ขอส่งกำลังใจให้คุณทรายสก๊อต . . . ✌︎︎

"ทราย สก๊อต" หรือ "ทราย สิรณัฐ สก๊อต" ปัจจุบันอายุ 28 ปี 
นักอนุรักษ์ทางทะเลชื่อดังเจ้าของฉายา “มนุษย์เงือก”
เขามุ่งมั่นรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
เคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ
และเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาธรรมชาติ


ฉายา "มนุษย์เงือก" (Merman) ได้รับฉายาจากการว่ายน้ำระยะทางไกล
เพื่อเก็บขยะและรณรงค์อนุรักษ์ท้องทะเลไทย
รวมถึงริเริ่มโครงการอนุรักษ์ Sea You Strong





.
.
.

คุณทรายจบการศึกษาปริญญาตรีด้านแอนิเมชันจาก California Institute of the Arts สหรัฐอเมริกา
California Institute of the Arts (CalArts) สถาบันการศึกษาของคุณ‘ทราย – สิรณัฐ สก็อต’ แรงบันดาลใจจาก “Dream School”
CalArts ก่อตั้งโดยดิสนีย์ เป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่สาวกดิสนีย์ฝันถึง
โดยดิสนีย์มองว่า CalArts จะเป็น "Harvard of the Arts" ที่ผลิตศิลปินรุ่นใหม่เพื่อปฏิวัติวงการ
เขาต้องการให้ศิลปินทุกสาขา (แอนิเมชัน, ดนตรี, การแสดง, ศิลปะ) ทำงานร่วมกันแบบไร้กำแพง
ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่อยอดมาจากการทำงานในสตูดิโอ Disney


.
.
.
คุณทรายในวัย 2 ขวบได้ไปดิสนีย์แลนด์ครั้งแรกและหลงรักดิสนีย์มาก
เคยเล่าผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า… แสงสว่างของเขาในวัย 18 ปี
คือความฝันที่จะเป็นนักศิลปะให้กับ Disney เขาทุ่มเทฝึกวาดรูปวันละ 8-12 ชม ทุกๆวัน จ
นสามารถเข้ามหาวิทลัยที่ Disney ก่อตั้งชื่อว่า ‘CALARTS’ ที่สหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อังกฤษ และได้สมัครหางานทำเป็นพนักงานที่ร้าน Disney
ระหว่างทำงานเขาก็รู้สึกว่าแต่ละวันเราจำหน่ายถุงพลาสติกให้คนที่มีซื้อของเยอะมากเลย
เขาเลยเริ่มคุยกับลูกค้าทุกคนตอนจ่ายตังว่าคุณอยากช่วยลดถุงเพื่อช่วยโลกมั้ยครับ?




คุณทรายเคยให้สัมภาษณ์ว่าชอบภาพยนตร์เรื่อง COCO เพราะทำให้คิดถึงคุณตา
คุณทรายเคยโพสต์ถึงคุณตาว่า " คิดถึงคุณตามากครับ  ยิ่งอ่านที่คนเขียนถึงคุณตาว่าคุณตาคุณยายอบรมทรายดี
ทำให้ทรายยิ่งคิดถึง...ทรายได้เข้าใจว่าสิ่งที่คุณตายายสอนและบุญ
/ legacy ของตายายจะสืบทอดต่อสารในสิ่งที่ทรายทำให้กับสังคม ณ วันนี้
หัวใจทรายอยากให้คุณตาอ่านในสิ่งที่ทุกๆคนเขียนถึงคุณตาเหลือเกิน
อยากให้ตาเห็นว่ารู้ว่ามีหลายคนรักคุณตาเหมือนกันครับ
i love you และรู้ว่าคุณตาอยู่ข้างทราย my guardian angel.  
I miss you more than you ever know, ตอนเด็กๆคุณตาจะบอกพนักงานที่บ้านเสมอ
"ออกจากหลานๆของตา ตาไม่ค่อยเป็นห่วงทรายเพราะทรายเอาตัวรอดได้เก่ง"
ตอนนี้อยากบอกตาว่า "ทรายรักตานะครับขอบคุณที่เป็นพ่อของทรายและปกป้องทราย-
แม้ว่าวันนี้ทรายเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ทรายก็คงสำนึกในบุญคุณของคุณตายาย
และไม่มีวันไหนที่ทรายไม่นึกถึงท่าน.... ทรายรู้ว่าสักวันนึงเราจะได้เจอกันอีก...ตอนนี้ทรายจะไปให้สุด". I hope I make you proud.
(แล้วอยากบอกตาคนทั้งประเทศรู้ว่าทรายชอบเพลง Britney 😆 อย่าให้เขารู้นะครับว่าเมื่อก่อนทรายเคยร้องเพลง Britney ให้คุณตาด้วย)
รักและเคารพเสมอทราย 💙
.
.
.
ปีนี้คุณทรายได้ลงพื้นที่ช่วยดับไฟป่าและไฟไหม้ไร่อ้อยในพื้นที่ภาคเหนือ
จุดที่สร้างความประทับใจและสะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน
ภาพที่เขาปฏิบัติงานเคียงข้างกับพระสงฆ์ในพื้นที่
ที่ออกมาช่วยกันสกัดกั้นเปลวเพลิงไม่ให้ลามเข้าสู่เขตชุมชนและป่าอนุรักษ์


