ฐปณีย์ เรียกร้อง ‘รีพอร์ตปม IO’ หวั่นคอนเทนต์ปั่นชายแดนเดือด อึ้งคำนายกฯทัก ‘ครบ 32 นะ?’
https://www.matichon.co.th/local/news_5716525
.

.
‘ฐปณีย์’ เรียกร้อง ‘ทำรีพอร์ตปม IO’ หวั่น ปั่นคอนเทนต์ จนกลายเป็นความจริง ปลุกชายแดนเดือด – แชร์เรื่องกระทบจิตใจหนัก ‘ฆ่ากันทางวิชาชีพ?’ อึ้ง คำนายกฯ ทักหลังยื่นหนังสือ ‘ครบ 32 นะ’
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ที่ SCC Creative Space เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเวทีเสวนา Talk อะ Rights ‘IO: ความจริง ผลกระทบ ความรับผิดชอบ และมาตรการแก้ไข’ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “
เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธ และสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี”
.
เพื่อตั้งคำถามว่าใครควรรับผิดชอบ? เหตุใดนักข่าว นักกิจกรรม หรือนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจึงตกเป็นเป้าหมาย? เราจะอยู่ในโลกที่มีข้อมูลซับซ้อนอย่างไร โดยไม่สูญเสียสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ท่ามกลางผู้ผ่านประสบการณ์ IO โจมตี นักวิจัยที่ศึกษาปัญหานี้ในระดับโครงสร้าง สมาคมวิชาชีพสื่อและผู้กำหนดนโยบาย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองคับคั่ง
.
ได้แก่ ผศ.ดร.
จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิจัย สถาบัน The German Institute for Global and Area Studies (GIGA), น.ส.
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย The Reporter, น.ส.
สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านธุรกิจและการเงิน, น.ส.
นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, นาย
เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา, นาย
ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นาย
อภิสิทธิ์ ดุจดา
.
ในตอนหนึ่ง น.ส.
ฐปณีย์กล่าวว่า เนื้อหาของปฏิบัติการ IO มีพัฒนาการความรุนแรงทางด้านถ้อยคำ จากที่เราทำหน้าที่สื่อ ก็ขยับไปถึงโจมตีว่า
‘เราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน’ ซึ่งจากการทำข่าว สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มา 30 กว่าปี โดนไอโอโจมตีในเรื่องสามจังหวัดฯ มาอย่างต่อเนื่อง เราจะรับรู้ได้ทันทีว่า เพจไหน คือไอโอ
.
“
แต่ช่วงหลังไม่ใช่ มันพัฒนาไปสู่คนที่อยู่นอกพื้นที่ รวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ เริ่มขยาย AI ตามด้วยสำนักข่าว เอาคอนเทนต์ที่บิดเบือนนั้นไปขยายต่อ โดยสื่อวิชาชีพ ทำให้การสร้างความเกลียดชัง กลายเป็นความจริง ขอบคุณสมาคมนักข่าว ที่ออกแถลงการณ์ตอนที่เราเจอ”
.
น.ส.
ฐปณีย์เผยว่า ตนไม่อยากปล่อยผ่าน จึงไปยื่นหนังสือถึง นายกฯ ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. เพราะไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ยังกระทบสันติภาพในชายแดนใต้ แต่การโจมตีกลับเพิ่มขึ้นมาเต็มฟีด กระจายไปทั่วประเทศ
.
วันที่ 18 เม.ย. รู้สึกเครียด จึงปรึกษาตำรวจไซเบอร์ ซึ่งก็แนะนำให้เราไป ‘แจ้งความเพจที่หมิ่นประมาท’ เพื่อให้ กระทรวงดีอี ยื่นตรวจสอบกับแพลตฟอร์ม ซึ่งเฟซบุ๊กให้ติดต่อกลับมา พบว่า 1 ใน 9 แอคเคานต์ มีตัวตน แต่นอกเหนือจากนั้นต้องรอ Verify ซึ่งในระหว่างนี้ยังมีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
.
