พูดถึง "เมี่ยงคำ" ของว่างแบบไทยๆ ที่ครบรสทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม สมัยนี้ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเมี่ยงคำที่ห่อด้วย
ใบชะพลู สีเขียวสดใส หรือถ้าจัดจ้านดูหรูหราขึ้นมาหน่อยก็มักจะเสิร์ฟมาใน
กลีบบัว สีชมพูหวานแหววสวยงาม
แต่ถ้าหากย้อนกลับไปตอนที่เรายังเป็นเด็ก มีเมี่ยงคำอีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมและคลาสสิกมากๆ นั่นก็คือ
"เมี่ยงคำใบทองหลาง"
ใบทองหลางในความทรงจำวัยเด็กนั้น รสชาติจะมีความมันๆ นวลๆ จืดกำลังดี และที่สำคัญคือ "ไม่ฉุน" ทำให้เวลากินคู่กับเครื่องเมี่ยง ทั้งมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง หอมแดง ขิง มะนาวชิ้นเล็กๆ และราดด้วยน้ำเมี่ยงคำหวานเหนียว รสชาติของใบทองหลางจะไม่ไปกลบรสของเครื่องเคียงเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างผสมผสานกันในปากได้อย่างลงตัวสุดๆ น่าเสียดายที่ปัจจุบันใบทองหลางกินกับเมี่ยงคำกลายเป็นของหายากที่เด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักกันแล้ว
นอกจากเรื่องของรสชาติที่ชวนให้คิดถึงอดีตแล้ว ใบทองหลางยังมี
"ข้อดี" ด้านสุขภาพที่ซ่อนอยู่อีกด้วย
ไร้สารออกซาเลต หมดห่วงเรื่องโรคนิ่ว: ทราบหรือไม่ครับว่า ใบชะพลูที่เรานิยมกินกันทุกวันนี้นั้น มีสาร
ออกซาเลต (Oxalate) ค่อนข้างสูง ซึ่งสารตัวนี้หากร่างกายได้รับและสะสมในปริมาณมาก จะไปจับตัวกับแคลเซียมและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด
"โรคนิ่วในไต" หรือนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ แต่สำหรับ
ใบทองหลาง นั้นไม่มีสารออกซาเลตเหมือนใบชะพลู ทำให้เราสามารถเคี้ยวเมี่ยงคำเพลินๆ ได้อย่างสบายใจ ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วนั่นเอง
ใครที่เคยกินเมี่ยงคำใบทองหลาง น่าจะพอนึกถึงรสชาติความอร่อยและความทรงจำเก่าๆ ออกใช่ไหมครับ? ส่วนใครที่ยังไม่เคยลองและคุ้นชินแต่กับใบชะพลูหรือกลีบบัว ถ้าวันไหนมีโอกาสไปตลาดโบราณอย่างเช่นตลาดน้ำดอนหวาย ที่บางร้านยังมีใบทองหลางขายคู่กับเมี่ยงคำ อยากให้ลองเปิดใจชิมดูสักครั้ง... รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติที่กลมกล่อม ละมุนลิ้น และดีต่อสุขภาพแบบดั้งเดิมแท้ๆ แน่นอนครับ!
เพื่อนๆคนไหนเคยเจอ เมี่ยงคำใบทองหลาง วางขายที่ไหนบ้างลองช่วยชี้เป้าด้วยนะครับ
เมี่ยงคำใบทองหลาง... ของอร่อยวัยเด็กที่หายากในปัจจุบัน เคยกินกันไหม?
พูดถึง "เมี่ยงคำ" ของว่างแบบไทยๆ ที่ครบรสทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม สมัยนี้ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเมี่ยงคำที่ห่อด้วย ใบชะพลู สีเขียวสดใส หรือถ้าจัดจ้านดูหรูหราขึ้นมาหน่อยก็มักจะเสิร์ฟมาใน กลีบบัว สีชมพูหวานแหววสวยงาม
แต่ถ้าหากย้อนกลับไปตอนที่เรายังเป็นเด็ก มีเมี่ยงคำอีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมและคลาสสิกมากๆ นั่นก็คือ "เมี่ยงคำใบทองหลาง"
ใบทองหลางในความทรงจำวัยเด็กนั้น รสชาติจะมีความมันๆ นวลๆ จืดกำลังดี และที่สำคัญคือ "ไม่ฉุน" ทำให้เวลากินคู่กับเครื่องเมี่ยง ทั้งมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง หอมแดง ขิง มะนาวชิ้นเล็กๆ และราดด้วยน้ำเมี่ยงคำหวานเหนียว รสชาติของใบทองหลางจะไม่ไปกลบรสของเครื่องเคียงเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างผสมผสานกันในปากได้อย่างลงตัวสุดๆ น่าเสียดายที่ปัจจุบันใบทองหลางกินกับเมี่ยงคำกลายเป็นของหายากที่เด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักกันแล้ว
นอกจากเรื่องของรสชาติที่ชวนให้คิดถึงอดีตแล้ว ใบทองหลางยังมี "ข้อดี" ด้านสุขภาพที่ซ่อนอยู่อีกด้วย
ไร้สารออกซาเลต หมดห่วงเรื่องโรคนิ่ว: ทราบหรือไม่ครับว่า ใบชะพลูที่เรานิยมกินกันทุกวันนี้นั้น มีสาร ออกซาเลต (Oxalate) ค่อนข้างสูง ซึ่งสารตัวนี้หากร่างกายได้รับและสะสมในปริมาณมาก จะไปจับตัวกับแคลเซียมและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด "โรคนิ่วในไต" หรือนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ แต่สำหรับ ใบทองหลาง นั้นไม่มีสารออกซาเลตเหมือนใบชะพลู ทำให้เราสามารถเคี้ยวเมี่ยงคำเพลินๆ ได้อย่างสบายใจ ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วนั่นเอง
ใครที่เคยกินเมี่ยงคำใบทองหลาง น่าจะพอนึกถึงรสชาติความอร่อยและความทรงจำเก่าๆ ออกใช่ไหมครับ? ส่วนใครที่ยังไม่เคยลองและคุ้นชินแต่กับใบชะพลูหรือกลีบบัว ถ้าวันไหนมีโอกาสไปตลาดโบราณอย่างเช่นตลาดน้ำดอนหวาย ที่บางร้านยังมีใบทองหลางขายคู่กับเมี่ยงคำ อยากให้ลองเปิดใจชิมดูสักครั้ง... รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติที่กลมกล่อม ละมุนลิ้น และดีต่อสุขภาพแบบดั้งเดิมแท้ๆ แน่นอนครับ!
เพื่อนๆคนไหนเคยเจอ เมี่ยงคำใบทองหลาง วางขายที่ไหนบ้างลองช่วยชี้เป้าด้วยนะครับ