ฟุตบอลโลก 2026 ที่ไม่ค่อยสะดวก สำหรับประเทศเอเชีย
วัน,เวลาข่าว วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 02.00 น.
จขกท. รัฐบาลก็คงจะอยากให้มีการถ่ายทอดสด เพราะการเมืองมักจะสงบในช่วงนี้
ฟุตบอลโลกรอบนี้ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569
ประเทศเจ้าภาพ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
ขณะนี้ รัฐบาลไทยยังพยายามประสานการจัดการ เพื่อให้คนไทยได้ดูถ่ายสดฟรีเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
1. ครม.ยืนยันไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินไปซื้อลิขสิทธิ์แน่นอน
ล่าสุด ครม. รับทราบแผนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสาน กสทช. เพื่อหาแนวทางให้คนไทยชมฟรี ครบทุกแมทช์ 64 นัด
ยังไม่ได้มีการอนุมัติวงเงินงบประมาณ 1,300 ล้านบาท ตามข่าวลือ
แนวทางก็น่าจะให้ กสทช. เป็นแกนหลักในการดึงภาคเอกชนร่วมสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์และถ่ายทอดสด
สถานะขณะนี้ คือ ยังไม่มีการปิดดีล ยังไม่มีรายละเอียดรูปแบบการถ่ายทอดสดรวมถึงราคาค่าลิขสิทธิ์
2. มีรายงานว่า 7 หน่วยงานที่รับหน้าที่ดำเนินงานร่วมกันเพื่อให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยจะต้องเร่งทำงานให้ทันตามกรอบเวลา ได้แก่
กรมประชาสัมพันธ์ รับหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อบริหารจัดการการถ่ายทอดสดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยจะประสานกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และภาคเอกชน ในส่วนของค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงการคลัง พิจารณายกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างลิขสิทธิ์ รวมถึงการผ่อนปรนระเบียบพัสดุในกรณีที่มีข้อจำกัดเพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้รับผิดชอบด้านเทคนิคการรับ-ส่งสัญญาณ และมาตรการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะการสกัดกั้นสัญญาณไม่ให้รั่วไหล
สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบร่างสัญญาและให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อให้การลงนามในสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ถูกต้องตามระเบียบ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อย และมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการเล่นพนันฟุตบอลตลอดช่วงการแข่งขัน
กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา และการประสานงานกับต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้อง
3. แนวโน้มค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกโดยทั่วไป มีราคาค่างวดแพงขึ้นทุกปี ตามมูลค่าทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่อเนื่อง
ฟุตบอลโลกสมัยที่แล้ว 2022 ที่กาตาร์ ตอนแรก เอเย่นต์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประจำภูมิภาคอาเซียน ได้เรียกค่าลิขสิทธิ์เข้ามาทั้งหมดเต็มแพ็กเกจเป็นเงิน 38 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,440,200,000 บาท
สุดท้าย ค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดคราวที่แล้วลงตัวที่ 33 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท
กทปส. (เงินกองทุนที่ กสทช.เก็บจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล) 600 ล้านบาท
True 300 ล้านบาท
ปตท. 100 ล้านบาท
ไทยเบฟ 100 ล้านบาท ฯลฯ
4.สำหรับค่าลิขสิทธิ์ปีนี้ จีนกับอินเดีย ก็ยังไม่จบดีลกับฟีฟ่า เพราะฟีฟ่าเรียกแพงเหลือเกิน
ในอาเซียน ไทย, มาเลเซีย, ลาว, เมียนมา และบรูไน ยังไม่ปิดดีล
เวียดนาม, กัมพูชา, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ปิดดีลแล้ว แต่ละประเทศจ่ายค่าลิขสิทธิ์ต่างกันไป
ล่าสุด สื่อฮ่องกง เซาท์ไชน่ามอนิ่งโพสต์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ฟีฟ่าได้เดินทางไปจีน เพื่อเจรจากับซีซีทีวี สื่อของรัฐบาลจีน โดยพร้อมลดราคาให้ครึ่งหนึ่ง เหลือ 120-150 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,720 - 4,650 ล้านบาท)
