อาอึ้มกำลังใช้เส้นด้ายถักทอความงามบนใบหน้าสาวๆ
“ลื่อต่อซิง๊อไล้ ลื่อโอ่ยเฮียวหมังหมิ่งโบ๋ย กะอัวมั่งฮ่อม่อ”
(ลื้อมาจากสิงคโปร์ หมังหมิ่งเป็นมั้ย ทำให้อั้วหน่อยสิ)
____________
หลังจากพวกเราสูญเสียอาป๊ะ (คุณพ่อ) ไป ชีวิตของครอบครัวก็ต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่
แต่เดิม อาอึ้มเป็นแม่บ้าน ดูแลเรื่องอาหารการกินและงานในบ้าน ไม่เคยต้องออกไปทำงานหาเงินเลย พอถึงวันที่ไม่มีอาป๊ะ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ในช่วงเวลานั้น ครอบครัวต้องอาศัยแรงของลูกๆ ที่ออกไปหางานทำนอกบ้าน ทั้งที่ในวัยนั้น พวกเขาควรจะได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ ส่วนอาอึ้มเอง ก็พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยพยุงครอบครัว หนึ่งในนั้นก็คือ “หมังหมิ่ง” วิชาที่ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งยังอยู่สิงคโปร์ และกลายมาเป็นรายได้เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงบ้านหลังนี้ในวันยากลำบาก
อาตั่วแจ้เล่าว่า อาอึ้ม (คุณแม่) ได้เริ่มใช้วิชา "หมังหมิ่ง" ให้กับอาซิ่มข้างบ้านเป็นคนแรก
“ลื่อต่อซิง๊อไล้ ลื่อโอ่ยเฮียวหมังหมิ่งโบ๋ย กะอัวมั่งฮ่อม่อ” (ลื้อมาจากสิงคโปร์ หมังหมิ่งเป็นมั้ย ทำให้อั้วหน่อยสิ)
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา...อาอึ้มก็ได้งัดวิชาที่เรียนรู้มาจากบ้านเกิด หมังหมิ่งให้อาซิ่มข้างบ้านจนเนียนสวย พอสาวๆแถวบ้านในซอยอ๊ะฉู่เห็นเข้า ต่างก็อดใจไม่ไหวขอมาเป็นลูกค้ากันอีกหลายคน
การหมังหมิ่ง หรือมังหมิ่ง (มัง/ มั่ง ที่แปลว่าถอน) วิธีการถอนขนอ่อนบนใบหน้าของชาวจีนที่มีมาแต่สมัยโบราณ ต่อมาวิธีนี้ก็ได้แพร่กระจายไปพร้อมกับบรรพบุรุษชาวจีนที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานในที่ต่างๆ ครอบครัวของอาอึ้มซึ่งเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาอยู่สิงคโปร์ ก็ได้นำวิชานี้ติดตัวมาด้วย
แป้งสีขาวก้อนแข็งในกล่องสี่เหลี่ยม ที่มีรูปสาวจีนหน้าสวยอยู่บนฝา หลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นตา บางท่านก็อาจเคยใช้ และนักแสดงงิ้วก็น่าจะยังคงใช้กันอยู่
สำหรับแม่นัน ใช้แทนแป้งพัฟมาหลายปีแล้วค่ะ ชอบมาก ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ แถมยังใช้ขัดเครื่องเงินได้อีกด้วยนะคะ ทุกครั้งที่ไปเยาวราช ถ้าเห็นเป็นต้องสอยติดมือมากล่องสองกล่องเสมอ
สมัยอยู่บ้านอ๊ะฉู่ ท่าดินแดง ตอนนั้นแม่นันยังเล็กมาก ยังไม่เข้าโรงเรียนเลย ทุกเช้า..พอตื่นมา อาอึ้มก็จะหาอะไรง่าย ๆ ให้กิน บางวันก็จะหนีบเข้าครัวไปด้วย ให้อยู่เป็นเพื่อนใกล้ๆ
พอกินอิ่ม ก็ถึงเวลาเล่น—เล่นขายของบ้าง เอาดอกทับทิมที่ร่วงเต็มลานบ้านมาหั่นเล่นบ้าง หรือไม่ก็กระโดดหนังยางคนเดียว ต้นทับทิมใหญ่ยักษ์เป็นร่มเงาอย่างดี
เคยมีครั้งหนึ่ง วิ่งจะกระโดดข้ามหนังยาง แต่ดันลื่นล้ม ไถลไปโดนกาน้ำร้อน ลวกที่หัวเข่า จนมีแผลเป็นติดตัวมาถึงทุกวันนี้
ชีวิตประจำวันของอาหมวยตัวเล็กในตอนนั้น ก็คงมีแค่ กิน…นอน…เล่น แต่เอาเข้าจริง ก็วิ่งเล่นวนไปวนมาทั้งวันเลยค่ะ
