing ในการเรียนรู้และสั่งงาน หากไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแข็งแรง อาจเกิดโรงงานผลิตหุ่นยนต์ ศูนย์ฝึก AI Robot หรือบริการ Robot-as-a-Service ตามมา
.
แม้แต่ “ธุรกิจอวกาศ” ก็เชื่อมโยงกับดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง เพราะดาวเทียมยุคใหม่สร้างข้อมูลมหาศาล ทั้งภาพถ่าย ภูมิอากาศ การสื่อสาร และระบบนำทาง ข้อมูลเหล่านี้ต้องถูกเก็บและประมวลผลในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลดี อาจกลายเป็นศูนย์กลาง Space Tech ของภูมิภาคได้ในอนาคต
.
สุดท้ายแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์อาจไม่ใช่แค่ธุรกิจอสังหาฯ ดิจิทัล แต่คือ “โรงไฟฟ้ายุคใหม่” ที่หล่อเลี้ยง AI รถไร้คนขับ หุ่นยนต์ และเศรษฐกิจอวกาศในอนาคตทั้งหมด และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า.
ไทยกลายเป็นฮับดาต้าเซ็นเตอร์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “ตึกเก็บเซิร์ฟเวอร์”
...