จากที่ฟีฟ่าเคยเสนอไว้ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,300 ล้านบาท)
ซีซีทีวีตั้งเป้าไว้ว่าจะจ่ายแค่ประมาณ 80 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,480 ล้านบาท)เพราะช่วงเวลาถ่ายทอดสดในแต่ละแมทช์ เป็นเวลาช่วงเช้ามืดตามเวลาที่จีน และที่สำคัญ ทีมชาติจีนไม่ได้เข้ารอบ
สื่อเซาท์ไชน่ามอนิ่งโพสต์ ยังอ้างอิงข้อมูลของ Weibo ที่ระบุถึง 10 ประเทศที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ระบุว่า
ไทยต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 14 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 434 ล้านบาท)
ญี่ปุ่น 200 ล้านดอลลาร์
ฮ่องกง 25 ล้านดอลลาร์
เยอรมนี 120 ล้านดอลลาร์
อังกฤษ 350 ล้านดอลลาร์
อิตาลี 80 ล้านดอลลาร์ เป็นต้น
5. ถ้าฟุตบอลโลกหนนี้ ไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์แค่ 14 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 434 ล้านบาท) ก็นับว่าถูกลงกว่าบอลโลกสมัยที่แล้ว
ตัวเลขนี้ สะท้อนมูลค่าทางธุรกิจของการถ่ายทอดสุดฟุตบอลโลกในไทยรอบนี้
ไม่ใช่ว่าคนไทยชอบกีฬาฟุตบอลน้อยลง
แต่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดแข่งขันในทวีปอเมริกา เวลาถ่ายทอดสดในไทยส่วนใหญ่อยู่ช่วงตี 5 จนถึง 11 โมงเช้า
เรียกว่า ช่วงพระบิณฑบาตโน่นเลย
ไม่ใช่ช่วงที่จะมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดดูบอลถ่ายทอดสด เพราะเวลานั้น ร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานบันเทิง ปิดหมดแล้ว
มันไม่ใช่ช่วง prime time สำหรับตลาดโฆษณา
แถมสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก ธุรกิจที่จะมีเงินมาลงทุนลงขันค่าลิขสิทธิ์ มีจำกัด
เม็ดเงินในตลาดโฆษณาทีวี ก็ลดลงต่อเนื่อง
คนที่ไม่ได้ดูสด ก็มีทางเลือกในการดูคลิปสั้น ไฮไลต์ ข่าว จากมือถือเฟซบุ๊ก ยูทูบ ฯลฯ
มูลค่าทางธุรกิจของการถ่ายทอดสุดฟุตบอลโลกในไทยรอบนี้ จึงลดลงกว่าเดิม
6. กรณีศึกษาจีน
ฟุตบอลโลกรอบนี้ ฟีฟ่าเรียกค่าลิขสิทธิ์จากจีนสูงเป็นประวัติการณ์ จากจำนวนประชากร ความชอบฟุตบอล และฐานะทางเศรษฐกิจของจีน
FIFA ระบุว่า จีนคิดเป็นเกือบ 50% ของชั่วโมงรับชมดิจิทัลในฟุตบอลโลก 2022 ทั่วโลก
แต่ครั้งนี้ จีนไม่ยอมเป็นหมูในอวย
พยายามต่อรองจนถึงที่สุด
จีนให้เหตุผลว่า เวลาการแข่งขันในอเมริกาเหนือไม่เอื้อต่อผู้ชมเอเชีย รายได้โฆษณาทีวีที่ลดลง คนรุ่นใหม่หันไปดู short video และไฮไลต์ แทนการดูเต็มเกม รวมถึงฟุตบอลไม่ได้เป็น “สินค้าผูกขาดความสนใจ” เหมือนในอดีตอีกแล้ว จนถึงตอนนี้ จีนก็ยังไม่ได้ปิดดีล
ยิ่งใกล้วันแข่งขัน อำนาจต่อรองของ FIFA ก็จะยิ่งลดลง
7. ดูบอลโลกครั้งนี้ ดูอะไร?
จุดเด่นที่น่าติดตามในการรับชมฟุตบอลโลกหนนี้ ได้แก่
ดูว่า ใครจะเป็นนักเตะดาวจรัสแสงในบอลโลกครั้งนี้
ดูว่า ทีมม้ามืดจากเอเชีย ญี่ปุ่น ผลงานรอบคัดเลือกแข็งแกร่งมาก จะไปได้ไกลแค่ไหน
ดูว่า แท็กติก รูปแบบการเล่นของทีมไหน จะโดดเด่น สร้างกระแสใหม่กับวงการฟุตบอล
นอกจากนี้ ฟุตบอลโลกหนนี้ (FIFA World Cup 2026) เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก
เตะในสหรัฐอเมริกา (11 เมือง), เม็กซิโก (3 เมือง) และแคนาดา (2 เมือง) รวม 16 เมืองเจ้าภาพ
เพิ่มทีมแข่งขันเป็น 48 ทีม
เพิ่มจำนวนแมทช์รวม 104 นัด (จากเดิม 64 นัด)
โดยรอบแบ่งกลุ่ม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม และเพิ่มรอบ 32 ทีมสุดท้าย
มีการใช้เทคโนโลยี AI/Connected Ball โดยลูกฟุตบอล “ทรีอนด้า” จะส่งสัญญาณข้อมูลให้ระบบ VAR และ SAOT (Semi-automated Offside Technology)แบบ Real-time
ดูว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีไฮเทคต่งๆ เข้ามาช่วยดำเนินการจัดการแข่งขัน และการถ่ายทอดสด เสริมความบันเทิง ความสนุกสนาน อย่างไรอีกบ้าง
เชื่อว่าสุดท้าย คนไทยก็คงจะได้ดูบอลโลกฟรีต่อไปอีก ให้หลายๆประเทศในโลกอิจฉาต่อไป
สรุปเรื่อง ฟุตบอลโลก 2026 การถ่ายทอดสดที่ไม่ค่อยสะดวก สำหรับประเทศเอเชีย ; เวลาแข่ง อาจจะไม่เหมาะกับการลงทุน