Brian Kwon หัวหน้าทีมฝ่ายการตลาดและการขายในสเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลางของกลุ่มเรือรบและกลุ่มเรือขนาดกลางกล่าวว่า Hyundai Heavi Industry (HHI) กล่าวว่าสำหรับข้อเสนอ Offset ที่กองทัพเรือไทยกำหนดนั้น HHI เน้นว่าจะไม่เสนอข้อเสนอที่เป็นไปไม่ได้หรือมีความเสี่ยงสูง โดย HHI ลงพื้นที่สำรวจขีดความสามารถของอู่ในประเทศไทยทั้งของกองทัพเรือและอู่เอกชน พบว่าอู่ส่วนมากเน้นไปที่การซ่อมเรือ และยังมีช่องว่างให้พัฒนาอีกมากก่อนที่จะต่อเรือได้
"ถ้าจะต่อในไทย 100% ต้องต่อให้ได้ตรงตามกำหนดเวลาและได้คุณภาพ ถ้าทำไม่ได้ก็จะเสียชื่อเสียงทั้งไทยและ HHI ดังนั้นเราต้องเพิ่มขีดความสามารถของอู่ไทยขึ้นและจัดการความเสี่ยงให้ดี"
โดย HHI แบ่งการพัฒนาเป็น 4 เฟสคือ เฟส 1 เริ่มให้อู่เอกชนในประเทศไทยต่อในส่วนของ Forward Block และ Upper Block ซึ่งคิดเป็นงาน 40% ของมูลค่า และใส่เรือมาประกอบใน HHI ส่วนในเฟส 2 ของลำที่สองจะเพิ่มงานในประเทศไทยเป็น 57% คือให้อู่ไทยต่อ Superstructure ทั้งหมดรวมถึง Forward Block และเฟส 3 ในเรือลำที่สามจะเป็นการต่อ 100% ทั้งหมดในไทย โดยให้อู่ไทยเป็นผู้นำและ HHI สนับสนุนเพื่อสร้างขีดความสามารถให้อู่ไทยก้าวสู่เฟส 4 ที่ไทยจะเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์กับอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง HHI ซึ่ง HHI ส่งงานมาให้อู่ไทยทำงาน เช่นต่อเรือที่กองทัพเรือไทยจัดหาหรือกองทัพเรือชาติอื่นจัดหา ซึ่งจะช่วยให้ขีดความสามารถที่สร้างขึ้นนั้นมีงานรองรับอย่างต่อเนื่อง
" HHI จะไม่เสนออะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะอาจมีปัญหาแบบโครงการของมาเลเซียที่ประสบกับความล่าช้าหลายปีพร้อมงบประมาณที่บานปลาย จากการลงพื้นที่สำรวจในประเทศไทยนั้น อู่ไทยส่วนใหญ่เน้นที่การซ่อมเรือและต่อเรือเล็ก ดังนั้นไม่น่าจะมีขีดความสามารถในการต่อเรือและเรือฟริเกตซับซ้อนมาก ซึ่งหมายถึงตอนนี้ Shipbuilding Ecosystem ในไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก แต่ HHI จะมาช่วยในเฟส 1 เพื่อสร้าง Ecosystem และเพิ่มขีดความสามารถแบบเดียวกับในเปรู โดยจะไม่ทำงานกับแค่อู่เดียว จะทำงานกับ TSBA เพื่อให้อู่ไทยได้งานกันทั่วถึง โดยอาจจะให้แต่ละอู่ต่อบล็อกเล็ก ๆ มาประกอบกันแล้วส่งมาที่เกาหลีใต้"
ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่จะถ่ายทอดให้ไทยคือเทคโนโลยี Pre Outfitting คือสร้างบล็อกแล้วใส่ท่อใส่อุปกรณ์มาก่อนจะเชื่อมบล็อคโดยไม่ต้องมารื้อใส่ใหม่หลังเชื่อมบล็อกเสร็จ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ขีดความสามารถสูงและจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อเรือได้ โดยปัจจุบันนี้ HHI เริ่มดำเนินการแล้วด้วยการตั้งศูนย์ฝึกที่สมุทรปราการและชลบุรีเพื่อสอนภาษาเกาหลีและฝึกช่างเทคนิคในการต่อเรือก่อนรับคนงานไทยเข้าทำงานกับ HHI ทำให้ในตอนนี้มีคนงานไทยกว่า 600 คนที่ทำงานต่อเรืออยู่ในตอนนี้
"ในฐานะอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก HHI มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดหรือเร็วกว่ากำหนด และมีอิสระที่จะเลือกระบบที่ดีที่สุดด้วยราคาที่เหมาะสม ซึ่งข้อเสนอทั้งทางเทคนิคและ Offset นั้นอยู่ภายในวงเงินงบประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาทที่กองทัพเรือกำหนด"
Brian Kwon หัวหน้าทีมฝ่ายการตลาดเสนอให้อู่เอกชนในประเทศไทยต่อเรือในส่วนของ Forward Block และ Upper Block