“
ในเรื่องผลกระทบต่อสภาพจิตใจ รอบนี้มันหนักหนา เราเป็นห่วง กังวล เพราะกระจายไปรวดเร็ว กลัวถูกลดทอนความน่าเชื่อของการเป็นนักข่าว กลัวที่สุด คือ ‘กลัวไม่ได้ทำข่าวอย่างที่เราอยากทำ’ มันทำให้ไม่น่าเชื่อถือ คุณค่าหายไป เราจะเป็นนักข่าวต่อได้ไหม คือสิ่งที่คิดเยอะ”
.
“
ซึ่งยังกระทบส่วนอื่นๆ ด้วย กระทบความเชื่อมั่นต่อสำนักข่าวของเรา กระทบจิตใจตัวเอง พอเห็นมันเยอะขึ้น สุดท้ายไปกระทบคนอื่น เกิดเคสอื่น กระทบกับสามจังหวัด”
.
“
สุดท้ายเราตัดสินใจไปพบนักจิตวิทยา เพราะเจอตัวคนจริงๆ เดินมาทักเรา คือเราไปร่วมงาน เขาเดินมาทักว่า ‘คุณฐปณีย์ตัวจริงใช่ไหมเนี่ย ไปสนับสนุนแบ่งแยกดินแดนหรอ?’ เราก็อึ้ง ก็บอกว่า ‘
ทำข่าวไม่ได้มีอะไรค่ะ’ เขาก็ฮึ่ม! ขึ้นมา บอกว่า ‘
อย่าเชียวนะ อย่าไปสนับสนุน ไม่อย่างนั้นจะไม่เอาไว้” ‘ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่เราจะจัดการได้แล้ว
.
จึงตัดสินใจไปหานักจิตวิทยา เราอยากทำข่าวต่อ คิดวกวนไปหมด ในมิติของเราถูกผลกระทบอย่างร้ายแรงในรอบนี้ และเราไม่ควรจะปล่อยผ่าน ให้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ อีก” น.ส.ฐปณีย์กล่าว และว่า
.
“
บางเพจ ทำรูปเราเป็นไอไอ หรือแม้แต่ทำเป็นละคร หรือจับเป็นคู่จิ้น นั่นคือการทำลาย ฆ่ากัน ในทางวิชาชีพฯ เพราะมุ่งเป้าโจมตีชัดเจน อย่างร้ายแรง เราเห็นแพทเทิร์น ที่สมบูรณ์แบบขึ้น อยากให้ใครสักคนทำรายงาน (Report) เรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเปิดให้เห็นชัดเจนว่า เขาทำด้วยวิธีการเหล่านี้
.
รูปเรา ที่เก็บไว้เป็นสิบๆ ปี คอนเทนต์ออกมา ต่อเนื่องชัดมาก มันมีพัฒนาการจริงๆ มันทำให้ คอนเทนต์ กลายเป็นความจริง” น.ส.
ฐปณีย์กล่าว ก่อนทิ้งท้ายด้วยว่า
.
อยากให้สังคมได้เห็น ว่าเรื่องไอโอมีจริง ซึ่งมันนำไปสู่การสร้างความขัดแย้ง จากโมเดลไทย-กัมพูชา สะท้อนความสำเร็จของรัฐในการใช้ปฏิบัติการไอโอทางสงคราม แต่ไม่อยากให้มองว่าเป็นแค่เรื่องของ ฐปณีย์ มันอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนก็ได้ ทำให้เกิดความแตกแยก
.
“
ห่วงที่สุดคือ กรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่อยากให้เรื่องนี้ ขยับไปสู่ความรุนแรงอีก จึงไม่อยากให้ปล่อยผ่าน จนสุดท้ายหาคนผิดไม่ได้ ลอยนวลพ้นผิด อย่าปล่อยให้ค่านิยมในเรื่องชาติ ปลายเป็นเครื่องมือ ที่รัฐนำมาใช้กับประชาชน”
.
น.ส.
