เราให้ AI ทำสรุปแบบย่อตามภาพด้านล่าง แต่ถ้าใครอยากอ่านแบบละเอียด เลื่อนลงไปอ่านได้ เพื่อการเตรียมตัวจะได้เข้าใจมากขึ้น
รายละเอียดเป็นข้อดังนี้เลย
1. เราอยู่กรุงเทพ มีใบขับขี่ตลอดชีพอยู่แล้ว เลยอยากไปทำใบขับขี่สาธารณะเก็บไว้เผื่อไว้ลองหาประสบการณ์ขับ Grab หรือ Bolt
2. หาข้อมูลลายละเอียดการทำใน Web พบว่าเราต้องเตรียมตัวก่อนดังนี้
a. เราต้องเข้าไปลงทะเบียน ใน Web กรมขนส่ง dlt-elearning.com เลือกลงทะเบียน และเลือกบริการที่เราจะทำ ในที่นี่เราเลือกทำใบขับขี่สาธารณะ และ เรียน e-learning อบรมใน Web ก่อน ต้องเรียนทุกตอนทาง Computer และสุดท้ายจะมีสอบด้วย เมื่อผ่านแล้ว ระบบจะให้ QR Code และเขียนว่า เรา นาย .... เลขบัตรประขาขน .... ผ่านการอบรมแล้ว เมื่อวันที่ ..... ซึ่งผลการอบรมมีอายุ 6 เดือน เราก็ Cap หน้าจอไว้ เอาไปแสดงให้กรมขนส่ง
b. หลังจากผ่านแล้ว ตอนแรกเหมือนกับต้องจองเวลาก่อนไปติดต่อ แต่เห็นหลายคน Walk in ไปก็มี เลยตัดสินใจว่าจะ Walk in ไป โดยจะไปแต่เช้าเลยในวันรุ่งขึ้น
3. ออกจากบ้านและไปถึงขนส่ง ลืมไปว่าต้องไปอาคารอะไร เราจะเคยชินกับ 3 ที่ต้องมาต่อทะเบียนบ่อยๆทุกปี เลยแวะถามพี่ รปภ. จึงรู้ว่าต้องมาอาคาร 4 ซึ่งอยู่ลึกลงตรงลงไปอยู่ทางซ้ายมือ ใครที่เข้าจากหน้าประตูใหญ่ฝั่ง จตุจักร ก็เดิมเข้ามเรื่อยๆ ตึกจะอยู่ฝั่งขวา เกือบถึงทางออกด้านหลังกรมขนส่ง
4. เดินเข้ามาในตึก ประมาณ 7 โมงครึ่งเห็นคนต่อคิวกับเป็นแถวแล้ว เราก็ไปยืนอ่าน ลืมไปว่าต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วย แม้ว่าเราจะเคยมีใบขับขี่ตลอดชีพแล้ว แต่ถ้าต้องทำใบขับขี่สาธารณะ ก็ต้องใช้ใหม่ด้วย นึกไว้ว่าตรงหน้าขนส่ง จะมีคลินิก จึงเดินกลับออกไป คลินิกเปิดแล้ว เหมือนจะรู้ว่าต้องมีคนมาขอใบรับรองแพทย์ จึงเปิดแต่เข้าเลย ซึ่งเมื่อเราไปถึงก็มีคนมาต่อคิวขอใบรับรองแพทย์กัน 7-8 คนแล้ว ก็เข้าคิว จะมีป้าคอยมาจัดคิวให้ เสียค่าใช้จ่ายออกใบรับรองแพทย์ 100 บาท รอสักประมาณ 30 นาทีรวมรอคิว ก็ได้ใบรับรองแพทย์มา
5. เดินกลับเข้าไปที่ขนส่ง อาคาร 4 ปรากฏว่าคนต่อคิวยิ่งเยอะเข้าไปอีก เราก็เอะใจ คนจะมาทำใบขับขี่สาธารณะเยอะขนาดนี้เลยหรือ พอดีเห็นพี่ผู้ชายที่คอยแจ้ง และจัดคิว เราเลยเดินเข้าไปถาม ปรากฏว่าที่มารอกันเยอะๆนี่เป็นกลุ่มคนที่มาทำใบขับขี่ใหม่กัน มีทั้งนัดหมายและ Walk in เยอะไปหมด และเราก็โชคดี พี่เขาบอกถ้ามาทำใบขับขี่สาธารณะให้ขึ้นไปติดต่อที่ชั้น 4 เราก็โล่งใจไม่ต้องไปต่อคิวที่ชั้น 1 ซึ่งคนเยอะๆมากกก
