บริษัทสตาร์ทอัปด้านข่าวกรองจากแหล่งข้อมูลเปิด (OSINT) ของจีนชื่อ MizarVision (หรือ Meentropy Technology Hangzhou Co Ltd) ได้แสดงท่าทีท้าทายหลังจากถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ บรรจุเข้าในบัญชีดำคว่ำบาตร (SDN List) โดยบริษัทได้นำประกาศคว่ำบาตรดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญโฆษณาประกาศรับสมัครงานบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแสดงความเป็น "เกียรติยศ" ขององค์กร
บริษัทเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมจากแหล่งข้อมูลเปิดที่เผยให้เห็นรายละเอียดความเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการ Operation Epic Fury ในอิหร่าน
บริษัทเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมจากแหล่งข้อมูลเปิดที่เผยให้เห็นรายละเอียดความเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการ Operation Epic Fury ในอิหร่าน
ข้อมูลวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัทถูกนำไปใช้ในรายงานข่าวเชิงลึกของสื่อตะวันตก ซึ่งเปิดเผยว่าการโจมตีโต้กลับของอิหร่านสร้างความเสียหายต่อเป้าหมายของสหรัฐฯ มากถึง 228 จุด รวมถึงอาคารที่พักทหาร เครื่องบิน และระบบเรดาร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สหรัฐฯ พยายามขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการดาวเทียมเอกชนในฝั่งตะวันตกปกปิดไว้
มาตรการคว่ำบาตรนี้ส่งผลให้ทรัพย์สินทั้งหมดของ MizarVision ในเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ ถูกอายัด และถูกตัดขาดจากระบบการเงินสากลที่พึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจาก MizarVision แล้ว สหรัฐฯ ยังได้คว่ำบาตรบริษัทเทคโนโลยีดาวเทียมของจีนอีกสองแห่ง ได้แก่ The Earth Eye และ Chang Guang Satellite Technology ในข้อหาจัดหาภาพถ่ายดาวเทียมให้แก่กองทัพอิหร่านโดยตรง
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ ว่าเป็นการป้ายสีและเป็นการใช้กฎหมายคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเชิงลึกเกี่ยวกับการตอบโต้และแคมเปญรับสมัครงานของบริษัทได้ที่รายงานข่าวของ South China Morning Post.
https://www.scmp.com/news/china/military/article/3353282/chinese-company-tracked-us-bombers-over-iran-wears-sanctions-pride
บริษัทดาวเทียมจีนท้าทายการคว่ำบาตรของสหรัฐฯด้วยแคมเปญรับสมัครงานฉลองเกียรติยศขององค์กร
บริษัทเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมจากแหล่งข้อมูลเปิดที่เผยให้เห็นรายละเอียดความเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการ Operation Epic Fury ในอิหร่าน
บริษัทเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมจากแหล่งข้อมูลเปิดที่เผยให้เห็นรายละเอียดความเคลื่อนไหวทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการ Operation Epic Fury ในอิหร่าน
ข้อมูลวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัทถูกนำไปใช้ในรายงานข่าวเชิงลึกของสื่อตะวันตก ซึ่งเปิดเผยว่าการโจมตีโต้กลับของอิหร่านสร้างความเสียหายต่อเป้าหมายของสหรัฐฯ มากถึง 228 จุด รวมถึงอาคารที่พักทหาร เครื่องบิน และระบบเรดาร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สหรัฐฯ พยายามขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการดาวเทียมเอกชนในฝั่งตะวันตกปกปิดไว้
มาตรการคว่ำบาตรนี้ส่งผลให้ทรัพย์สินทั้งหมดของ MizarVision ในเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ ถูกอายัด และถูกตัดขาดจากระบบการเงินสากลที่พึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจาก MizarVision แล้ว สหรัฐฯ ยังได้คว่ำบาตรบริษัทเทคโนโลยีดาวเทียมของจีนอีกสองแห่ง ได้แก่ The Earth Eye และ Chang Guang Satellite Technology ในข้อหาจัดหาภาพถ่ายดาวเทียมให้แก่กองทัพอิหร่านโดยตรง
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ ว่าเป็นการป้ายสีและเป็นการใช้กฎหมายคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเชิงลึกเกี่ยวกับการตอบโต้และแคมเปญรับสมัครงานของบริษัทได้ที่รายงานข่าวของ South China Morning Post.
https://www.scmp.com/news/china/military/article/3353282/chinese-company-tracked-us-bombers-over-iran-wears-sanctions-pride