ฐปณีย์กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่า กระทบจิตใจจริง คิดถึงกระทั่งว่า ตนจะต้องเริ่มต้นเป็นนักข่าวแบบนับหนึ่งใหม่ เพื่อพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นฐปณีย์เป็นนักข่าว จะไม่เป็นอย่างอื่น เราอยากเห็นการหยุดยั้งขบวนการเหล่านี้ รวมถึงการตรวจสอบ อย่างน้อยกรณีของแยม ควรจะมีรีพอร์ตออกมา ว่าเกิดอะไรขึ้น แพลตฟอร์มต้องมีส่วนรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น
.
“
ยื่นหนังสือกับมือ คำแรกที่นายกฯ ทัก คือ ‘ครบ 32 นะ’ คิดกันเอาเองว่า คาดหวังกับหน่วยงานรัฐได้แค่ไหน” น.ส.
ฐปณีย์เผย
.
.
สฤณี ชี้เคสไทย-กัมพูชา ‘สนามลอนช์ IO ระดับชาติ’ วอนเอกชนหยุดหนุนปฏิบัติการ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716894
.
สฤณี ชี้ เคสไทย-กัมพูชา ‘สนาม Launch ไอโอระดับชาติ’ ซ้ำ ลอยนวลพ้นผิด? พร้อมตามต่อ มือบงการ – วอนเอกชน หยุดหนุนปฏิบัติการ ยกระดับ ‘อัลกอริทึม อแวร์เนส’
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ที่ SCC Creative Space เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเวทีเสวนา Talk อะ Rights “
IO: ความจริง ผลกระทบ ความรับผิดชอบ และมาตรการแก้ไข” ภายใต้แนวคิดที่ว่า
“เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธ และสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี”
.
เพื่อตั้งคำถามว่าใครควรรับผิดชอบ? เหตุใดนักข่าว นักกิจกรรม หรือนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจึงตกเป็นเป้าหมาย? และเราจะอยู่ในโลกที่มีข้อมูลซับซ้อนอย่างไร โดยไม่สูญเสียสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก
.
โดยมี ผศ.ดร.
จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิจัย สถาบัน The German Institute for Global and Area Studies (GIGA) ร่วมกล่าวปาฐกเปิดเวที
.
ท่ามกลางผู้ผ่านประสบการณ์ IO โจมตี นักวิจัยที่ศึกษาปัญหานี้ในระดับโครงสร้าง สมาคมวิชาชีพสื่อและผู้กำหนดนโยบาย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ น.ส.
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย The Reporter, น.ส.
สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านธุรกิจและการเงิน, น.ส.
นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นาย
เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา นาย
ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายอภิสิทธิ์ ดุจดา
.
ในตอนหนึ่ง น.ส.
สฤณี กล่าวถึง 4 ปัจจัยของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) โดยข้อสังเกตส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ สิ่งที่รัฐทำนั้นไม่ต่างจาก ปฏิบัติการไอโอของเอกชน หรือองค์กรอื่นๆ เพราะได้เห็นความสำเร็จ ที่มีโครงสร้างการจัดการที่ดี มีทรัพยากรมากกว่าแต่ก่อน มีการผสานเนื้อหาทั้งสายขาว-ดำ ผนวกกับการโจมตีสปายแวร์ ซึ่งตนคิดว่าถ้าเป็นเอกชนคงจะไม่ลงทุนขนาดนี้ อีกทั้งยังหาคำตอบผู้อยู่เบื้องหลังไม่ได้ (กรณีขอตรวตสอบเอกสารราชการ) เนื่องจากมักมีการอ้าง ‘เหตุผลด้านความมั่นคง’
.
เหตุผลที่ทำให้ดูรุนแรงซึมลึก คือ ‘
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา’ ที่เรียกว่าเป็น สนามทดลอง เป็น ‘จุด Launch ของไอโอระดับชาติ’ เพราะเราไม่ได้กำลังทะเลาะกับคนไทย มันจึงโอเค ถ้าต่อสู้กับศัตรู ก็อาจมีความชอบธรรมที่จะใช้ไอโอ
.
“
จึงคิดว่า ด้วยจุดนี้เองที่ทำให้ IO พุ่งทะยาน เพราะเขาอาจรู้สึกภูมิใจก็ได้ที่ช่วยคนไทยต่อสู้” น.ส.
สฤณีเผย
.
น.ส.