6. เดินขึ้นมาชั้น 4 ก็ผลักประตูเข้าไป จะมีตรงหน้าเลย น้องผู้หญิงพนักงานคอยถามว่าเรามาทำอะไร และดูเอกสารเบื้องต้นให้เรา ปรากฏว่าเขาจะอ้างอิงข้อมูลจากใบขับขี่ตลอดชีพเรา ซึ่งเป็นบัตรเก่า รูปหน้าไม่ชัดแล้ว จึงให้เราไปติดต่อ ทำบัตรใหม่แต่ยังคงเป็นสถานะตลอดชีพอยู่ ที่ชั้น 1 ก็กลับลงไปชั้น 1 ตรงที่เรียกคิว จะไม่ใช่ที่เราต้องไป แต่ด้านด้านขวาของอาคาร 4 จะมีหน่วยงาน ทำบัตรและอื่นๆ เราก็เข้าไปกดคิว (ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ ว่าเราจะมายืนยันตัวตนเพราะบัตรเก่ามันรูปไม่ชัด)
7. เมื่อถึงคิวเรา (อาคาร 4 ชั้น 1 ปีกขวา) เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกเข้าไป และดูบัตรเก่าเรา เขาก็จะรู้และให้เราถ่ายรูปทำบัตรใหม่เลย เขามีกล้องอยู่ เหมือนทำ VISA ไปต่างประเทศ สักแพร๊บก็ได้บัตรมา เตรียมเงินเสียค่าธรรมเนียมด้วย)
8. เมื่อได้บัตรมา ก็กลับไปที่ชั้น 4 และยื่นให้กับน้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งน้องก็จะเขียนใบเอกสารที่เกี่ยวข้อง และให้เราเอาไปเอาไปชั้น 3 เพื่อสอบ (อ้าวเพิ่งรู้ว่าต้องมีสอบด้วย นึกว่าเรามีใบขับขี่แล้วไม่ต้องสอบ)
9. ลงมาชั้น 3 ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอก มาสอบใช่ไหม เราก็บอกมาสอบใบขับสาธารณะ ซึ่ง จากสังเกตุ การสอบนี้จะเป็นการสอบ เกี่ยวกับร่ายกายเรา 3 อย่าง แบ่งเป็น 3 สถานี คือ
a. ทดสอบสายตา กดตามสีที่ปรากฏ ภายในเวลาที่กำหนด (วินาที)
b. ทดสอบสายตา ว่าแสงที่ปรากฏ อยู่ที่สายตาข้างซ้ายหรือขวา
c. ทดสอบเกี่ยวกับสายตา เกี่ยวกับความลึก โดยให้เราปรับอุปกรณ์ที่เขาเตรียมมาให้ ให้ไม่มีความห่างในเขิงลึกหรือมีให้น้อยที่สุด
d. ทดสอบเกี่ยวกับการตอบสนองการเบรค เมื่อเราเห็นไฟแดง ภายในเวลา (วินาทีที่กำหนด)
ข้อ C และ D ใช้สถานีเดียวกัน และจากการสังเกตุ คนจะตกสถานีนี้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดแต่ละการทดสอบ ยอมให้ผิดได้ 3 ครั้ง ถ้าเกินกว่านี้ เจ้าหน้าที่จะให้ออกไปเตรียมตัวใหม่ ถ้าพร้อมก็มาต่อแถวใหม่ ใครตกสถานีไหน ก็มาซ่อมสถานีนั้น
10. เมื่อผ่านการทดสอบเกี่ยวกับร่างกายและการตอบสนองแล้ว เราก็คิดว่าจบ แต่ไม่ เจ้าหน้าที่บอกให้ไปสอบข้อเขียนต่อเดินตามเส้นสีบนพื้นที่เขาบอก เพื่อไปสอบ เดินไปเราก็จะเจอห้องสอบใหญ่ ภายในมีโต๊ะและคอมพิวเตอร์ตั้งประมาณ 50 ชุดได้ หน้าห้องก็จะมีเจ้าหน้าที่ให้เราลงชื่อ และส่งตัวเราเข้าไปสอบ เจ้าหน้าที่ในห้องก็จะ Check ว่าเรามาสอบอะไร เรามาสอบใบขับขี่สาธารณะ ข้อสอบก็จะเป็นอีกแบบนึง ไม่เหมือนกับคนมาสอบใบขับขี่ทั่วไป แล้วกดข้อมูลใน Computer ของเจ้าหน้าที่ และบอกให้เราไปโต๊ะที่เขากำหนด
