[CR] มัดรวมสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดในพิษณุโลก 3 วัน 2 คืน

พิษณุโลก หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ “เมืองสองแคว” เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองเก่า ทั้งวัดวาอาราม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่ยังคงความสงบเอาไว้ได้อย่างลงตัว ถึงแม้จะเป็นเมืองรองที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ถ้าได้ลองมาสัมผัสสักครั้ง จะรู้เลยว่าพิษณุโลกมีอะไรให้ค้นหามากกว่าที่คิด โดยเฉพาะสายเที่ยวธรรมชาติและสายมู บอกเลยว่าห้ามพลาด

ทริปครั้งนี้เราเริ่มต้นออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าจะถึงจังหวัดพิษณุโลก เป้าหมายแรกของเราในวันแรกไม่ใช่ในตัวเมือง แต่เป็นการออกไปสัมผัสธรรมชาติที่อำเภอเนินมะปราง อำเภอเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยภูเขา ถ้ำ และวิวทุ่งไร่ที่สวยเกินคาด บรรยากาศเงียบสงบและให้ความรู้สึกเหมือนได้พักจากความวุ่นวายจริง ๆ

ก่อนเริ่มเที่ยว เราแวะเติมพลังกันที่ “นามุง คาเฟ่ ณ บ้านมุง” คาเฟ่เล็ก ๆ ท่ามกลางวิวภูเขาและธรรมชาติรอบด้าน ตัวร้านให้ความรู้สึกเรียบง่ายสบายตา เหมาะกับการนั่งพักจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ก่อนออกไปลุยแดดในอากาศร้อนของช่วงบ่าย ระหว่างนั่งอยู่ในร้านก็สามารถมองเห็นวิวภูเขาและถ้ำรอบ ๆ ได้แบบเพลิน ๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวันแรกที่ดีมาก

หลังจากพักเติมพลังกันเรียบร้อย จุดหมายต่อไปคือการนั่งรถอีแต๊กเที่ยวรอบหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของเนินมะปรางเลยก็ว่าได้ เราหาข้อมูลมาจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “อีแต๋นเก้าวัด” ตอนทักไปสอบถามรายละเอียด พี่เจ้าของตอบเร็วและให้ข้อมูลดีมาก ถึงจะถามเยอะก็ยังตอบอย่างสุภาพตลอด ทำให้รู้สึกประทับใจตั้งแต่ก่อนเริ่มทริป

จุดขึ้นรถอยู่บริเวณ “บ้านพักขนมครก” ซึ่งระหว่างรอรถ เราก็ไปสะดุดกับร้านน้ำแข็งใสของคุณแม่เจ้าของรถอีแต๊ก เป็นน้ำแข็งใสแบบโบราณที่ใช้มือไสเหมือนสมัยก่อน หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน อากาศร้อน ๆ แบบนี้ พอได้กินน้ำแข็งใสราคาเพียงถ้วยละ 10 บาท บอกเลยว่าชื่นใจมาก ทั้งถูกและอร่อยแบบเรียบง่าย นอกจากนี้ทางเจ้าของยังให้ลองชิมมะม่วงแผ่นที่ทำกันเองในชุมชน รสชาติแปลกใหม่ คล้ายทุเรียนกวนแต่ยังมีกลิ่นมะม่วงอยู่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งของพื้นบ้านที่น่าสนใจมาก

เมื่อถึงเวลาออกเดินทาง เราก็นั่งรถอีแต๊กชมบรรยากาศรอบหมู่บ้าน ผ่านทั้งวิวภูเขา ทุ่งนา และสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำหลวงพ่อบุญมี ถ้ำค้างคาว ถ้ำนางสิบสอง และเขาสามกษัตริย์ ซึ่งแต่ละจุดก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป พี่คนขับคอยเล่าเรื่องราวของสถานที่ต่าง ๆ ตลอดทาง ทำให้การเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การนั่งชมวิว แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนไปพร้อมกันด้วย
จริง ๆ แล้วถ้ามาในช่วงที่ดอกไม้บาน ที่นี่จะมีจุดชมวิวทุ่งดอกไม้สวย ๆ ให้ถ่ายรูปอีกหลายจุด แต่ถึงแม้เราจะมาในช่วงอากาศร้อน ธรรมชาติของเนินมะปรางก็ยังสวยและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองอยู่ดี