สฤณี ยังต้องข้อสังเกตด้วยว่า ความจริงคือ ‘IO ไทย’ ไม่เคยต้องรับผิดชอบใดๆ ซึ่งนั่นคือ ภาวะลอยนวลพ้นผิด
.
ในช่วงหนึ่ง น.ส.
สฤณี ได้หยิบยกกรณีของตน ที่มีคำตัดสินออกมาแล้วว่า เชื่อได้ว่า เอกสารของทางราชการ ‘เป็นคำสั่งที่ให้ทำไอโอจริง’ ซึ่งตนรับไม่ได้ รู้สึกถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน และจะทวงถามความยุติธรรมต่อไป
“
ปฏิบัติการไอโอ ที่คนน่าจะพอรับได้ คือกรณีไทย-กัมพูชา ซึ่งจริงๆ แล้วมีความซับซ้อนมาก ความขัดแย้งนั้น ขัดแย้งจริงๆ หรือเป็นเรื่องการเมือง? บทบาทไอโอ อาจเป็นตัวจุดประกายด้วยหรือไม่
.
แต่ที่แน่ๆ คือเป็นเหตุการณ์ที่คนเห็นด้วยกับปฏิบัติการของรัฐมากขึ้น” น.ส.สฤณีตั้งข้อสังเกต พร้อมเสนอแนะในช่วงท้าย ให้ยกระดับ ‘อัลกอริทึม อแวร์เนส (Algorithm Awareness) ในสังคม
.
“
สุดท้าย ให้มันรู้กันไปว่าประเทศนี้หาใครมารับผิดชอบไม่ได้ ทั้งที่จ่ายไปด้วยภาษีของประชาชน”
.
“
สำหรับ เอกชน ซึ่งมีความตื่นตื่นตัวมากกับเรื่องใหม่ เราจึงต้องเชื่อมโยงให้เห็นภาพมากขึ้น ให้การรับ ‘หลักการชี้แนะ’ และเข้าใจในเชิงธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ว่าคุณควรไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งในการทำปฏิบัติการไอโอ” น.ส.
สฤณีกล่าวทิ้งท้าย
.
เมื่อถาม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ถึงช่องทางคุ้มครอง ?
.
น.ส.
นรีลักษณ์ ตัวแทนกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวว่า หลักๆ คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และตำรวจไซเบอร์ จะมีหน้าที่ติดตามเส้นทางจราจรทางไซเบอร์ ว่าแอคเคานต์นี้คือใคร มีต้นสายปลายเหตุอย่างไร
.
ในส่วนของ ‘
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ’ ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย รับเรื่องร้องเรียน หรือกรณี มีการแจ้งความเป็นคดีหมิ่นประมาทแล้ว แต่ในตอนหลังโดนคุกคาม ก็สามารถมาขอรับ การ ‘คุ้มครองพยาน’ ได้ รวมถึงเรายังให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ทนายความ หรือ กองทุนยุติธรรม เป็นต้น
.
อย่างไรก็ดี การคุกคามในโลกออนไลน์ มีความท้าทายอย่างยิ่ง แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1.เทคโนโลยีไปไกลกว่ากฎหมาย เรายังไม่มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องเอไอ เหมือนอย่างเช่น เกาหลี 2.เจ้าหน้าที่รัฐไม่เชี่ยวชาญทางเทคนิคหรือเท่าทันยุค 3.ขาดการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
.
“
เราควรต้องเก็บสถิติ ให้เห็น Evidence Based เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา การหมิ่นประมาทออนไลน์ ยังโฟกัสแค่ 2 ประเด็น คือ การหมิ่นประมาทออนไลน์เรื่องเชื้อชาติ กับ ศาสนา ยุยงให้เกิดการเกลียดชัง หากเราจะยกระดับ ควรเก็บข้อมูลเคสไอโอมากขึ้น
.
ในเชิงระบบของภาครัฐ ต้องพัฒนาให้บุคลากรมีความเชี่ยวชาญ เท่าทันเทคโนโลยี ขณะที่ประชาชนควรเท่าทันการเสพสื่อ รวมถึงต้องส่งเสริมให้เข้าถึงช่องทางร้องเรียนได้มากขึ้น.