11. เมื่อไปถึงโต๊ะ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาทำอะไรทีเครื่องเรา แล้วเราก็เริ่มสอบ หน้าจอจะบอกเราเองว่าให้ทำอะไร การสอบใบขับขี่สาธารณะ เราต้องทำข้อสอบ 30 และต้องถูก 90% หรือต้องถูก 27 ข้อ ถ้าไม่ถึงต้องสอบใหม่
a. สอบครั้งที่ 1 เราสังเกตุ อ่านโจทย์ และเลือกตอบตามตัวเลือก 4 ข้อ คิดว่าข้อไหนถูกก็เลือกไป ระบบก็จะเก็บข้อมูลไว้ เป็นข้อสอบเกี่ยวกับรถสาธารณะ การบริการ การติดป้ายแจ้งผู้โดยการ การปฏิบัติกับผู้โดยสาร ประมาณนี้ ซึ่งตัวเลือกจะค่อนข้างอ่านแล้วเราจะเลือกยาก เพราะตัวเลือกนั้นก็น่าจะใช้ ตัวเลือกนี้ก็น่าจะใช่ ปรากฏว่า ครั้งแรก ได้ 20 เต็ม 30 เจ้าหน้าที่ถามจะสอบต่อไหม ถ้าสอบให้ทวนข้อที่เราทำและตอบพี่ ระบบจะเอาข้อสอบเก่าเรามาให้ดู และบอกว่าข้อไหนตอบผิด เราก็พยายามทำความเข้าใจและจำข้อคำตอบที่ถูกไว้ เมื่อพร้อมเราก็บอกเจ้าหน้าที่ขอสอบอีกครั้ง นั่งโต๊ะเดิมไม่ต้องลุกไปไหน
b. สอบครั้งที่ 2 ตกใจ มันมีช้อใหม่เข้ามาด้วย เอาล่ะ ผิดได้แค่ 3 ข้อ ก็พยายามอ่านและทำไป ยังดีมีข้อเก่ามาผสมมากหน่อย ตอนจะกดส่ง ยังคิดว่าไม่น่าผ่านเพราะมีข้อใหม่เข้ามาพอสมควร แต่ปรากฏว่าได้ 29 ข้อ เลยถอนหายใจสบายเลย เจ้าหน้าที่เก่งนะนี่คนอื่นเขาหลายๆรอบมากจนต้องให้ไปพัก
12. เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะมาที่เจ้าหน้าที่หน้าห้องสอบ เพื่อลงข้อมูล และบอกว่าขั้นตอนที่กรมขนส่งเสร็จแล้ว และเขียนในใบเอกสารให้เรา และเอาเอกสารซึ่งกรมขนส่งออกมา เพื่อให้เราเอาไปติดต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ใส่ซองปิดผนีกไว้ให้เรา และเอกสารเรากลับด้วยซึ่งจะมีใบ QR Code เพื่อให้เราตรวจสอบ ว่าเมื่อเราไปยื่นซองเอกสารให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ผลตรวจเป็นอย่างไร เป็นอันจบกระบวนการที่กรมขนส่งหลังจากที่เราสอบทุกอย่างผ่านแล้วในวันนี้
13. ตอนแรกว่าจะไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเลย แต่เห็นว่าเป็นว่า เที่ยงแล้ว (ใช้เวลาครึ่งวัน) ประกอบกับต้องจองคิวด้วย เลยเข้าไปดู ปรากฏว่าจองในวันรุ่งขึ้นได้ จึงกลับบ้านไปพักดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยไป
14. วันถัดไป ไปแต่เช้าเลย นั่งรถไฟฟ้าไปลงสยามแล้วเดินมาที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าจำไม่ผิดก็จะเป็นอาคาร 7 เราก็ถามเจ้าหน้าเขาไป ระหว่างทางเดินก็พบเจ้าหน้าที่คนทำงานมากมายกำลังเข้าทำงาน