คุณทรายได้เป็นมืออาสาสมัครในภารกิจดับสู้ไฟป่าที่พระอาจารย์อ๊อดได้นำ  
ช่วยดับไฟป่าได้ 4 จุดบนเขา 4 ที่ ซึ่งเป็นที่ๆแตกต่างกันหมด..
การสู้ไฟป่าเป็นเรื่องเรียนรู้ใหม่ทรายเลยติดตามพระอ๊อดและให้พระสอนเราในวิธีการและทักษะ
สิ่งที่ทรายชอบคือพระอ๊อดพูดว่าทุกชีวิตนี้สำคัญและในการดับไฟจุดนึง
เราสามารถรักษาชีวิตอีกหลายชีวิตได้ คน / สัตว์ / ต้นไม้...  
ไม่จำเป็นที่จะมีตำแหน่งใดๆเพื่อจะอนุรักษ์เพราะนี้คือประเทศของเรา..บ้านเราไม่ต้องขออนุญาตใคร
.
.
.

"ทราย สก๊อต" หนุ่มนักอนุรักษ์สวมบท "เงือก" ตีแผ่ปัญหาใต้ทะเลผ่านหนังสั้น "MERMAN"

ทำไมถึงเลือก “MERMAN” มานำเสนอในหนังสั้น?
​“คือปีที่แล้ว ทรายทำงานทางน้ำเยอะ แล้วทรายได้เจอภาพหลายๆ
ภาพที่ทรายไม่ชอบเกี่ยวกับสิ่งที่ทรายรัก
ทั้งการคุกคาม เอาเปรียบปลา เอาไซไปวางทับแนวปะการัง
ทรายเห็นปลาติดอวนตายใต้น้ำ มันเป็นอะไรที่ทรายเกลียดมากๆ
ถ้าเกิดทรายเอาตัวเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ของความวิเศษ ความมหัศจรรย์ของทะเลมานำเสนอ
นอกจากนี้รูปลักษณ์ของเงือก คือครึ่งหนึ่งเป็นคน ครึ่งหนึ่งเป็นปลา เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ควบคู่ของทะเลกับมนุษย์
ทรายอยากเอาตัวละครที่สง่างามแบบนั้นมาจับทรมาน คนจะได้เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำกับสิ่งที่สวยงาม
กับสิ่งที่มีค่า เวลาเราไปทะเลแล้วถ่ายว่าฉันเป็นนางเงือกเล่นกัน แต่ความจริงของสิ่งที่เราทำมันเป็นอีกแบบหนึ่ง
คือมันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก มันมีปลาที่กำลังตายเยอะมาก เพราะว่าคนไม่ให้ความสำคัญกับทรัพยากรของเรา
ทั้งการคุกคาม ขยะประมงที่ติดตามแนวปะการัง การเอาเปรียบปลา ผมเห็นคนเอาไซไปวางทับแนวปะการัง
เห็นคนเอาปลาสวยๆ ที่อาศัยตามแนวปะการังไปขาย ซากของปลาที่ติดซากอวนตามแนวปะการังที่จมน้ำตาย
แล้วสภาพเขาเน่า ผมเห็นแล้วตกใจที่เห็นปลาพวกนี้ต้องมาตายในบ้านของเขาเพราะเศษอวนกับขยะต่างๆ
ที่เราไม่คิดที่จะจัดการ เราไม่ให้ความเคารพศักดิ์ศรีต่อสัตว์อื่นๆ ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโลกเราเลย”


