ผู้ต้องหารับว่าช่วงเเรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า จากนั้นได้ผันตัวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แบบนี้จะใช้ตำแหน่งประกันตัวได้มั้ยเนี่ย
https://www.facebook.com/share/18TQzsVg6H/?mibextid=wwXIfr
เจ้าหน้าที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าจับกุม นายอมรเทพ หรือ ต้า อายุ 35 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
สืบเนื่องจากเมื่อกลางปี 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งความกรณีมีคนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแต่งกายเป็นตำรวจ ข่มขู่และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายอมรเทพ (ผู้ต้องหา) ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กำลังจะเดินทางกลับไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา อีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามจนพบผู้ต้องหา และทำการจับกุม นำตัวส่ง กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม และกำลังจะเตรียมตัวกลับไปทำงานที่กัมพูชาต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน
ใน
ส่วนของการร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าช่วงเเรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า จากนั้นได้ผันตัวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำหน้าที่แต่งตัวคล้ายตำรวจ วิดีโอคอลข่มขู่ผู้เสียหาย
เกมซะแล้ว!! ตำรวจไซเบอร์บุกรวบ "พันโทต้า" แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กองร้อยปอยเปต ขณะเตรียมเผ่นกลับไปทำงานเขมร
แบบนี้จะใช้ตำแหน่งประกันตัวได้มั้ยเนี่ย
https://www.facebook.com/share/18TQzsVg6H/?mibextid=wwXIfr
เจ้าหน้าที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าจับกุม นายอมรเทพ หรือ ต้า อายุ 35 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
สืบเนื่องจากเมื่อกลางปี 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งความกรณีมีคนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแต่งกายเป็นตำรวจ ข่มขู่และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายอมรเทพ (ผู้ต้องหา) ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กำลังจะเดินทางกลับไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา อีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามจนพบผู้ต้องหา และทำการจับกุม นำตัวส่ง กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม และกำลังจะเตรียมตัวกลับไปทำงานที่กัมพูชาต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน
ในส่วนของการร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าช่วงเเรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า จากนั้นได้ผันตัวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำหน้าที่แต่งตัวคล้ายตำรวจ วิดีโอคอลข่มขู่ผู้เสียหาย