15. ไปถึงอาคาร 7 ชั้น 1 เราก็ยื่นซองเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่คงรู้อยู่แล้ว ก็ดำเนินและให้เรากรอกเอกสาร และนำไปเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ เราก็ไปจ่ายเงิน เสร็จ ก็ต่อคิวเรียกพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบ ได้เจ้าหน้าที่ผู้หญิง ซึ่งใส่ถุงมือยางคอยจับมือเราพิมพ์ ไม่นานก็เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งเราให้ตรวจสอบผลจาก QR Code ที่ขนส่งให้มา เราก็เดินทางกลับบ้าน
16. ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน (Check QR Code ทุกวัน) ผลก็แจ้งว่า กรมขนส่งได้รับผลแล้ว เราก็เดินทางไปกรมขนส่ง กลับไปที่อาคาร 4 ชั้น 3 ตรง Counter ที่ตอนแรกเรามา ยื่น QR Code ให้เขาดู พนักงานก็จะเรียกให้เรามาถ่ายรูป ซึ่งเขาแจ้งแล้วว่าให้แต่งกายสุภาพในการถ่ายรูป ถ้าใครใส่เสื้อไม่ถูกระเบียบมา เขาก็มีเสื้อเปลี่ยนให้ใส่ เราก็ถ่ายรูปและได้เป็นบัตรมา มีค่าธรรมเนียมด้วยนะจำไม่ได้ว่า 100 หรือ 200 บาท
ก็เป็นอันจบได้ใบขับขี่สาธารณะมาอีก 1 ใบ รวมเวลาที่ใช้ตั้งแต่เรียนจนได้ใบขับชี่สาธารณะ ก็ประมาณไม่เกิน 2 อาทิตย์ เหลือเลย
ใครที่กำลังจะไปทำอยู่ก็ดูรายละเอียดได้เลย
เห็นว่าข้อมูลมีประโยชน์ ฝากกดติดตาม กดหัวใจ เป็นกำลังในการเอาข้อมูลดีๆอื่นๆมา Share อีก
Share การไปทำใบขับขี่สาธารณะที่ขนส่งหมดชิต ช่วงปลายเดือนเมษายน 2026
รายละเอียดเป็นข้อดังนี้เลย
1. เราอยู่กรุงเทพ มีใบขับขี่ตลอดชีพอยู่แล้ว เลยอยากไปทำใบขับขี่สาธารณะเก็บไว้เผื่อไว้ลองหาประสบการณ์ขับ Grab หรือ Bolt
2. หาข้อมูลลายละเอียดการทำใน Web พบว่าเราต้องเตรียมตัวก่อนดังนี้
a. เราต้องเข้าไปลงทะเบียน ใน Web กรมขนส่ง dlt-elearning.com เลือกลงทะเบียน และเลือกบริการที่เราจะทำ ในที่นี่เราเลือกทำใบขับขี่สาธารณะ และ เรียน e-learning อบรมใน Web ก่อน ต้องเรียนทุกตอนทาง Computer และสุดท้ายจะมีสอบด้วย เมื่อผ่านแล้ว ระบบจะให้ QR Code และเขียนว่า เรา นาย .... เลขบัตรประขาขน .... ผ่านการอบรมแล้ว เมื่อวันที่ ..... ซึ่งผลการอบรมมีอายุ 6 เดือน เราก็ Cap หน้าจอไว้ เอาไปแสดงให้กรมขนส่ง
b. หลังจากผ่านแล้ว ตอนแรกเหมือนกับต้องจองเวลาก่อนไปติดต่อ แต่เห็นหลายคน Walk in ไปก็มี เลยตัดสินใจว่าจะ Walk in ไป โดยจะไปแต่เช้าเลยในวันรุ่งขึ้น
3. ออกจากบ้านและไปถึงขนส่ง ลืมไปว่าต้องไปอาคารอะไร เราจะเคยชินกับ 3 ที่ต้องมาต่อทะเบียนบ่อยๆทุกปี เลยแวะถามพี่ รปภ. จึงรู้ว่าต้องมาอาคาร 4 ซึ่งอยู่ลึกลงตรงลงไปอยู่ทางซ้ายมือ ใครที่เข้าจากหน้าประตูใหญ่ฝั่ง จตุจักร ก็เดิมเข้ามเรื่อยๆ ตึกจะอยู่ฝั่งขวา เกือบถึงทางออกด้านหลังกรมขนส่ง
