Red Bull แพงกว่า Coke 3 เท่า แต่ทำไมขายดีกว่าคู่แข่ง

ความสำเร็จของ Red Bull ในเชิงกลยุทธ์การสร้างแบรนด์

หัวใจสำคัญ: อย่าขายแค่ "สินค้า" แต่ให้ขาย "ตัวตน"

กลยุทธ์ของ Red Bull พิสูจน์ให้เห็นว่า หากลูกค้าซื้อเพราะ "ราคาถูก" เขาจะทิ้งคุณทันทีที่มีคนอื่นถูกกว่า แต่ Red Bull เลือกทางที่ต่างออกไป:

• ราคาสูงแต่ขายดี: Red Bull ตั้งราคาสูงกว่า Coke ถึง 3 เท่าตั้งแต่วันแรก แต่ยังสามารถทำยอดขายชนะคู่แข่งได้
• มูลค่าที่มากกว่าวัตถุดิบ: แม้ต้นทุนการผลิตจะมีเพียงน้ำ น้ำตาล คาเฟอีน และวิตามิน B ซึ่งหาซื้อได้ในราคาไม่กี่บาท แต่ผู้บริโภคยินดีจ่ายกระป๋องละ 50-60 บาท เพราะรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่มากกว่าตัวเครื่องดื่ม

จุดเริ่มต้นและการสร้างความต่าง
• จุดกำเนิด: ปี 1982 Dietrich Mateschitz นักธุรกิจชาวออสเตรียพบว่า "กระทิงแดง" ช่วยแก้ Jet lag ได้ดี จึงร่วมกับคุณเฉลียว อยู่วิทยา ก่อตั้ง Red Bull ในปี 1987
• ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม: Mateschitz ไม่ได้เน้นจ้างดารามาถือกระป๋องโฆษณา แต่เลือกเข้าสู่โลกของ Extreme Sports และจ้างนักกีฬาที่ผู้คน "อยากเป็นเหมือนพวกเขา"
• การตลาดระดับโลก: ในปี 2012 กับโปรเจกต์ส่ง Felix Baumgartner กระโดดจากความสูง 39,000 เมตร แม้จะไม่มีภาพกระป๋อง Red Bull ในโฆษณาแม้แต่วินาทีเดียว แต่คนทั้งโลกจดจำแบรนด์ได้ และสร้างมูลค่าสื่อ (Media Value) ได้สูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์ จากเงินลงทุนเพียง 65 ล้านดอลลาร์
บทเรียนสำหรับธุรกิจ
แบรนด์ที่ยิ่งใหญ่จะ "ขายตัวตน" ก่อนขายผลิตภัณฑ์เสมอ:
• Nike: ขายความเป็นนักกีฬา ไม่ใช่แค่รองเท้า
• Harley-Davidson: ขายอิสรภาพ ไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์
• Apple: ขายความต่าง (Think Different) ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์

บทสรุป: คู่แข่งอาจลอกเลียนสูตรเครื่องดื่มได้ แต่ลอกเลียน "แบรนด์" ไม่ได้ เพราะสิ่งที่ Red Bull ขายจริงๆ นั้น "ไม่ได้อยู่ในกระป๋อง" แต่คือภาพลักษณ์และตัวตนที่ลูกค้าอยากเป็น

CR : IG TheFoungerig

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่