JJNY : ฐปณีย์ อึ้งคำนายกฯทัก ‘ครบ 32 นะ?’│สฤณี ชี้ ‘สนามลอนช์ IO ระดับชาติ’│ธปท.ห่วงเงินเฟ้อแตะ5%│45 จว.ฝนตกหนัก 60-70%
https://www.matichon.co.th/local/news_5716525
.
.
‘ฐปณีย์’ เรียกร้อง ‘ทำรีพอร์ตปม IO’ หวั่น ปั่นคอนเทนต์ จนกลายเป็นความจริง ปลุกชายแดนเดือด – แชร์เรื่องกระทบจิตใจหนัก ‘ฆ่ากันทางวิชาชีพ?’ อึ้ง คำนายกฯ ทักหลังยื่นหนังสือ ‘ครบ 32 นะ’
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ที่ SCC Creative Space เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเวทีเสวนา Talk อะ Rights ‘IO: ความจริง ผลกระทบ ความรับผิดชอบ และมาตรการแก้ไข’ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธ และสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี”
.
เพื่อตั้งคำถามว่าใครควรรับผิดชอบ? เหตุใดนักข่าว นักกิจกรรม หรือนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจึงตกเป็นเป้าหมาย? เราจะอยู่ในโลกที่มีข้อมูลซับซ้อนอย่างไร โดยไม่สูญเสียสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ท่ามกลางผู้ผ่านประสบการณ์ IO โจมตี นักวิจัยที่ศึกษาปัญหานี้ในระดับโครงสร้าง สมาคมวิชาชีพสื่อและผู้กำหนดนโยบาย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองคับคั่ง
.
ได้แก่ ผศ.ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิจัย สถาบัน The German Institute for Global and Area Studies (GIGA), น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย The Reporter, น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านธุรกิจและการเงิน, น.ส.นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา, นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายอภิสิทธิ์ ดุจดา
.
ในตอนหนึ่ง น.ส.ฐปณีย์กล่าวว่า เนื้อหาของปฏิบัติการ IO มีพัฒนาการความรุนแรงทางด้านถ้อยคำ จากที่เราทำหน้าที่สื่อ ก็ขยับไปถึงโจมตีว่า ‘เราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน’ ซึ่งจากการทำข่าว สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มา 30 กว่าปี โดนไอโอโจมตีในเรื่องสามจังหวัดฯ มาอย่างต่อเนื่อง เราจะรับรู้ได้ทันทีว่า เพจไหน คือไอโอ
.
“แต่ช่วงหลังไม่ใช่ มันพัฒนาไปสู่คนที่อยู่นอกพื้นที่ รวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ เริ่มขยาย AI ตามด้วยสำนักข่าว เอาคอนเทนต์ที่บิดเบือนนั้นไปขยายต่อ โดยสื่อวิชาชีพ ทำให้การสร้างความเกลียดชัง กลายเป็นความจริง ขอบคุณสมาคมนักข่าว ที่ออกแถลงการณ์ตอนที่เราเจอ”
.
น.ส.ฐปณีย์เผยว่า ตนไม่อยากปล่อยผ่าน จึงไปยื่นหนังสือถึง นายกฯ ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. เพราะไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ยังกระทบสันติภาพในชายแดนใต้ แต่การโจมตีกลับเพิ่มขึ้นมาเต็มฟีด กระจายไปทั่วประเทศ
.
วันที่ 18 เม.ย. รู้สึกเครียด จึงปรึกษาตำรวจไซเบอร์ ซึ่งก็แนะนำให้เราไป ‘แจ้งความเพจที่หมิ่นประมาท’ เพื่อให้ กระทรวงดีอี ยื่นตรวจสอบกับแพลตฟอร์ม ซึ่งเฟซบุ๊กให้ติดต่อกลับมา พบว่า 1 ใน 9 แอคเคานต์ มีตัวตน แต่นอกเหนือจากนั้นต้องรอ Verify ซึ่งในระหว่างนี้ยังมีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
.