ช่วงเย็นเราแวะไปดูพระอาทิตย์ตกบริเวณต้นตาลใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ ลมเย็น และวิวพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าท่ามกลางภูเขา เป็นอีกช่วงเวลาที่รู้สึกผ่อนคลายมาก ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยการไปยังจุดชมค้างคาว ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นกว่าที่คิด พวกเรารอกันจนฟ้ามืดสนิท กว่าฝูงค้างคาวจะเริ่มบินออกจากถ้ำ พี่คนขับเล่าว่าช่วงนี้ค้างคาวจะออกหากินช้ากว่าปกติ พอถึงเวลาจริง ๆ ภาพฝูงค้างคาวจำนวนมหาศาลบินออกมาจากถ้ำพร้อมกันกลางท้องฟ้ามืด ๆ เป็นภาพที่ทั้งแปลกตาและน่าประทับใจมาก
หลังจากจบทริปรถอีแต๊ก พวกเราก็แวะทานอาหารเย็นกันที่ร้าน “อยู่ใกล้เขา คาเฟ่แอนด์รีสอร์ท บ้านมุง” หลังจากนั่งรถเที่ยวมาทั้งวัน ทุกคนหิวกันมากจนสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ทั้งไข่ตุ๋นทะเล ส้มตำ และอีกหลายเมนู บรรยากาศร้านค่อนข้างชิล รายล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้มื้อเย็นวันแรกเป็นอีกมื้อที่อร่อยและอบอุ่นมาก

เมื่อทานข้าวเสร็จ พวกเราก็เดินทางกลับเข้าตัวเมืองพิษณุโลกเพื่อเข้าที่พัก โดยเลือกพักที่โรงแรม B2 พรีเมียร์ พิษณุโลก เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเที่ยวต่อในวันถัดไป ถือเป็นวันแรกของทริปที่ทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความประทับใจที่เกินคาดจริง ๆ

Day 2

วันที่สองของการเดินทางในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการไปเดิน “ตลาดร่วมใจ” ตลาดเช้าชื่อดังของเมืองพิษณุโลกที่เต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่เช้ามืด บรรยากาศของตลาดเต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ออกมาจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึกคัก ภายในตลาดมีทั้งของสด ผัก เนื้อสัตว์ ของใช้ รวมถึงอาหารเช้าพื้นบ้านอย่างปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วตลาด ทำให้ที่นี่เหมือนเป็นศูนย์รวมวิถีชีวิตยามเช้าของคนในพื้นที่จริง ๆ

หลังจากเดินเล่นที่ตลาดร่วมใจเสร็จ พวกเราก็เดินทางต่อไปยัง “ตลาดใต้” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดเก่าแก่ของเมือง ถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าตลาดร่วมใจเล็กน้อย แต่ก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย ทั้งของสด อาหารพื้นบ้าน และร้านเล็ก ๆ ที่เรียงรายอยู่ตลอดทาง ระหว่างเดินผ่านตลาดเพื่อไปยังร้านอาหารเช้าชื่อดังของจังหวัด เราได้เห็นทั้งร้านไข่ลวก กาแฟพวง และบรรยากาศวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนท้องถิ่นที่ดูอบอุ่นมาก

จุดหมายเช้าของเราคือ “บ้านก๋ง” ร้านอาหารเช้าชื่อดังของพิษณุโลกที่หลายคนแนะนำว่าถ้ามาเมืองนี้ต้องลองสักครั้ง ระหว่างทางเดินไปที่ร้าน เราสะดุดตากับศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ตรงข้ามร้าน ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ความเป็นย่านเก่าให้กับบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี พอไปถึงร้านก็พบว่ามีคนรอคิวอยู่จำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ทำให้รู้ได้ทันทีว่าร้านนี้น่าจะไม่ธรรมดา

หลังจากรออยู่พักหนึ่ง เราก็ได้เข้าไปด้านใน ซึ่งเจ้าของร้านให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมแนะนำเมนูต่าง ๆ อย่างละเอียด พวกเราสั่งทั้งก๋วยจั๊บญวน โจ๊กฮ่องกง ไข่กระทะ ขนมปังหน้าหมู รวมถึงชาเย็นมาแบ่งกันทาน รสชาติอาหารถือว่าอร่อยมาก บรรยากาศร้านตกแต่งสวย ให้ความรู้สึกอบอุ่นและน่านั่ง แม้ในร้านจะยังมีเมนูน่ากินอีกหลายอย่าง แต่พวกเราก็เริ่มอิ่มจนไม่สามารถสั่งเพิ่มได้แล้ว