4. เดินเข้ามาในตึก ประมาณ 7 โมงครึ่งเห็นคนต่อคิวกับเป็นแถวแล้ว เราก็ไปยืนอ่าน ลืมไปว่าต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วย แม้ว่าเราจะเคยมีใบขับขี่ตลอดชีพแล้ว แต่ถ้าต้องทำใบขับขี่สาธารณะ ก็ต้องใช้ใหม่ด้วย นึกไว้ว่าตรงหน้าขนส่ง จะมีคลินิก จึงเดินกลับออกไป คลินิกเปิดแล้ว เหมือนจะรู้ว่าต้องมีคนมาขอใบรับรองแพทย์ จึงเปิดแต่เข้าเลย ซึ่งเมื่อเราไปถึงก็มีคนมาต่อคิวขอใบรับรองแพทย์กัน 7-8 คนแล้ว ก็เข้าคิว จะมีป้าคอยมาจัดคิวให้ เสียค่าใช้จ่ายออกใบรับรองแพทย์ 100 บาท รอสักประมาณ 30 นาทีรวมรอคิว ก็ได้ใบรับรองแพทย์มา
5. เดินกลับเข้าไปที่ขนส่ง อาคาร 4 ปรากฏว่าคนต่อคิวยิ่งเยอะเข้าไปอีก เราก็เอะใจ คนจะมาทำใบขับขี่สาธารณะเยอะขนาดนี้เลยหรือ พอดีเห็นพี่ผู้ชายที่คอยแจ้ง และจัดคิว เราเลยเดินเข้าไปถาม ปรากฏว่าที่มารอกันเยอะๆนี่เป็นกลุ่มคนที่มาทำใบขับขี่ใหม่กัน มีทั้งนัดหมายและ Walk in เยอะไปหมด และเราก็โชคดี พี่เขาบอกถ้ามาทำใบขับขี่สาธารณะให้ขึ้นไปติดต่อที่ชั้น 4 เราก็โล่งใจไม่ต้องไปต่อคิวที่ชั้น 1 ซึ่งคนเยอะๆมากกก
6. เดินขึ้นมาชั้น 4 ก็ผลักประตูเข้าไป จะมีตรงหน้าเลย น้องผู้หญิงพนักงานคอยถามว่าเรามาทำอะไร และดูเอกสารเบื้องต้นให้เรา ปรากฏว่าเขาจะอ้างอิงข้อมูลจากใบขับขี่ตลอดชีพเรา ซึ่งเป็นบัตรเก่า รูปหน้าไม่ชัดแล้ว จึงให้เราไปติดต่อ ทำบัตรใหม่แต่ยังคงเป็นสถานะตลอดชีพอยู่ ที่ชั้น 1 ก็กลับลงไปชั้น 1 ตรงที่เรียกคิว จะไม่ใช่ที่เราต้องไป แต่ด้านด้านขวาของอาคาร 4 จะมีหน่วยงาน ทำบัตรและอื่นๆ เราก็เข้าไปกดคิว (ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ ว่าเราจะมายืนยันตัวตนเพราะบัตรเก่ามันรูปไม่ชัด)
7. เมื่อถึงคิวเรา (อาคาร 4 ชั้น 1 ปีกขวา) เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกเข้าไป และดูบัตรเก่าเรา เขาก็จะรู้และให้เราถ่ายรูปทำบัตรใหม่เลย เขามีกล้องอยู่ เหมือนทำ VISA ไปต่างประเทศ สักแพร๊บก็ได้บัตรมา เตรียมเงินเสียค่าธรรมเนียมด้วย)
8. เมื่อได้บัตรมา ก็กลับไปที่ชั้น 4 และยื่นให้กับน้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งน้องก็จะเขียนใบเอกสารที่เกี่ยวข้อง และให้เราเอาไปเอาไปชั้น 3 เพื่อสอบ (อ้าวเพิ่งรู้ว่าต้องมีสอบด้วย นึกว่าเรามีใบขับขี่แล้วไม่ต้องสอบ)
9. ลงมาชั้น 3 ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอก มาสอบใช่ไหม เราก็บอกมาสอบใบขับสาธารณะ ซึ่ง จากสังเกตุ การสอบนี้จะเป็นการสอบ เกี่ยวกับร่ายกายเรา 3 อย่าง แบ่งเป็น 3 สถานี คือ