“ในเรื่องผลกระทบต่อสภาพจิตใจ รอบนี้มันหนักหนา เราเป็นห่วง กังวล เพราะกระจายไปรวดเร็ว กลัวถูกลดทอนความน่าเชื่อของการเป็นนักข่าว กลัวที่สุด คือ ‘กลัวไม่ได้ทำข่าวอย่างที่เราอยากทำ’ มันทำให้ไม่น่าเชื่อถือ คุณค่าหายไป เราจะเป็นนักข่าวต่อได้ไหม คือสิ่งที่คิดเยอะ”
.
“ซึ่งยังกระทบส่วนอื่นๆ ด้วย กระทบความเชื่อมั่นต่อสำนักข่าวของเรา กระทบจิตใจตัวเอง พอเห็นมันเยอะขึ้น สุดท้ายไปกระทบคนอื่น เกิดเคสอื่น กระทบกับสามจังหวัด”
.
“สุดท้ายเราตัดสินใจไปพบนักจิตวิทยา เพราะเจอตัวคนจริงๆ เดินมาทักเรา คือเราไปร่วมงาน เขาเดินมาทักว่า ‘คุณฐปณีย์ตัวจริงใช่ไหมเนี่ย ไปสนับสนุนแบ่งแยกดินแดนหรอ?’ เราก็อึ้ง ก็บอกว่า ‘ทำข่าวไม่ได้มีอะไรค่ะ’ เขาก็ฮึ่ม! ขึ้นมา บอกว่า ‘อย่าเชียวนะ อย่าไปสนับสนุน ไม่อย่างนั้นจะไม่เอาไว้” ‘ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่เราจะจัดการได้แล้ว
.
จึงตัดสินใจไปหานักจิตวิทยา เราอยากทำข่าวต่อ คิดวกวนไปหมด ในมิติของเราถูกผลกระทบอย่างร้ายแรงในรอบนี้ และเราไม่ควรจะปล่อยผ่าน ให้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ อีก” น.ส.ฐปณีย์กล่าว และว่า
.
“บางเพจ ทำรูปเราเป็นไอไอ หรือแม้แต่ทำเป็นละคร หรือจับเป็นคู่จิ้น นั่นคือการทำลาย ฆ่ากัน ในทางวิชาชีพฯ เพราะมุ่งเป้าโจมตีชัดเจน อย่างร้ายแรง เราเห็นแพทเทิร์น ที่สมบูรณ์แบบขึ้น อยากให้ใครสักคนทำรายงาน (Report) เรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเปิดให้เห็นชัดเจนว่า เขาทำด้วยวิธีการเหล่านี้
.
รูปเรา ที่เก็บไว้เป็นสิบๆ ปี คอนเทนต์ออกมา ต่อเนื่องชัดมาก มันมีพัฒนาการจริงๆ มันทำให้ คอนเทนต์ กลายเป็นความจริง” น.ส.ฐปณีย์กล่าว ก่อนทิ้งท้ายด้วยว่า
.
อยากให้สังคมได้เห็น ว่าเรื่องไอโอมีจริง ซึ่งมันนำไปสู่การสร้างความขัดแย้ง จากโมเดลไทย-กัมพูชา สะท้อนความสำเร็จของรัฐในการใช้ปฏิบัติการไอโอทางสงคราม แต่ไม่อยากให้มองว่าเป็นแค่เรื่องของ ฐปณีย์ มันอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนก็ได้ ทำให้เกิดความแตกแยก
.
“ห่วงที่สุดคือ กรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่อยากให้เรื่องนี้ ขยับไปสู่ความรุนแรงอีก จึงไม่อยากให้ปล่อยผ่าน จนสุดท้ายหาคนผิดไม่ได้ ลอยนวลพ้นผิด อย่าปล่อยให้ค่านิยมในเรื่องชาติ ปลายเป็นเครื่องมือ ที่รัฐนำมาใช้กับประชาชน”
.