​วัตถุประสงค์ของหนังเรื่องนี้?
​“ทรายอยากให้ทุกคนเอาใจใส่กับสัตว์ทะเลได้รับรู้ถึงความสุขและความเจ็บปวดของสัตว์ทะล
อยากให้ เห็นว่าเขาเป็นมากกว่าสิ่งที่สวยงาม อยากให้เราให้ความสำคัญต่อชีวิตสัตว์ทะเลและทรัพยากรใต้ทะเลของเรา
ทรายไม่ได้บอกว่าคุณห้ามกินปลาแต่วิธีการดำเนินชีวิตของบางคนยังมักง่าย มันทำให้ระบบนิเวศเสีย อย่างเช่น
ขยะทะเลที่มาจากความมักง่าย ใช้อุปกรณ์ที่ผิดแล้วกำจัดด้วยการทิ้งลงทะเล เหมือนแบบ out of sight out of mind
แต่เราลืมปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ ชีวิตที่อยู่ใต้ทะเล ทั้งปลา สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เต่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพืชต่างๆ
ชีวิตของเขาสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดแบบเรา ทะเลคือบ้านของเขาไม่ใช่ตู้เย็นของเรา ในยุคมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการและพัฒนาหลายๆ ด้าน
เราไม่คำนึงถึงสิทธิของสัตว์ทะเลเราคิดว่ามันคือสัตว์ที่มีสิทธิน้อยกว่าเรา เราเหนือกว่าเขา
เราลืมใช้จิตสำนึกในการคำนึงถึงการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตประจำวัน เราเคยถามไหมว่าขวดพลาสติก
ที่เราใช้กับกล่องโฟมมันจะกระทบสัตว์ทะเลยังไง ซึ่งแนวคิดของมนุษย์ทำให้สร้างความเสื่อมในระบบนิเวศ ชีวิตใต้ทะเล ได้รับผลเสียอย่างมหาศาล เพราะทรัพยากรมันมีจำกัด การขาดความเข้าใจตรงนี้ สร้างปัญหาให้คนในสังคมด้วยการเลือกที่จะทำอะไรโดยไม่นึกถึงผลเสียต่อคนในชนชั้นอื่นๆ กับธุรกิจและทรัพยากรของเขา หรือดำเนินการด้วยการเอาเปรียบแล้วไม่ห่วงใยคนและธรรมชาติ ทรายคิดว่ามันมีหลายเรื่องมาก คือส่วนตัวทรายคิดว่ามันเป็นงานที่ท้าทาย ทรายอยากเป็นกระบอกเสียงสำหรับสิทธิของสัตว์ทะเลจากภัยคุกคามต่างๆ อีกอย่างทรายคิดว่ามันเป็นประเด็นทางสังคมที่จะทำให้คนกลับมาพูดถึงปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ทรายอยากแก้ไขปัญหานี้ เพราะมันคือบ้านของทราย ถ้าทรายสามารถช่วยตรงนี้ได้ทรายก็อยากทำครับ” ทรายกล่าว
.
.
.
คุณทรายเป็นตัวแทนของความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ ความใจดี ความอบอุ่น
คุณทรายใจดีกับโลกนี้ พยายามปกป้องโลกใบนี้ แม้ว่าบางครั้งมนุษย์จะใจร้ายเหลือเกิน
ขอให้คุณทรายมีแต่คนรัก ประสบความสำเร็จในชีวิต ขอเป็นกำลังใจให้คุณทรายนะคะ
ขอบคุณที่มาช่วยดับไฟป่าภาคเหนือนะคะ
ขอบคุณจริงๆค่ะ จาก FC เชียงใหม่
สุดท้ายกฎแห่งกรรมมีจริง ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น
Karma never forgets , it just wait for the right time.


ด้วยรัก
#มัมมี๊อันย่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่