a. ทดสอบสายตา กดตามสีที่ปรากฏ ภายในเวลาที่กำหนด (วินาที)
b. ทดสอบสายตา ว่าแสงที่ปรากฏ อยู่ที่สายตาข้างซ้ายหรือขวา
c. ทดสอบเกี่ยวกับสายตา เกี่ยวกับความลึก โดยให้เราปรับอุปกรณ์ที่เขาเตรียมมาให้ ให้ไม่มีความห่างในเขิงลึกหรือมีให้น้อยที่สุด
d. ทดสอบเกี่ยวกับการตอบสนองการเบรค เมื่อเราเห็นไฟแดง ภายในเวลา (วินาทีที่กำหนด)
ข้อ C และ D ใช้สถานีเดียวกัน และจากการสังเกตุ คนจะตกสถานีนี้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดแต่ละการทดสอบ ยอมให้ผิดได้ 3 ครั้ง ถ้าเกินกว่านี้ เจ้าหน้าที่จะให้ออกไปเตรียมตัวใหม่ ถ้าพร้อมก็มาต่อแถวใหม่ ใครตกสถานีไหน ก็มาซ่อมสถานีนั้น
10. เมื่อผ่านการทดสอบเกี่ยวกับร่างกายและการตอบสนองแล้ว เราก็คิดว่าจบ แต่ไม่ เจ้าหน้าที่บอกให้ไปสอบข้อเขียนต่อเดินตามเส้นสีบนพื้นที่เขาบอก เพื่อไปสอบ เดินไปเราก็จะเจอห้องสอบใหญ่ ภายในมีโต๊ะและคอมพิวเตอร์ตั้งประมาณ 50 ชุดได้ หน้าห้องก็จะมีเจ้าหน้าที่ให้เราลงชื่อ และส่งตัวเราเข้าไปสอบ เจ้าหน้าที่ในห้องก็จะ Check ว่าเรามาสอบอะไร เรามาสอบใบขับขี่สาธารณะ ข้อสอบก็จะเป็นอีกแบบนึง ไม่เหมือนกับคนมาสอบใบขับขี่ทั่วไป แล้วกดข้อมูลใน Computer ของเจ้าหน้าที่ และบอกให้เราไปโต๊ะที่เขากำหนด
11. เมื่อไปถึงโต๊ะ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาทำอะไรทีเครื่องเรา แล้วเราก็เริ่มสอบ หน้าจอจะบอกเราเองว่าให้ทำอะไร การสอบใบขับขี่สาธารณะ เราต้องทำข้อสอบ 30 และต้องถูก 90% หรือต้องถูก 27 ข้อ ถ้าไม่ถึงต้องสอบใหม่
a. สอบครั้งที่ 1 เราสังเกตุ อ่านโจทย์ และเลือกตอบตามตัวเลือก 4 ข้อ คิดว่าข้อไหนถูกก็เลือกไป ระบบก็จะเก็บข้อมูลไว้ เป็นข้อสอบเกี่ยวกับรถสาธารณะ การบริการ การติดป้ายแจ้งผู้โดยการ การปฏิบัติกับผู้โดยสาร ประมาณนี้ ซึ่งตัวเลือกจะค่อนข้างอ่านแล้วเราจะเลือกยาก เพราะตัวเลือกนั้นก็น่าจะใช้ ตัวเลือกนี้ก็น่าจะใช่ ปรากฏว่า ครั้งแรก ได้ 20 เต็ม 30 เจ้าหน้าที่ถามจะสอบต่อไหม ถ้าสอบให้ทวนข้อที่เราทำและตอบพี่ ระบบจะเอาข้อสอบเก่าเรามาให้ดู และบอกว่าข้อไหนตอบผิด เราก็พยายามทำความเข้าใจและจำข้อคำตอบที่ถูกไว้ เมื่อพร้อมเราก็บอกเจ้าหน้าที่ขอสอบอีกครั้ง นั่งโต๊ะเดิมไม่ต้องลุกไปไหน
b. สอบครั้งที่ 2 ตกใจ มันมีช้อใหม่เข้ามาด้วย เอาล่ะ ผิดได้แค่ 3 ข้อ ก็พยายามอ่านและทำไป ยังดีมีข้อเก่ามาผสมมากหน่อย ตอนจะกดส่ง ยังคิดว่าไม่น่าผ่านเพราะมีข้อใหม่เข้ามาพอสมควร แต่ปรากฏว่าได้ 29 ข้อ เลยถอนหายใจสบายเลย เจ้าหน้าที่เก่งนะนี่คนอื่นเขาหลายๆรอบมากจนต้องให้ไปพัก
12. เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะมาที่เจ้าหน้าที่หน้าห้องสอบ เพื่อลงข้อมูล และบอกว่าขั้นตอนที่กรมขนส่งเสร็จแล้ว และเขียนในใบเอกสารให้เรา และเอาเอกสารซึ่งกรมขนส่งออกมา เพื่อให้เราเอาไปติดต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ใส่ซองปิดผนีกไว้ให้เรา และเอกสารเรากลับด้วยซึ่งจะมีใบ QR Code เพื่อให้เราตรวจสอบ ว่าเมื่อเราไปยื่นซองเอกสารให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ผลตรวจเป็นอย่างไร เป็นอันจบกระบวนการที่กรมขนส่งหลังจากที่เราสอบทุกอย่างผ่านแล้วในวันนี้
13. ตอนแรกว่าจะไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเลย แต่เห็นว่าเป็นว่า เที่ยงแล้ว (ใช้เวลาครึ่งวัน) ประกอบกับต้องจองคิวด้วย เลยเข้าไปดู ปรากฏว่าจองในวันรุ่งขึ้นได้ จึงกลับบ้านไปพักดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยไป
14. วันถัดไป ไปแต่เช้าเลย นั่งรถไฟฟ้าไปลงสยามแล้วเดินมาที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าจำไม่ผิดก็จะเป็นอาคาร 7 เราก็ถามเจ้าหน้าเขาไป ระหว่างทางเดินก็พบเจ้าหน้าที่คนทำงานมากมายกำลังเข้าทำงาน
15. ไปถึงอาคาร 7 ชั้น 1 เราก็ยื่นซองเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่คงรู้อยู่แล้ว ก็ดำเนินและให้เรากรอกเอกสาร และนำไปเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ เราก็ไปจ่ายเงิน เสร็จ ก็ต่อคิวเรียกพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบ ได้เจ้าหน้าที่ผู้หญิง ซึ่งใส่ถุงมือยางคอยจับมือเราพิมพ์ ไม่นานก็เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งเราให้ตรวจสอบผลจาก QR Code ที่ขนส่งให้มา เราก็เดินทางกลับบ้าน
16. ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน (Check QR Code ทุกวัน) ผลก็แจ้งว่า กรมขนส่งได้รับผลแล้ว เราก็เดินทางไปกรมขนส่ง กลับไปที่อาคาร 4 ชั้น 3 ตรง Counter ที่ตอนแรกเรามา ยื่น QR Code ให้เขาดู พนักงานก็จะเรียกให้เรามาถ่ายรูป ซึ่งเขาแจ้งแล้วว่าให้แต่งกายสุภาพในการถ่ายรูป ถ้าใครใส่เสื้อไม่ถูกระเบียบมา เขาก็มีเสื้อเปลี่ยนให้ใส่ เราก็ถ่ายรูปและได้เป็นบัตรมา มีค่าธรรมเนียมด้วยนะจำไม่ได้ว่า 100 หรือ 200 บาท
ก็เป็นอันจบได้ใบขับขี่สาธารณะมาอีก 1 ใบ รวมเวลาที่ใช้ตั้งแต่เรียนจนได้ใบขับชี่สาธารณะ ก็ประมาณไม่เกิน 2 อาทิตย์ เหลือเลย
ใครที่กำลังจะไปทำอยู่ก็ดูรายละเอียดได้เลย
เห็นว่าข้อมูลมีประโยชน์ ฝากกดติดตาม กดหัวใจ เป็นกำลังในการเอาข้อมูลดีๆอื่นๆมา Share อีก