น.ส.ฐปณีย์กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่า กระทบจิตใจจริง คิดถึงกระทั่งว่า ตนจะต้องเริ่มต้นเป็นนักข่าวแบบนับหนึ่งใหม่ เพื่อพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นฐปณีย์เป็นนักข่าว จะไม่เป็นอย่างอื่น เราอยากเห็นการหยุดยั้งขบวนการเหล่านี้ รวมถึงการตรวจสอบ อย่างน้อยกรณีของแยม ควรจะมีรีพอร์ตออกมา ว่าเกิดอะไรขึ้น แพลตฟอร์มต้องมีส่วนรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น
.
“ยื่นหนังสือกับมือ คำแรกที่นายกฯ ทัก คือ ‘ครบ 32 นะ’ คิดกันเอาเองว่า คาดหวังกับหน่วยงานรัฐได้แค่ไหน” น.ส.ฐปณีย์เผย
.
.
สฤณี ชี้เคสไทย-กัมพูชา ‘สนามลอนช์ IO ระดับชาติ’ วอนเอกชนหยุดหนุนปฏิบัติการ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5716894
.
สฤณี ชี้ เคสไทย-กัมพูชา ‘สนาม Launch ไอโอระดับชาติ’ ซ้ำ ลอยนวลพ้นผิด? พร้อมตามต่อ มือบงการ – วอนเอกชน หยุดหนุนปฏิบัติการ ยกระดับ ‘อัลกอริทึม อแวร์เนส’
.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ที่ SCC Creative Space เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเวทีเสวนา Talk อะ Rights “IO: ความจริง ผลกระทบ ความรับผิดชอบ และมาตรการแก้ไข” ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธ และสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี”
.
เพื่อตั้งคำถามว่าใครควรรับผิดชอบ? เหตุใดนักข่าว นักกิจกรรม หรือนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจึงตกเป็นเป้าหมาย? และเราจะอยู่ในโลกที่มีข้อมูลซับซ้อนอย่างไร โดยไม่สูญเสียสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก
.
โดยมี ผศ.ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิจัย สถาบัน The German Institute for Global and Area Studies (GIGA) ร่วมกล่าวปาฐกเปิดเวที
.
ท่ามกลางผู้ผ่านประสบการณ์ IO โจมตี นักวิจัยที่ศึกษาปัญหานี้ในระดับโครงสร้าง สมาคมวิชาชีพสื่อและผู้กำหนดนโยบาย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย The Reporter, น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านธุรกิจและการเงิน, น.ส.นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายอภิสิทธิ์ ดุจดา
.
ในตอนหนึ่ง น.ส.สฤณี กล่าวถึง 4 ปัจจัยของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) โดยข้อสังเกตส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ สิ่งที่รัฐทำนั้นไม่ต่างจาก ปฏิบัติการไอโอของเอกชน หรือองค์กรอื่นๆ เพราะได้เห็นความสำเร็จ ที่มีโครงสร้างการจัดการที่ดี มีทรัพยากรมากกว่าแต่ก่อน มีการผสานเนื้อหาทั้งสายขาว-ดำ ผนวกกับการโจมตีสปายแวร์ ซึ่งตนคิดว่าถ้าเป็นเอกชนคงจะไม่ลงทุนขนาดนี้ อีกทั้งยังหาคำตอบผู้อยู่เบื้องหลังไม่ได้ (กรณีขอตรวตสอบเอกสารราชการ) เนื่องจากมักมีการอ้าง ‘เหตุผลด้านความมั่นคง’
.
เหตุผลที่ทำให้ดูรุนแรงซึมลึก คือ ‘ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา’ ที่เรียกว่าเป็น สนามทดลอง เป็น ‘จุด Launch ของไอโอระดับชาติ’ เพราะเราไม่ได้กำลังทะเลาะกับคนไทย มันจึงโอเค ถ้าต่อสู้กับศัตรู ก็อาจมีความชอบธรรมที่จะใช้ไอโอ
.
“จึงคิดว่า ด้วยจุดนี้เองที่ทำให้ IO พุ่งทะยาน เพราะเขาอาจรู้สึกภูมิใจก็ได้ที่ช่วยคนไทยต่อสู้” น.ส.สฤณีเผย
.