หลังจากอิ่มจากมื้อเช้า ระหว่างเดินกลับเราก็สะดุดกับคาเฟ่เล็ก ๆ ข้างศาลเจ้าที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลสะอาดตา ชื่อว่า “Treat Cafe” ด้วยความที่อากาศค่อนข้างร้อน พวกเราจึงตัดสินใจแวะเข้าไปนั่งพักทันที ภายในร้านตกแต่งเรียบง่าย มีต้นไม้เพิ่มความสบายตา และยังมีชั้นสองสำหรับนั่งพักผ่อนอีกด้วย ร้านนี้ดูเหมือนจะขึ้นชื่อเรื่องเมนูมัจฉะเป็นพิเศษ มีตั้งแต่มัจฉะเกรดทั่วไปไปจนถึงมัจฉะพิธีการราคาสูงให้เลือก พวกเราเลือกสั่งทั้งมัจฉะ กาแฟซิกเนเจอร์ โซดา และชาร้อนมาลองกัน ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่ช่วยเติมพลังและคลายร้อนได้ดีมาก

จากนั้นเราเดินทางต่อไปยัง “บ้านวังส้มซ่า” ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่และแหล่งเรียนรู้สำคัญอีกแห่งของจังหวัดพิษณุโลก เดิมพื้นที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องการปลูก “ส้มซ่า” ซึ่งเป็นพืชพื้นเมือง ทำให้ชุมชนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากส้มซ่าออกมาหลากหลาย ทั้งครีมบำรุงผิว ครีมทามือ ยาดม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย คุณป้าที่ดูแลร้านเล่าให้ฟังว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยเดินทางมาปลูกต้นส้มซ่าที่นี่ด้วยตัวเองอีกด้วย
วันที่เราไปอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีมากนัก ชาวบ้านหลายคนก็พักอยู่ในบ้าน ทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านดูเงียบสงบ แต่ถึงอย่างนั้นคุณป้าก็ยังคอยต้อนรับและแนะนำพวกเราอย่างอบอุ่น พวกเราเลยเลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อน ๆ จากที่นี่ด้วย

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก่อนจะไปต่อยังสะพานข้ามแม่น้ำน่าน ซึ่งเชื่อมระหว่าง “วัดจันทร์ตะวันออก” และ “วัดจันทร์ตะวันตก” โดยเราเริ่มจากการเดินชมวัดจันทร์ตะวันออกก่อน ซึ่งเป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างขวางและอยู่ติดกับถนนคนเดินชื่อดังของเมือง

จากนั้นเราเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งวัดจันทร์ตะวันตก วัดที่ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของพิษณุโลก จุดเด่นของวัดนี้คืออุโบสถและสิ่งก่อสร้างสีทองอร่ามทั่วทั้งบริเวณ ตอนแรกเราเองยังคิดว่าภาพที่เห็นในอินเทอร์เน็ตอาจมีการแต่งสีเพิ่ม แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าวัดนี้สวยงามและอลังการมาก สีทองสะท้อนแสงแดดจนดูโดดเด่นสะดุดตาไปทั้งวัด หลังจากเข้าไปสักการะพระด้านใน พวกเราก็เดินเล่นเก็บบรรยากาศอยู่พักใหญ่ก่อนจะข้ามกลับไปยังถนนคนเดิน

ถนนคนเดินของที่นี่ถือว่าค่อนข้างใหญ่และคึกคัก มีทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า และของใช้วางขายตลอดสองข้างทาง เหมาะกับการมาเดินเล่นช่วงเย็นมาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับวัยรุ่นหรือคนที่ชอบหาของกินเล่น

และด้วยความที่พวกเราเป็นแฟนพันธุ์แท้สุกี้ จึงไม่พลาดที่จะไปลองร้านดังอย่าง “เปี๊ยกสุกี้” ถึงแม้ร้านจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่รสชาติกลับเกินคาด ทั้งความหอมของกระทะและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นสุกี้ที่รู้สึกว่าไม่เหมือนที่เคยกินที่ไหนมาก่อน เป็นอีกหนึ่งร้านที่กินแล้วอยากกลับไปซ้ำอีกครั้ง
หลังจากอิ่มท้องและเดินเล่นกันจนเต็มที่ พวกเราก็เดินทางกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับการเดินทางในวันสุดท้ายของทริปพิษณุโลกต่อไป
ชื่อสินค้า:   พิษณุโลก
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่