ทุกครั้งที่วิ่งผ่านประตูรั้วออกไปเพื่อหาเพื่อนเล่น แม่นันมักจะเห็นอาอึ้มกำลังใช้แป้งกล่องนั้นทำอะไรบางอย่างกับใบหน้าของสาวๆ ที่มานั่งรอเรียงแถวกันยาว อาอึ้มมีอุปกรณ์เพียงด้ายสีขาว มือซ้ายขวาจับปลายด้ายคนละข้าง แถมมีวิทยายุทธพันด้ายไปมาให้เป็นสามเหลี่ยมสองวง ริมฝีปากของอาอึ้มเม้มด้ายไว้ให้ตึง ก่อนจะค่อยๆ แนบด้ายลงบนใบหน้าของหญิงสาว ไล่ขึ้นลง มือก็ขยับไปตามจังหวะอย่างชำนาญ ขึ้นลง ขึ้นลง อย่างต่อเนื่อง
ตอนเด็ก ๆ แม่นันเห็นภาพนี้จนชินตา แต่ก็ไม่เคยสงสัยเลยว่าอาอึ้มกำลังทำอะไรกับใบหน้าของสาวๆ เหล่านั้น เพราะสำหรับเด็กตัวเล็กๆ แล้ว การวิ่งเล่นสนุกกว่าน่าตื่นเต้นกว่ามาก
แต่พอเติบโตขึ้น ภาพเดิมๆ ที่เคยเห็นผ่านตาทุกวันกลับค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในความทรงจำ จึงได้รู้ว่าสิ่งที่อาอึ้มทำอยู่นั้น คือการถอนขนอ่อนบนใบหน้าอีกวิธีหนึ่ง ที่คนจีนเรียกว่า “หมังหมิ่ง”
เมื่อคืนแม่นันได้โทรคุยกับอาตั่วแจ้ถึงเรื่องนี้ อาตั่วแจ้เล่าพลางหัวเราะว่า “อาอึ้มเคยมังหมิ่งให้แจ้ด้วยล่ะ”
“ไล่…ไล้…อายู้อ่า (ยู้ หยู่ยู้—ชื่อเล่นของอาตั่วแจ้ ที่แปลว่าน่ารัก) อาอึ้มกะลือมังหมิ่งไล้” (มาให้แม่มังหมิ่งให้…มา)
“หน้าจะได้เนียน ๆ คิ้วไม่ต้องกันบ่อย ๆ”
อาตั่วแจ้เล่าว่า ตอนที่อาอึ้ม “มังหมิ่ง” ให้ เจ็บมากกก…
อาอึ้มจะใช้แป้งในกล่องทาให้ทั่วใบหน้าก่อน จากนั้นก็หยิบด้ายสีขาว—อาวุธเพียงเส้นเดียวในมือ—หมุนไปหมุนมาเป็นวงๆ คล่องแคล่วราวกับมีวิทยายุทธติดตัว แล้วค่อยๆ ถอนขนคิ้วส่วนที่รกออกทีละนิด
ไม่รู้จริง ๆ ว่าทำได้ยังไง โดยไม่ต้องใช้แหนบหรืออุปกรณ์อะไรช่วยเลย พอจัดการคิ้วเสร็จแล้ว อาอึ้มก็ยังไม่หยุด ใช้แป้งกับด้ายเส้นเดิม ไล่เก็บไรขนอ่อนบนใบหน้าจนเนียนกริบ
อาแจ้บอกว่า…ตอนทำ “เจ็บมาก” แต่พอทำเสร็จแล้วก็ต้องยอมให้เลยว่า หน้าเนียนจริง ๆ แถมขนคิ้วที่เคยรกก็ขึ้นช้าลงมากด้วย
อาอึ้มเคยพยายามสอนให้อาตั่วแจ้หัดใช้นิ้วพันด้ายให้เป็นวงๆ แบบนั้น แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้ง พันไปพันมา ด้ายก็ไม่ยอมเป็นวงอย่างที่อาอึ้มทำสักที สุดท้ายเลยได้แต่นั่งดูอาอึ้มทำต่อไป
ในเมืองจีน น่าจะยังพอเห็นบริการ “หมังหมิ่ง” อยู่ทั่วไป แต่บ้านเราเดี๋ยวนี้เห็นประปราย ส่วนมากก็แถวเยาวราช
คิดถึงค่ะ…เล่าไปเล่ามาก็ยาวเลย
ว่าไปแล้ว รูปสาวน้อยบนฝากล่องแป้งนั้น ก็ดูคล้ายอาอึ้มในสมัยสาวๆ อยู่เหมือนกันนะคะ
พอเปิดฝากล่องขึ้นมาเมื่อไร ภาพอาอึ้มกำลังเม้มด้าย “หมังหมิ่ง” ให้สาวๆ อยู่หน้าบ้าน ก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำทุกครั้ง
ภาพที่เคยเห็นจนชินตาในวันวานนั้น แท้จริงแล้ว มีเรื่องราวมากกว่าที่เด็กตัวเล็กๆ อย่างแม่นันในตอนนั้นจะเข้าใจ
เบื้องหลังภาพเรียบง่ายนั้น คือช่วงเวลาที่ทุกคนในบ้านต้องช่วยกันประคับประคองครอบครัว ผ่านสิ่งที่ไม่มีใครเคยเรียนรู้จากในตำรา ทั้งความอดทน
ความขยัน และวิชาชีวิตที่ค่อยๆ หล่อหลอมขึ้นมาจากความจำเป็น
เรื่องราวของพวกอาแจ้ กับการออกไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย
แม่นันจะค่อย ๆ เล่าให้ฟังในครั้งต่อไปนะคะ
AI-generated narrative illustration, curated and refined by MaeNan
“หมังหมิ่ง” (挽面) ความงามที่ถักทอผ่านเส้นด้ายในมือ