น.ส.สฤณี ยังต้องข้อสังเกตด้วยว่า ความจริงคือ ‘IO ไทย’ ไม่เคยต้องรับผิดชอบใดๆ ซึ่งนั่นคือ ภาวะลอยนวลพ้นผิด
.
ในช่วงหนึ่ง น.ส.สฤณี ได้หยิบยกกรณีของตน ที่มีคำตัดสินออกมาแล้วว่า เชื่อได้ว่า เอกสารของทางราชการ ‘เป็นคำสั่งที่ให้ทำไอโอจริง’ ซึ่งตนรับไม่ได้ รู้สึกถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน และจะทวงถามความยุติธรรมต่อไป
“ปฏิบัติการไอโอ ที่คนน่าจะพอรับได้ คือกรณีไทย-กัมพูชา ซึ่งจริงๆ แล้วมีความซับซ้อนมาก ความขัดแย้งนั้น ขัดแย้งจริงๆ หรือเป็นเรื่องการเมือง? บทบาทไอโอ อาจเป็นตัวจุดประกายด้วยหรือไม่
.
แต่ที่แน่ๆ คือเป็นเหตุการณ์ที่คนเห็นด้วยกับปฏิบัติการของรัฐมากขึ้น” น.ส.สฤณีตั้งข้อสังเกต พร้อมเสนอแนะในช่วงท้าย ให้ยกระดับ ‘อัลกอริทึม อแวร์เนส (Algorithm Awareness) ในสังคม
.
“สุดท้าย ให้มันรู้กันไปว่าประเทศนี้หาใครมารับผิดชอบไม่ได้ ทั้งที่จ่ายไปด้วยภาษีของประชาชน”
.
“สำหรับ เอกชน ซึ่งมีความตื่นตื่นตัวมากกับเรื่องใหม่ เราจึงต้องเชื่อมโยงให้เห็นภาพมากขึ้น ให้การรับ ‘หลักการชี้แนะ’ และเข้าใจในเชิงธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ว่าคุณควรไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งในการทำปฏิบัติการไอโอ” น.ส.สฤณีกล่าวทิ้งท้าย
.
เมื่อถาม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ถึงช่องทางคุ้มครอง ?
.
น.ส.นรีลักษณ์ ตัวแทนกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวว่า หลักๆ คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และตำรวจไซเบอร์ จะมีหน้าที่ติดตามเส้นทางจราจรทางไซเบอร์ ว่าแอคเคานต์นี้คือใคร มีต้นสายปลายเหตุอย่างไร
.
ในส่วนของ ‘กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ’ ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย รับเรื่องร้องเรียน หรือกรณี มีการแจ้งความเป็นคดีหมิ่นประมาทแล้ว แต่ในตอนหลังโดนคุกคาม ก็สามารถมาขอรับ การ ‘คุ้มครองพยาน’ ได้ รวมถึงเรายังให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ทนายความ หรือ กองทุนยุติธรรม เป็นต้น
.
อย่างไรก็ดี การคุกคามในโลกออนไลน์ มีความท้าทายอย่างยิ่ง แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1.เทคโนโลยีไปไกลกว่ากฎหมาย เรายังไม่มีกฎหมายคุ้มครองเรื่องเอไอ เหมือนอย่างเช่น เกาหลี 2.เจ้าหน้าที่รัฐไม่เชี่ยวชาญทางเทคนิคหรือเท่าทันยุค 3.ขาดการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
.
“เราควรต้องเก็บสถิติ ให้เห็น Evidence Based เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา การหมิ่นประมาทออนไลน์ ยังโฟกัสแค่ 2 ประเด็น คือ การหมิ่นประมาทออนไลน์เรื่องเชื้อชาติ กับ ศาสนา ยุยงให้เกิดการเกลียดชัง หากเราจะยกระดับ ควรเก็บข้อมูลเคสไอโอมากขึ้น
.
ในเชิงระบบของภาครัฐ ต้องพัฒนาให้บุคลากรมีความเชี่ยวชาญ เท่าทันเทคโนโลยี ขณะที่ประชาชนควรเท่าทันการเสพสื่อ รวมถึงต้องส่งเสริมให้เข้าถึงช่องทางร้องเรียนได้มากขึ้น.